ตามหา รักแท้

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ตามหา รักแท้

ตามหา รักแท้

รายการ กบนอกกะลา ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางสีดำ ของยางรักเพื่อตามหารักแท้ และหากไถ่ถามกับคนในแวดวงศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะไทยแล้ว จะได้คำตอบว่ายางรักนั้น เป็นวัตถุดิบสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะไทยเลยทีเดียว เราสามารถพบการใช้ยางรักได้ ในงานหลายแขนงเช่น การลงรักปิดทอง, ลงรักประดับมุก, ทำหัวโขน, เครื่องเขิน, ลายรดน้ำ ซึ่งพบได้ทั้งในงานสถาปัตยกรรมอย่าง วัดวาอาราม พระตำหนัก พระมหาปราสาท รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง ตู้เก็บของ, เก็บหนังสือ, หีบเสื้อผ้า, ตู้พระธรรม, เครื่องดนตรี, ของชำร่วย ด้วยภูมิปัญญาของช่างโบราณ ที่สามารถนำยางไม้สีดำนี้ มาสรรค์สร้างเป็นงานศิลปะอันทรงคุณค่า ที่มิใช่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่มีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันแดดกันและความชื้น ที่จะมาทำลายพื้นผิววัสดุ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานนับร้อยปี จากงานงานศิลปะไทย ตามวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ยางรักยังถูกใช้ในงานศิลปะสมัยใหม่อีกด้วย

ต้นรักนั้นอยู่ในป่า เราจึงเดินทางถางพง ตรงเข้าสู่ใจกลางป่า ไปหาต้นรักแท้ๆ กันที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีชาวบ้านที่รู้จัก และเชี่ยวชาญชำนาญรักเป็นอย่างดี เคยทั้งเก็บและกรีดยางรักเป็นอาชีพ อาสาพาไปหาต้นรักที่อุทยานแห่งชาติผาแดง ซึ่งที่นั่นทำให้เราได้เห็นว่า กว่าที่จะได้ยางรักมานั้น เป็นเรื่องยากสักแค่ไหน ต้องเสียทั้งเหงื่อ และเวลาการรอคอยที่ยาวนาน ได้รู้ถึงเรื่องราวความรุ่งเรือง ของการเก็บยางรักในอดีต ที่ปัจจุบันแทบไม่มีให้เห็นแล้ว เหลือไว้เพียงรอยแผลเป็น ที่ทิ้งไว้ตามต้นรัก คอยย้ำเตือน และสะกิดแผลในใจของคนกรีดรัก ให้คิดถึงความหลังครั้งเก่า

งานรัก นั้นถูกจัดให้เป็นหมวดหมู่ในหนึ่ง งานช่างสิบหมู่ เพราะนำไปใช้ได้หลายแขนง ที่เราคุ้นตากันก็คงเป็นการใช้ยางรักสีดำๆ ทำเป็นพื้น และประดับด้วยแผ่นทองคำ ที่เรียกว่าลายรดน้ำ รักนั้นนอกจากจะช่วยให้ความสวยงามแล้ว ก็ยังช่วยเรื่องการรักษาสภาพของพื้นผิววัตถุให้แข็งแรงขึ้น ทนทานต่อความชื้นที่จะมาทำลาย และอายุการใช้งานให้นานนัยร้อยปี

ยางรักนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในงานศิลปะไทยหลายๆ แขนงซึ่งหนึ่งในนั้นคือลายรดน้ำ จันทนา แจ่มทิม เป้นศิลปินที่ผลิตงานลายรดน้ำ สร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง และมาทำความเข้าใจกับงานรักนั้นจะมาใช้ในงานศิลปะอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร

จิตรกรรม ลายรดน้ำ เสน่ห์ของลายรดน้ำก็อยู่ในกระบวนการ การทำงาน และตัวของลายรดน้ำเอง เครื่องเขิน เป็นของใช้ในครัวเรือน ชื่อเรียกภาชนะเรียกตามชื่อชนเผ่าที่ประดิษฐ์ คือไทยเขิน เป็นภาชนะที่ทาด้วยยางรัก บางคนก็เอาไปเป็นของชำร่วย

