Wood-Carving-Tools

เครื่องมือช่างแกะสลักไม้

เครื่องมือช่างแกะสลักไม้ เครื่องมือของงานช่างแกะสลักที่สำคัญ ๆ ก็มี สิ่วและฆ้อน สิ่ว คือ สิ่งที่ทำจากโลหะที่เป็นเหล็กกล้าแข็งและเหนียว ทำให้เกิดความคมด้วยการตี การเจียร และตกแต่งให้เป็นหน้าต่าง ๆ เช่นหน้าตรง หน้าโค้ง ซึ่งมีขนาดต่าง ๆ กัน และสิ่วที่จะใช้แกะสลักได้ดีนั้น จะตรงมีความคม สิ่วที่ดีควรจะทำจากตะไบ และเหล็กสปริง สิ่วที่ใช้ในการแกะสลัก – สิ่วหน้าตรง ใช้สำหรับตอกเดินเส้นในแนวตรงและขุดพื้น ซึ่งมีหลายขนาด – สิ่วหน้าโค้ง โค้งเล็บมือ ใช้สำหรับตอกเดินเส้นในส่วนที่เป็นเส้นโค้งและใช้ปาดแต่งแกะแรลาย – สิ่วปากเสี้ยว ลักษณะสิ่งจะเป็นมุกเฉียงไปข้างหนึ่งและจะมีเป็นคู่ คือเสี้ยวซ้ายและเสี้ยวขวา ฆ้อนไม้ คือ ฆ้อนที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน ไม้แก่นมะขาม ขนาดตัวฆ้อนมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 – 6 นิ้ว เหตุที่ใช้ฆ้อนไม้เพราะจะได้ไม่ทำให้ด้ามสิ่วซึ่งเป็นเหล็กชำรุดเสียหาย และสามารถควบคุมน้ำหนักไม้อีกทั้งยังเบามือ การบำรุงรักษาเครื่องมือของช่างแกะสลักไม้ สิ่ว นับว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับช่างแกะสลักเป็นอย่างยิ่ง ถ้าสิ่วที่นำมาใช้ในการแกะสลักนั้นไม่มีความคม ผลงานที่แกะออกมานั้นความงามก็จะด้อยลง เพราะความของสิ่วที่นำมาแกะและปาดลงบนเนื้อไม้จะทำให้ลวดลายสวยงามคมชัด และมีความเด็ดขาดอยู่ในตัว ทั้งนี้ก็เพราะฝีมือช่างประกอบกับการมีเครื่องมือดี…

wood-carving3

ขั้นตอนและวิธีการแกะสลักไม้

ขั้นตอนและวิธีการแกะสลักไม้ ขั้นตอน 1. กำหนดรูปแบบและลวดลาย ออกแบบหรือกำหนดรูปแบบและลวดลายนับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการออกแบบ สำหรับงานแกะสลักต้องรู้จักหลักในการออกแบบ และต้องรู้จักลักษณะของไม้ที่จะนำมาใช้แกะสลัก เช่น ทางไม้หรือเสี้ยนไม้ที่สวนกลับไปกลับมา สิ่งเหล่านี้ช่างแกะสลักจะต้องศึกษาหาความรู้และแบบงานแกะสลักต้องเป็นแบบ ที่เท่าจริง 2. การถ่ายแบบลวดลายลงบนพื้นไม้ นำแบบที่ออกแบบไว้มาผนึกลงบนไม้ หรือนำมาตอกสลักกระดาษแข็งต้นแบบให้โปร่ง เอาลวดลายไว้และนำมาวางทาบบนพื้นหน้าไม้ที่ทาด้วยน้ำกาว หรือน้ำแป้งเปียกไว้แล้วทำการตบด้วยลูกประคบดินสอพองหรือฝุ่นขาวให้ทั่ว แล้วนำกระดาษต้นแบบออก จะปรากฏลวดลายที่พื้นผิวหน้าไม้ 3. การโกลนหุ่นขึ้นรูป คือการตัดทอนเนื้อไม้ด้วยเครื่องมือช่างไม้บ้างเครื่องมือช่างแกะสลักบ้าง แล้วแกะเนื้อไม้เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกให้ไม้นั้นมีลักษณะรูปร่างที่ใกล้ เคียงกับแบบเพื่อให้เกิดรูปทรงตามต้องการ มีความชัดเจนตามลำดับเพื่อจะนำไปแกะสลักลวดลายในขั้นต่อไป การโกลนภาพ เช่นการแกะภาพลอยตัว เช่น หัวนาคมงกุฎ หรือแกะครุฑและภาพสัตว์ต่าง ๆ ช่างจะต้องโกลนหุ่นให้ใกล้เคียงกับตัวภาพ 4. การแกะสลักลวดลาย คือการใช้สิ่วที่มีความคม มีขนาดและหน้าของสิ่วต่าง ๆ เช่น สิ่วหน้าตรง หน้าโค้ง และฆ้อนไม้ เป็นเครื่องมือในการแกะสลัก เพื่อทำให้เกิดลวดลายซึ่งต้องใช้ฆ้อนไม้ในการตอกและใช้สิ่วทำการขุด การปาดและการแกะลวดลายทำให้เกิดความงามตามรูปแบบที่ต้องการ การขุดพื้น คือการตอกสิ่วเดินเส้น โดยใช้สิ่วที่พอดีกับเส้นรอบนอกของตัวลาย เพื่อเป็นการคัดโคมของลวดลายส่วนใหญ่ทั้งหมดก่อนโดยใช้ฆ้อนตอก เวลาตอกก็ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม สม่ำเสมอเพื่อคมสิ่วจะได้จมลึกในระยะที่เท่ากันแล้วจึงทำการใช้สิ่วหน้าตรง ขุดพื้นที่ไม่ใช่ตัวลายออกให้หมดเสียก่อน ขุดชั้นแรกขุดตื้น ๆ ก่อน ถ้าพื้นยังไม่ลึกพอก็ตอกซ้ำอีกแล้วจึงขุดต่อไปเพื่อให้ได้ช่องไฟที่โปร่งถ้า…

