09Oct
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

เครื่องมือช่างแกะสลักไม้
เครื่องมือของงานช่างแกะสลักที่สำคัญ ๆ ก็มี สิ่วและฆ้อน
สิ่ว คือ สิ่งที่ทำจากโลหะที่เป็นเหล็กกล้าแข็งและเหนียว ทำให้เกิดความคมด้วยการตี การเจียร และตกแต่งให้เป็นหน้าต่าง ๆ เช่นหน้าตรง หน้าโค้ง ซึ่งมีขนาดต่าง ๆ กัน และสิ่วที่จะใช้แกะสลักได้ดีนั้น จะตรงมีความคม สิ่วที่ดีควรจะทำจากตะไบ และเหล็กสปริง
สิ่วที่ใช้ในการแกะสลัก
- สิ่วหน้าตรง ใช้สำหรับตอกเดินเส้นในแนวตรงและขุดพื้น ซึ่งมีหลายขนาด
- สิ่วหน้าโค้ง โค้งเล็บมือ ใช้สำหรับตอกเดินเส้นในส่วนที่เป็นเส้นโค้งและใช้ปาดแต่งแกะแรลาย
- สิ่วปากเสี้ยว ลักษณะสิ่งจะเป็นมุกเฉียงไปข้างหนึ่งและจะมีเป็นคู่ คือเสี้ยวซ้ายและเสี้ยวขวา
ฆ้อนไม้ คือ ฆ้อนที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน ไม้แก่นมะขาม ขนาดตัวฆ้อนมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 – 6 นิ้ว เหตุที่ใช้ฆ้อนไม้เพราะจะได้ไม่ทำให้ด้ามสิ่วซึ่งเป็นเหล็กชำรุดเสียหาย และสามารถควบคุมน้ำหนักไม้อีกทั้งยังเบามือ
การบำรุงรักษาเครื่องมือของช่างแกะสลักไม้
สิ่ว นับว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับช่างแกะสลักเป็นอย่างยิ่ง ถ้าสิ่วที่นำมาใช้ในการแกะสลักนั้นไม่มีความคม ผลงานที่แกะออกมานั้นความงามก็จะด้อยลง เพราะความของสิ่วที่นำมาแกะและปาดลงบนเนื้อไม้จะทำให้ลวดลายสวยงามคมชัด และมีความเด็ดขาดอยู่ในตัว ทั้งนี้ก็เพราะฝีมือช่างประกอบกับการมีเครื่องมือดี และรู้จักใช้ให้เป็น จึงจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผลงานดียิ่งขึ้น ฉะนั้นช่างจึงจำเป็นที่จะต้องการรู้จักวิธีการลับสิ่วที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแกะสลักไม้นั่นให้มีความคมอยู่เสมอ
อุปกรณ์ในการลับสิ่วก็คือ หิน ซึ่งต้องใช้หิน 3 ชนิด
1. หินหยาบ หรือหินกากเพชร
2. หินธรรมชาติ
3. หินละเอียดหรือหินลับมีดโกน
การลับเครื่องมือของช่างแกะสลักไม้
1. การลับสิ่ว จะต้องเริ่มลับสิ่วด้วยหินชนิดหยาบ หรือหินกากเพชรก่อน จึงนำมาลับกับหินธรรมชาติ แล้วก็นำไปลับกับหินชนิดละเอียดหรือหินมีดโกน
2. การลับสิ่วจะต้องคอยหยอดน้ำอยู่เสมอ
3. สิ่วที่จะนำมาลับกับหิน จะต้องดูว่าถ้าเป็นสิ่วหน้าตรงก็จะต้องลับกับหินที่มีผิวหน้านั้นราบเรียง จึงจะใช้สิ่วหน้าตรงลับได้
ส่วนสิ่วหน้าโค้ง ก็ใช้ลับกับหิน ที่มีร่องโค้งพอดีกับหน้าสิ่ว
4. การสับสิ่วก็จะต้องให้ด้านหน้าของสิ่วอยู่ในแนวขนาน ซึ่งต้องวางระนาบกับพื้นผิวของหินให้แนบสนิท และถูไปมาจนหน้าของสิ่วสึกหรอเท่ากัน แล้วกลับสิ่วเพื่อลับด้านหลังบ้าง การลับด้านหลังนั้น จะต้องทำประมาณ 2 – 3 องศา เพื่อให้เกิดสันและมีความคมจับอยู่ที่ส่วนปลายหน้าของสิ่ว
5. ถ้าสิ่วเหล็กอ่อน เวลาลับคมสิ่วก็จะกลับไปกลับมา เราจะต้องนำมาชุบด้วยวิธีการเปาแล้วชุบด้วยน้ำ เพื่อให้เกิดความแข็งขึ้น