ต้นรักเป็นไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับมะม่วง และเป้นที่อยู่ที่อาศัยของพืชพวกอิงอาศัย นอกจากนั้นให้ร่มเงากับไม้ที่อยู่ข้างล่าง
รักแท้นั้นมีอยู่จริง เพียงแต่ว่าอาจจะหายากเกินไปสักหน่อย และถึงแม้ว่ารักแท้นั้นอาจจะไม่ใช่สีชมพูหอมหวาน เหมือนที่เราจินตนาการ แต่ว่ากลายเป็นสีดำสนิทนั้นสามารถที่จะสร้างงานศิลปะอันทรงคุณค่าไว้มากมาย สิ่งเหล่านี้คงบ่งบอกให้เราเห็นว่า รูปลักษณ์ภายนอกคงไม่ใช่สิ่งที่ช่วยชี้วัดถึงคุณค่า คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าหากว่าภูมิปัญญาในการกรีดยางรัก รวมถึงการสร้างงานศิลปะโดยใช้ยางรักนั้นถูกลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ คงเป็นเรื่องของผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันต่ออายุ ยืดอายุเพื่อให้ศิลปะ การใช้ยางรักในการสร้างงานศิลปะคงอยู่ต่อไป เพราะยังไงก็ต้องการความรักจากคนที่ห่วงใย และคนที่เห็นความสำคัญ

ต้นรักกับรักแท้

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ต้นรัก กับรักแท้

การศึกษายางรักใหญ่ เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย เรื่องงานยางรักของไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังจะสูญหายไป เนื่องจากงานลงรักปิดทองมีความเกี่ยวข้อง และมีความสำคัญต่องานช่างฝีมือของไทยโดยตรง โดยเฉพาะงานช่างประดับมุข งานช่างหัวโขน งานช่างเขียน และเครื่องเขิน

จากการศึกษาวิจัยยางรักในหลายประเทศ พบว่า ยางรักในประเทศไทยมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ในงานช่างฝีมือมากที่สุด ซึ่งพบมากในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ขณะนี้มีการปลูกน้อยลง จะเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว อีกทั้งขณะนี้คนไทยได้นำเข้าวัสดุทางเคมี จากต่างประเทศ มาใช้แทนยางรักแล้ว จึงทำให้คนเห็นความสำคัญของยางรักน้อยลง หรือบางคนแทบจะไม่รู้จักยางรักเลย ดังนั้น กรมศิลปากรจะร่วมมือกับกรมป่าไม้ พัฒนาสายพันธุ์ต้นรักใหญ่ให้มีคุณภาพ เพื่อที่จะนำผลผลิตส่งออกต่างประเทศได้ แทนการนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งจะกระตุ้น และรณรงค์ให้คนไทยหันมาปลูกต้นรักใหญ่ให้มากขึ้น

ต้นรัก เป็นไม้ยืนต้นอยู่ในวงศ์ไม้มะม่วง (Anacardiaceae) เป็นคนละชนิดกับต้นรัก Calotropis gigantean linn ซึ่งเป็นไม้พุ่มอยู่ในวงศ์ Asclepiadaceae ออกดอกเป็นช่อกลีบดอกสีม่วงหรือขาว ระยางรูปมงกุฎ นำมาใช้ร้อยพวงมาลัย ต้นรักหรือต้นไม้ในวงศ์มะม่วงมีอยู่ ๒ สกุล ที่ใช้เจาะเก็บยางรัก คือ สกุล Rhus และสกุลไม้รักใหญ่ (Melanorrhoea) ต้นรักในสกุลไม้รักใหญ่ มีอยู่ด้วยกัน ๔ ชนิด คือ ต้นรักใหญ่ (Melanorrhoea ustata) รักน้ำเกลี้ยง (Melanorrhoea laccifera) รักเขา (Melanorrhoea pilosa) และรัก (Melanorrhoea glabra)