คนในชุมชนบ้านหลุก

ถ้าวิเคราะห์ตรงไปตรงมาบ้านหลุก อดีตเป็นหมู่บ้านเดียวปัจจุบันมี 3 หมู่บ้านของตำบลนาครัว วัฒนธรรมแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกันการประกอบอาชีพของครัว เรือนก็แตกต่างกันออกไป การรวมกลุ่มจึงเป็นไปได้ยากในงานด้านแกะสลักของชุมชนมีจุดกำหนิดมาจากวัด เพราะว่าในอดีตมีเจ้าอาวาสองค์หนึ่งชื่อหลวงปู่คำปัน ท่านเป็นพระนักพัฒนามีชื่อเสียงในด้านสิ่งปลูกสร้าง เอาที่มองเห็นใกล้ตัวคนบ้านหลุกคือ สะพานข้ามน้ำจาง พระอุโบสถ วิหาร ศาสนสถานต่างๆในวัด เป็นแหล่งจุดประกายให้คนรอบๆ บริเวณวัดมารวมตัวกันศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนเพื่อช่วยกันสรร สร้างสิ่งต่างๆ ตามหลักพระพุทธศาสนาเป็นการเริ่มต้น ดังนั้นการแกะสลักไม้ที่เราเห็นในปัจจุบันเริ่มที่ชุมชนรอบๆวัดนั้นเอง ซึ่งคนยุคนั้นได้ล้มหายตายจากหมดแล้วมาถึงปัจจุบันก็มีแต่รุ่นลูกรุ่นหลาน ศิลปที่ออกมาก็มีลักษณะสมัยนิยมกระจายออกมาโดยการขยายครัวเรือนและนำ ภูมิปัญญานี้ขยายออกไปด้วย สิ่งที่จะปลุกชีวิตทำให้อาชีพการแกะสลักไม้บ้านหลุกคงอยู่และจะให้เป็นที่ รู้จักในวงกว้าง ถ้าจะให้ยั่นยืนจริงๆโดยไม่สุกเอาเผากินแล้วควรวิเคราะห์เชื่อมโยงตั้งแต่ เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของชุมชน รวมถึงการสร้างมาตรฐานขั้นพื้นฐานของสินค้าประเภทนั้นๆก่อนเพราะมีความ เลื่อมล้ำอยู่มากและควรมีงบประมาณในการฟื้นฟูอาชีพนี้ให้มากและตรงเป้าหมาย by comments คนในชุมชนบ้านหลุก