แต่ถ้าเหล็กแก่เกินไปใช้แกะสลักคมของสิ่วก็จะหร่อยลักษณะเหมือนฟันหนูก็ใช้ไม้ขีดจุดไฟรนสัก 2 ก้าน เมื่อเป็นแล้วก็นำไปลับใหม่ให้คม จึงจะนำไปใช้ได้
6. เมื่อเลิกใช้สิ่วแล้วก็ควรจะเก็บใส่ห่อ หรือกล่องสำหรับเก็บสิ่ว จะได้สะดวกเวลานำมาใช้งาน
เทคนิคและวิธีการใช้สิ่วและฆ้อน
1. ช่างจะต้องรู้จักเลือกใช้หน้าสิ่วให้พอดีกับความโค้งของเส้นตัวลาย
2. รู้จักควบคุมน้ำหนักในการใช้ฆ้อนตอกลงบนด้ามสิ่ว และสิ่วจะต้องอยู่ในแนวที่ตรง คือ ตั้งฉากกับเนื้อไม้และจับสิ่วให้แข็งแรงมั่นคงแล้วตีฆ้อนควบคุมน้ำหนักให้สม่ำเสมอแน่นอนลงบนด้ามของสิ่ว
3. การก้าวสิ่ว ให้ขยับสิ่วเดินหน้าทีละครึ่งหน้าของสิ่วแล้วตอกเดินตามเส้น ถ้าเป็นเส้นตรงให้ใช้สิ่วหน้าตรง ถ้าเป็นเส้นโค้งให้ใช้สิ่วหน้าโค้ง
4. เมื่อสิ่วคับวง คือไม่เป็นไปตามเส้นก็ต้องเปลี่ยนสิ่วหน้าใหม่ให้หน้าของสิ่วเข้ากับเส้นได้พอดีแล้วจึงตอกด้วยฆ้อนต่อไป
07Oct
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ขั้นตอนและวิธีการแกะสลักไม้
ขั้นตอน
1. กำหนดรูปแบบและลวดลาย ออกแบบหรือกำหนดรูปแบบและลวดลายนับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการออกแบบ สำหรับงานแกะสลักต้องรู้จักหลักในการออกแบบ และต้องรู้จักลักษณะของไม้ที่จะนำมาใช้แกะสลัก เช่น ทางไม้หรือเสี้ยนไม้ที่สวนกลับไปกลับมา สิ่งเหล่านี้ช่างแกะสลักจะต้องศึกษาหาความรู้และแบบงานแกะสลักต้องเป็นแบบ ที่เท่าจริง
2. การถ่ายแบบลวดลายลงบนพื้นไม้ นำแบบที่ออกแบบไว้มาผนึกลงบนไม้ หรือนำมาตอกสลักกระดาษแข็งต้นแบบให้โปร่ง เอาลวดลายไว้และนำมาวางทาบบนพื้นหน้าไม้ที่ทาด้วยน้ำกาว หรือน้ำแป้งเปียกไว้แล้วทำการตบด้วยลูกประคบดินสอพองหรือฝุ่นขาวให้ทั่ว แล้วนำกระดาษต้นแบบออก จะปรากฏลวดลายที่พื้นผิวหน้าไม้
3. การโกลนหุ่นขึ้นรูป คือการตัดทอนเนื้อไม้ด้วยเครื่องมือช่างไม้บ้างเครื่องมือช่างแกะสลักบ้าง แล้วแกะเนื้อไม้เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกให้ไม้นั้นมีลักษณะรูปร่างที่ใกล้ เคียงกับแบบเพื่อให้เกิดรูปทรงตามต้องการ มีความชัดเจนตามลำดับเพื่อจะนำไปแกะสลักลวดลายในขั้นต่อไป
การโกลนภาพ เช่นการแกะภาพลอยตัว เช่น หัวนาคมงกุฎ หรือแกะครุฑและภาพสัตว์ต่าง ๆ ช่างจะต้องโกลนหุ่นให้ใกล้เคียงกับตัวภาพ
4. การแกะสลักลวดลาย คือการใช้สิ่วที่มีความคม มีขนาดและหน้าของสิ่วต่าง ๆ เช่น สิ่วหน้าตรง หน้าโค้ง และฆ้อนไม้ เป็นเครื่องมือในการแกะสลัก เพื่อทำให้เกิดลวดลายซึ่งต้องใช้ฆ้อนไม้ในการตอกและใช้สิ่วทำการขุด การปาดและการแกะลวดลายทำให้เกิดความงามตามรูปแบบที่ต้องการ