แต่ต้นรักที่มีความสำคัญและใช้เจาะเก็บยางรัก เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมเครื่องรักและเครื่องเขินของไทยและพม่า คือ ต้นรักใหญ่ การนำยางรักจากต้นรักมาใช้ ทำด้วยการกรีดหรือสับด้วยมีดที่ลำต้นรักให้เป็นรอยยาวๆ ยางรักจะไหลออกมาตามรอยที่กรีดและสับนั้น แล้วจึงนำภาชนะเข้ารองรับน้ำยางเป็นคราวๆ และเก็บรวบรวมไว้ใช้งานต่อไป ยางรักนี้บางแห่งเรียกว่า น้ำเกลี้ยง หรือ รักน้ำเกลี้ยง ยางรักแต่ละชนิดที่ช่างรักจะใช้ประกอบในการทำงานเครื่องรักมีอยู่หลายชนิด ดังมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน

ต้นรักใหญ่
ต้นรักใหญ่

รัก เป็นยางไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งชนชาติที่อาศัยอยู่ในทวีปเอเชีย รู้จักนำมาใช้ในการเคลือบและตกแต่งผิวของวัตถุตั้งแต่สมัยโบราณ โดยใช้ยางรักในการเคลือบสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากวัสดุประเภทต่างๆ เช่น ไม้ เครื่องจักสาน หนัง ผ้า โลหะ เครื่องปั้นดินเผา หิน เป็นต้น เมื่อยางรักแข็งตัวแล้วจะมีคุณสมบัติป้องกันน้ำซึม และทนต่อสภาพของดินฟ้าอากาศ

ต้นรัก
ต้นรัก

ผลและดอกของต้นรักใหญ่

ผล และดอก ของต้นรักใหญ่

รักดิบ คือ ยางรักสดที่ได้จากการกรีดหรือสับจากต้นรัก ลักษณะเป็นของเหลวสีขาวเมื่อทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้ รักดิบนี้จะต้องผ่านการกรองให้ปราศจากสิ่งสกปรกปะปน และจะต้องได้รับการขับน้ำที่เจืออยู่ตามธรรมชาติในยางรักให้ระเหยออกตามสมควรเสียก่อน จึงจะนำไปประกอบงานเครื่องรักได้

รักน้ำเกลี้ยง คือ รักดิบที่ผ่านการกรองและได้รับการซับน้ำเรียบร้อยแล้ว เป็นน้ำยางรักบริสุทธิ์ จึงเรียกว่า รักน้ำเกลี้ยง เป็นวัสดุพื้นฐานในการประกอบงานเครื่องรักชนิดต่างๆ เช่น ผสมสมุก ถมพื้น ทาผิว

รักสมุก คือ รักน้ำเกลี้ยงผสมกับสมุก มีลักษณะเป็นของเหลวค่อนข้างข้น ใช้สำหรับอุดแนวทางลงพื้นและถมพื้น

รักเกลี่ย คือ รักน้ำเกลี้ยงผสมกับสมุกถ่านใบตองแห้งป่น บางทีเรียกว่า สมุกดิบ ใช้เฉพาะงานงานอุดรู ยาร่อง ยาแนวบนพื้นก่อนทารัก สำหรับปิดทองคำเปลว

รักเช็ด คือ รักน้ำเกลี้ยง นำมาเคี่ยวบนไฟอ่อนๆ เพื่อไล่น้ำให้ระเหยออกมากที่สุด จนได้เนื้อรักข้นและเหนียวจัด สำหรับใช้แตะ ทา หรือเช็ด ลงบนพื้นแต่บางๆ เพื่อปิดทองคำเปลว หรือทำชักเงาผิวหน้างานเครื่องรัก

รักใส คือ รักน้ำเกลี้ยงที่ผ่านกรรมวิธีสกัดให้สีอ่อนจาง และเนื้อโปร่งใสกว่ารักน้ำเกลี้ยง สำหรับใช้ผสมสีต่างๆ ให้เป็นรักสี