ไม้แกะสลัก-ถนนสายไม้

ถนนสายไม้ ไม้แกะสลัก

งานไม้แกะสลัก ซอยประชานฤมิตร ในปี 2522 ชาวจีนจากวัดญวน สะพานขาว ถนนดำรงรัก สะพานดำ วัดสระเกศและบางลำพู ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณโดยนำอาชีพเดิมมา ด้วยคือ งานแกะสลักเครื่องไม้ ด้วยฝีมือที่ประณีตสวยงามและมีการสืบทอดมาโดยตลอด จึงทำให้บ้านเกือบทุกหลังในซอยนี้มีอาชีพแกะสลักงานเครื่องไม้ และกลายเป็นแหล่งชุมนุมโรงงานผลิตเครื่องตกแต่งไม้สำเร็จรูป แม้ว่างานส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรผลิต แต่งาน แกะสลักไม้ ที่เป็นลวดลายไทยก็ยังคงต้องใช้แรงงานฝีมือ นอกจากนี้ยังรับผลิตงานตามสั่ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน สินค้าที่นี่จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปถึงร้อยละ 30 เพราะเป็นแหล่งผลิตโดยตรงและเป็นศูนย์รวมสินค้าจากแหล่งผลิตอื่น รวมทั้งผลิตภัณฑ์ไม้ยางจากโรงงานต่างๆ ฯลฯ ปัจจุบันมีร้านค้าเรียงรายอยู่สองฝั่งถนมากกว่า 200 ร้าน จำหน่ายตั้งแต่ของตกแต่งบ้านเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ขนากใหญ่ ถือเป็นแหล่งรวมเครื่องตกแต่งไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจนได้รับการขนาน นามว่า “ถนนเฟอร์นิเจอร์” นอกจากนี้ยังรับผลิตงานตามสั่ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน สินค้าที่นี่จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปถึง ร้อยละ 30 เพราะเป็นแหล่งผลิตโดยตรงและเป็นศูนย์รวมสินค้าจากแหล่งผลิตอื่นรวมทั้งผลิตภัณฑ์ไม้ยางจากโรงงานต่างๆ ฯลฯ ปัจจุบันมีร้านค้าเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน มากกว่า 200 ร้าน จำหน่ายตั้งแต่ของตกแต่งบ้านเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ขนากใหญ่ ถือเป็นแหล่งรวมเครื่องตกแต่งไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า ถนนเฟอร์นิเจอร์

สล่าวารินทร์

สล่าวารินทร์ จ๊างแกะสลักล้านนา

เทคนิคการทำงาน การแกะสลักไม้ หลายต่อหลายครั้งที่ผู้คนถามข้าเจ้าถึงวิธีการทำงาน คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคงเป็น ทำอย่างไรถึงได้รูปนี้และเทคนิคแบบนี้ ? ในตอนแรกๆข้าเจ้าพยายามสาธิตให้ดู อธิบายถึงขั้นตอนและวิธีในการทำ ซึ่งที่จริงแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการอธิบายสิ่งเหล่านั้นมากนัก เพราะเหนือกว่านั้นคือหัวใจของผลสำเร็จซึ่งก็คือ การค้นหาจนเจอวิธีแสดงรูปลักษณ์และเทคนิคที่เป็นตัวเองมากกว่า ตั้งแต่นี้ต่อไปข้าเจ้าจะตอบแก่ผู้ถามว่า เทคนิคและรูปแบบที่ได้มานั้นเกิดจากการต้องรู้ก่อนว่าชอบทำอะไร จากนั้นต้องทำๆๆ ทดลอง ๆๆ ทำใหม่ๆๆ ทำอีกๆๆ ไม่ลืมที่จะเรียนรู้จากงานของศิลปินที่ท่านชอบแต่ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด ในงานที่ท่านได้ทดลอง ทำใหม่และทำอีกอยู่นั้นแต่ละชิ้นงานจะมีส่วนที่ท่านชอบ เทคนิคที่ท่านสนุก รูปแบบที่ท่านภูมิใจรื่นไหลขณะทำ ดึงแต่ละส่วนนั้นออกมารวมเป็นชิ้นใหม่อีกครั้งแล้วครั้งเล่า ในการพยายามทำอยู่อย่างนั้น หากว่าท่านยิ่งทำยิ่งสนุก ทำเสร็จแล้วก็อยากทำอีก ชิ้นนี้ยังไม่เสร็จอยากขึ้นชิ้นใหม่อีกแล้ว ไม่นานก็จะได้มาซึ่งเทคนิคและรูปลักษณ์เฉพาะของตัวเอง และจะขอย้ำในคำตอบแก่ผู้ถามด้วยว่า ข้าเจ้าไม่เคยท้อที่จะทำ ทดลอง ทำใหม่ ทำอีก เพราะความจริงแล้วยังมีเทคนิคมหัศจรรย์เกิดขึ้นขณะที่ทำงาน รอคอยการคลี่คลายปรากฏออกมาอีกมากมายเหลือเกิน และความมหัศจรรย์นี้ไม่มีวันหมดแม้นในวันสุดท้ายของชีวิตคนทำงานศิลปะ http://www.warindesign.com