การขุดพื้น คือการตอกสิ่วเดินเส้น โดยใช้สิ่วที่พอดีกับเส้นรอบนอกของตัวลาย เพื่อเป็นการคัดโคมของลวดลายส่วนใหญ่ทั้งหมดก่อนโดยใช้ฆ้อนตอก เวลาตอกก็ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม สม่ำเสมอเพื่อคมสิ่วจะได้จมลึกในระยะที่เท่ากันแล้วจึงทำการใช้สิ่วหน้าตรง ขุดพื้นที่ไม่ใช่ตัวลายออกให้หมดเสียก่อน ขุดชั้นแรกขุดตื้น ๆ ก่อน ถ้าพื้นยังไม่ลึกพอก็ตอกซ้ำอีกแล้วจึงขุดต่อไปเพื่อให้ได้ช่องไฟที่โปร่งถ้า ต้องการนำลวดลายแกะสลักนั้นไปประดับในที่สูงก็ต้องขุดพื้นให้ลึกพอประมาณ เพราะมองไกล ๆ จะได้เห็น การแกะยกขึ้น หลังจากที่ทำการขุดพื้นแล้วก็แกะยกชั้น จัดตัวลายที่ซ้อนชั้นกันเพื่อให้เห็นโคมลายชัดเจน ซึ่งก้าวก่ายกันในเชิงของการผูกลายเพื่อปรับระดับความสูงต่ำของแต่ละชั้นมี ระยะ 1 – 2 – 3 การแกะแรลาย เริ่มจากการตอกสิ่วเดินเส้นภายในส่วนละเอียดของลวดลายแล้ว ก็จะใช้สิ่วเล็บมือทำการปาดแกะแรลายเก็บแต่งส่วนละเอียด
ข้อสังเกตในการปาดแรตัวลาย
เวลาปาด หรือแกะแรตัวลาย ช่างจำเป็นต้องดูทางของเนื้อไม้หรือเสี้ยนเมื่อเวลาใช้สิ่วก็ต้องปาดไปตาม ทางของเนื้อไม้ คือไม่ย้อนเสี้ยนไม้หรือสวนทางเดินของเนื้อไม้ เพราะจะทำให้ไม้นั้นหลุดและบิ่นได้ง่าย
การปาดแต่งแรลาย คือการตั้งสิ่วเพล่เอียงข้างหนึ่ง ฉากข้างหนึ่ง แล้ว ปาดเนื้อไม้ออกจะเกิดความสูงต่ำไม่เสมอกัน เพื่อทำให้เกิดแสงเงาในตัวลายและมองเห็นให้ชัดเจนตามรูปแบบที่ต้องการ
การปาดลายสามารถทำได้ 3 วิธี คือ
- ปาดแบบช้อนลาย
- ปาดแบบพนมเส้น คือพนมเส้นตรงกลาง
- ปาดแบบลบหลังลาย (ลบเม็ดแตง)
การแกะสลักไม้ จำเป็นต้องมีวิธีการแปลกออกไปแล้วแต่สภาพ เช่น การแกะบานประตูหน้าต่างอาจใช้ไม้แผ่นเดียวทำได้สำเร็จ แต่การแกะหน้าบัน พระที่นั่งโบสถ์มีขนาดใหญ่ วิธีการแกะจึงต้องเพลาะไม้หลายแผ่นเข้าด้วยกัน แต่อาจจะเรียงต่อกันโดยยึดพอที่จะแกะ เสร็จแล้วจึงถอดเป็นชิ้นส่วนนำขึ้นไปประกอบทีละแผ่น หรือลวดลายที่ต้องการแสดงรูปเกือบลอยตัวก็แยกแกะต่างหากตามแบบแล้วนำเดือย สลักติดเข้ากับตัวลายหน้าบันนั้น ๆ ต่อไป
ในปัจจุบันการแกะสลักก็ยังคงยึดวิธีการแบบโบราณ แต่มีการวิวัฒนาการปรับปรุงเครื่องมือเข้ามาช่วย ก็คือการใช้เครื่องมือขุดพื้น การลอกแบบลงบนไม้ ซึ่งแต่เดิมใช้วิธีการปรุกระดาษแล้วโรยฝุ่น หรือใช้เขียนลงบนไม้ ก็ใช้พิมพ์เขียวแล้วทากาวผนึกลงบนไม้ แต่ละใช้ได้เฉพาะแกะให้รู้รูปร่าง แต่เมื่อโกลนหุ่นแล้วก็ต้องใช้วิธีการเขียนแบบเดิมซึ่งทำกันมาแต่โบราณ

สิ่วไม้ ค้อนไม้ สำหรับงาน ไม้แกะสลัก - Woodcarving Tools
เครื่องมือที่ใช้ในการแกะสลัก
- ไม้ ไม้ที่นิยมนำมาใช้ในงานแกะสลัก ได้แก่ ไม้สัก เป็นไม้ที่ไม่แข็งเกินไป มีลายไม้สวยงาม สามารถแกะลายต่างๆได้ง่าย หดตัวน้อย ทนานต่อสภาพดินฟ้าอากาศและปลอดภัยจากปลวก มอดและแมลง ไม้ที่นิยมรองลงมาคือ ไม้โมก ไม้สน ที่สำคัญคือ ไม้ที่นำมาทำการแกะสลักจะ ต้องไม่มีตำหนิ เพราะจะทำให้งานชิ้นนั้นขาดความสวยงาม ค้อนไม้ เป็นค้อนที่มีลักษณะคล้ายตะลุมพุกเล็กๆ ทำจากไม้เนื้อแข็งเช่น ไม้แดง ไม้ชิงชัน
- ค้อนไม้จะเบา และไม่กินแรงเวลาใช้งานและช่วยรักษาด้ามสิ่วให้ใช้งานได้นานอีกด้วย