รักแต่ละชนิดดังที่กล่าวมานี้ ล้วนมีที่มาจาก รักดิบ ทั้งสิ้น รักแต่ละชนิดจะมีคุณภาพมากหรือน้อยก็ดี นำมาประกอบงานเครื่องรักแล้วจะได้งานที่ดี มีความคงทนถาวรเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติพื้นฐานของรักดิบ ที่ช่างรักจะต้องรู้จักเลือกรักดิบที่มีคุณภาพดีมาใช้


ลายรดน้ำ โดย จันทนา แจ่มทิม

ลวดลายปิดทองรดน้ำบนตู้พระธรรม
ลวดลายปิดทองรดน้ำบนตู้พระธรรม วัดเซิงหวาย สมัยอยุธยา

สมุก เป็นวัสดุที่มีลักษณะเป็นผง หรือป่นเป็นฝุ่น สมุกที่ใช้ในงานเครื่องรักแบบไทยประเพณีอย่างโบราณวิธี มีอยู่ด้วยกัน ๒ ชนิด คือ

- สมุกอ่อน สมุกชนิดนี้ ได้แก่ ผงดินสอพอง ผงดินเหนียว เลือดหมูก้อน อย่างใดอย่างหนึ่ง ผสมกับรักน้ำเกลี้ยง ตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ทารองพื้นที่ต้องการ รองพื้นบางๆ และเรียบ

- สมุกแข็ง ได้แก่ ผงถ่านใบตองแห้ง ผงถ่านหญ้าคา ผงปูนขาว อย่างใดอย่างหนึ่ง ผสมกับรักน้ำเกลี้ยง ตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ทารองพื้นที่ต้องการรองพื้นหนาและแข็งแรงมาก

ต้นรัก มีขึ้นอยู่ทั่วไปในประเทศเวียดนาม พม่า ญี่ปุ่น และประเทศไทย ซึ่งในประเทศไทยมีมากทางภาคเหนือ เช่น ที่เชียงใหม่ เชียงราย และทางภาคใต้ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งยางรักที่ได้จากที่นี่จะมีคุณภาพดี ส่วนในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมียางรักที่ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี แต่เป็นยางรักที่ไม่ค่อยจะมีคุณภาพนัก

ยางรักแท้
ยางรักแท้

วิธีการคัดเลือกยางรัก

การคัดเลือกรักเป็นสิ่งสำคัญต่อการประกอบงาน เพราะรักที่มีขายตามท้องตลาดมิใช่ว่าจะเป็นรักที่บริสุทธิ์ทั้งหมด อาจมีส่วนอื่นผสมเพื่อเพิ่มปริมาณก็ได้ เช่น น้ำมันดิน น้ำมันยาง หรือน้ำเปล่า เวลาซี้อเพื่อที่จะได้รักที่มีคุณภาพที่ดีนั้น อาจจะทดสอบง่ายๆ ได้ดังนี้

๑. ใช้นิ้วมือแตะยางรักขยี้และดมกลิ่นของรัก ถ้าบริสุทธิ์จะไม่มีกลิ่นน้ำมันดิน น้ำมันสน หรือน้ำมันยาง

๒. ใช้ไม้พายจุ่มลงไปในยางรัก แล้วยกขึ้นปล่อยให้ยางรักไหลกลับลงไปจากไม้พาย ถ้าเป็นรักที่บริสุทธิ์จะไหลติดต่อลงเป็นเส้นเสมอกัน ถ้าไม่บริสุทธิ์ยางรักจะไหลขาดลงเป็นตอน

๓. ใช้นิ้วมือแตะยางรัก แล้วนำไปทาลงบนแผ่นกระจก ยางรักที่มีคุณภาพดีจะทาได้เรียบเสมอกัน ถ้าไม่บริสุทธิ์จะทาลงแผ่นกระจกแล้วไม่ค่อยเรียบ

๔. ถ้ายางรักแห้งเร็วกว่าปกติ มักจะเป็นยางรักที่ถูกผสมด้วยน้ำมันสนมากเกินความต้องการ และมีคุณสมบัติ (คุณภาพ) เลวด้วย