- สิ่ว เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแกะสลักมีหลายชนิดได้แก่ สิ่วขุด สิ่วฉาก สิ่วขมวด สิ่วเล็บมือ สิ่วทำ จากเหล็กกล้าที่แข็งและเหนียว ที่สำคัญคือจะต้องลับให้คมอยู่เสมอ
- มีด เป็นมีดเล็กๆ ปลายแหลม ใช้แกะลายเล็กๆ หรือแกะร่อง
- เลื่อย ใช้ในการเลื่อยไม้ส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เพื่อขึ้นรูปหรือขึ้นโครงของงาน
- บุ้งหรือตะไบ ใช้ถูตกแต่งชิ้นงานในขั้นตอนหลังจากแกะสลักแล้ว
-กระดาษทราย ใช้ขัดตกแต่งชิ้นงานหลังจากแกะสลักแล้ว
- กบไสไม้ ใช้ไสไม้ให้เรียบก่อนลงมือแกะหรือตกแต่งอื่นๆภายหลัง
- สว่าน ใช้เจาะรูไม้เพื่อแกะหรือฉลุไม้
- แท่นยึดหรือปากากาจับไม้ ใช้ยึดจับไม้
- เครื่องมือประกอบอื่นๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด ดินสอ กระดาษลอกลาย กระดาษแข็งทำแบบ
- วัสดุตกแต่ง ได้แก่ ดินสอพอง แลกเกอร์ แชลแลก น้ำมันลินสีด ทินเนอร์ หรือสีทาไม้
23Sep
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

วังโบราณ ปราสาทไม้สัจธรรม
www.sanctuaryoftruth.com
Pattaya Attraction The Sanctuary of Truth located at Attraction in Pattaya Thailand building was wood
ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเล เบื้องหลังความยิ่งใหญ่อลังการ ความงามของปราสาทไม้สัจธรรม นั่นคือผลงาน ไม้แกะสลัก รวมถึงตัวปราสาท และประติมากรรมต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณปราสาทสัจธรรม
ปราสาทสัจธรรมแห่งนี้ ก่อเกิดด้วยแนวคิดการก่อสร้าง และแนวคิดการดำเนินการของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อสร้างเมืองโบราณ และก่อสร้างปราสาทสัจธรรมในปีพ.ศ. 2524
เราต้องการให้ผู้เข้ามาชมมีส่วนร่วมในการให้เห็นว่าในชีวิตคนหนึ่ง เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ปราสาทที่แกะสลักไม้ด้วยมือ และการเข้าไม้แบบโบราณ ใช้วิธีการทำงาน ช่างหลวง ในการเข้าไม้แบบต่างๆ
สามส่วนแนวคิดที่สำคัญ
คืนประโยชน์ให้กับสังคม
เรียนรู้เรื่องเทคนิคของความเป็นไทยแต่โบราณ
เรียนรู้เรื่องปรัชญาของสาสนา ที่สามารถทำให้จิตใจของคน เอามาคิดได้แง่คิด ของปรัชญาการดำรงชีวิต นั่นคือความวิจิตรอลังการของปราสาทไม้สัจธรรมแห่งนี้
05Aug
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving
ถ้าวิเคราะห์ตรงไปตรงมาบ้านหลุก อดีตเป็นหมู่บ้านเดียวปัจจุบันมี 3 หมู่บ้านของตำบลนาครัว วัฒนธรรมแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกันการประกอบอาชีพของครัว เรือนก็แตกต่างกันออกไป การรวมกลุ่มจึงเป็นไปได้ยากในงานด้านแกะสลักของชุมชนมีจุดกำหนิดมาจากวัด เพราะว่าในอดีตมีเจ้าอาวาสองค์หนึ่งชื่อหลวงปู่คำปัน ท่านเป็นพระนักพัฒนามีชื่อเสียงในด้านสิ่งปลูกสร้าง เอาที่มองเห็นใกล้ตัวคนบ้านหลุกคือ สะพานข้ามน้ำจาง พระอุโบสถ วิหาร ศาสนสถานต่างๆในวัด เป็นแหล่งจุดประกายให้คนรอบๆ บริเวณวัดมารวมตัวกันศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนเพื่อช่วยกันสรร สร้างสิ่งต่างๆ ตามหลักพระพุทธศาสนาเป็นการเริ่มต้น ดังนั้นการแกะสลักไม้ที่เราเห็นในปัจจุบันเริ่มที่ชุมชนรอบๆวัดนั้นเอง ซึ่งคนยุคนั้นได้ล้มหายตายจากหมดแล้วมาถึงปัจจุบันก็มีแต่รุ่นลูกรุ่นหลาน ศิลปที่ออกมาก็มีลักษณะสมัยนิยมกระจายออกมาโดยการขยายครัวเรือนและนำ ภูมิปัญญานี้ขยายออกไปด้วย สิ่งที่จะปลุกชีวิตทำให้อาชีพการแกะสลักไม้บ้านหลุกคงอยู่และจะให้เป็นที่ รู้จักในวงกว้าง ถ้าจะให้ยั่นยืนจริงๆโดยไม่สุกเอาเผากินแล้วควรวิเคราะห์เชื่อมโยงตั้งแต่ เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของชุมชน รวมถึงการสร้างมาตรฐานขั้นพื้นฐานของสินค้าประเภทนั้นๆก่อนเพราะมีความ เลื่อมล้ำอยู่มากและควรมีงบประมาณในการฟื้นฟูอาชีพนี้ให้มากและตรงเป้าหมาย
by comments คนในชุมชนบ้านหลุก
08Jul
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

งานไม้แกะสลัก ซอยประชานฤมิตร
ในปี 2522 ชาวจีนจากวัดญวน สะพานขาว ถนนดำรงรัก สะพานดำ วัดสระเกศและบางลำพู ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณโดยนำอาชีพเดิมมา ด้วยคือ งานแกะสลักเครื่องไม้
ด้วยฝีมือที่ประณีตสวยงามและมีการสืบทอดมาโดยตลอด จึงทำให้บ้านเกือบทุกหลังในซอยนี้มีอาชีพแกะสลักงานเครื่องไม้ และกลายเป็นแหล่งชุมนุมโรงงานผลิตเครื่องตกแต่งไม้สำเร็จรูป แม้ว่างานส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรผลิต แต่งาน แกะสลักไม้ ที่เป็นลวดลายไทยก็ยังคงต้องใช้แรงงานฝีมือ
นอกจากนี้ยังรับผลิตงานตามสั่ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน สินค้าที่นี่จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปถึงร้อยละ 30 เพราะเป็นแหล่งผลิตโดยตรงและเป็นศูนย์รวมสินค้าจากแหล่งผลิตอื่น รวมทั้งผลิตภัณฑ์ไม้ยางจากโรงงานต่างๆ ฯลฯ
ปัจจุบันมีร้านค้าเรียงรายอยู่สองฝั่งถนมากกว่า 200 ร้าน จำหน่ายตั้งแต่ของตกแต่งบ้านเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ขนากใหญ่ ถือเป็นแหล่งรวมเครื่องตกแต่งไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจนได้รับการขนาน นามว่า “ถนนเฟอร์นิเจอร์”
นอกจากนี้ยังรับผลิตงานตามสั่ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน สินค้าที่นี่จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปถึง
ร้อยละ 30 เพราะเป็นแหล่งผลิตโดยตรงและเป็นศูนย์รวมสินค้าจากแหล่งผลิตอื่นรวมทั้งผลิตภัณฑ์ไม้ยางจากโรงงานต่างๆ ฯลฯ
ปัจจุบันมีร้านค้าเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน มากกว่า 200 ร้าน จำหน่ายตั้งแต่ของตกแต่งบ้านเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ขนากใหญ่
ถือเป็นแหล่งรวมเครื่องตกแต่งไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า ถนนเฟอร์นิเจอร์