๕. ใช้นิ้วมือแตะยางรักแล้วขยี้ดู ถ้ามีคุณภาพดีจะมีความเหนียวกว่ายางรักที่ปนด้วยสิ่งอื่นๆ

คัดลอกบางส่วน: เอกสารประกอบ สาขาช่างรัก ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี
 

บ่มรักด้วยรักแท้-จันทนา แจ่มทิม

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

​แลลาย​ไทยตามรอยยางรัก ​เพื่อสืบสานศิลปะ​ไทย ​เพราะลาย​ไทย…คือจุด​เริ่มต้นของ​การสร้างสรรค์ศิลปะ​ไทย​ใน​แขนงต่างๆ

ลายรดน้ำ -กระบวนการแห่งชีวิต
ลายรดน้ำ … กระบวนการแห่งชีวิต

… ภายใต้ … ลวดลาย…เปลวระยับ

คือความงาม อันซับซ้อน ทรงคุณค่า

ระหว่างทาง … ระหว่างการณ์ … ระหว่าง … ระยะเวลา

หากเพียงจะค้นหา …ด้วยจิต, วิญญาณตน …

ลายรดน้ำ

ลายรดน้ำ

แม้ชีวิตของกระบวนการลายรดน้ำ จะต้องการเวลาเติบโตขึ้นสู่สมบูรณภาพ แต่มันสามารถแสดงออกซึ่งความงามทั้งหมด ออกมาได้เสมอในทุกขั้นตอนทุกจังหวะ แม้แต่ในระยะเวลาที่กำลังรอคอย ซึ่งในการที่จะบรรยายและแสดงออก ของชีวิต สรรพวัตถุนั้นๆ แม้คำพูดก็อาจเป็นสิ่งกั้นขวาง

แต่ละขั้น … แต่ละตอน เป็นจังหวะลีลาของชีวิต สรรพวัตถุ นั้นมีสำเนียงแห่งสมบูรณภาพ มันเป็นปรากฎของสภาพอันสมบูรณ์ในสิ่งท่ยังไม่สมบูรณ์

และนั้นคือ สุนทรียะแห้งสัจจธรรม

เพราะสัจจธรรม คือความงาม และความงามคือสัจธรรม

แล้ว เราจะเข้าถึง ความงามในความจริงนี้ได้อย่างไร

มีวิธีเดียวที่เราจะเข้าถึงสัจจธรรมได้ คือ ใช้ดวงใจ อันบริสุทธิ์ของตนเองหยั่งลึกลง สู่กลางใจของสรรพสิ่ง แล้วจึงได้ลิ้มรสความชื่นชม อันเป็นจุหมายสูงสุด

และโดยความตระหนักแล้วถึงวิถีทางดังกล่าว

ดังนั้น ชีวิตลายรดน้ำ ศิลปะแห่งกระบวนการ จึงได้อุบัติขึ้น เพื่อแสดงแนวทางของการ “หยั่งถึง”

เมื่อดวงใจ นอบน้อม หลอมรวม

ดวงชีวิต เข้ากัน กับ กระบวนการ

เมล็ดพันธ์ สร้างสรรค์ จะเบิกบาน บน มรรคา ..

ลายรดน้ำ

“บ่มรัก” ด้วย “รักแท้”

รักแท้ … คือ … วัตถุธาตุทางธรรมชาติ ที่ยอมอุทิศตน เพื่ออยู่ใน

ทุกขั้น ทุกตอน ของกระบวนการ ( ลายรดน้ำ )

รักแท้ … คือ .. นามธาตุ ที่เกิดขึ้นภายในดวงจิต ของผู้ที่สร้างสรรค์ ผลงาน

และอาจมีอยู่ ภายในดวงใจ ของผู้มาเยือน

ทั้งนี้นิทรรศการ “บ่มรัก” ด้วย “รักแท้” โดย จันทนา แจ่มทิม

รักแท้ โดยจันทนา แจ่มทิม

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

จันทนา  แจ่มทิม

จันทนา แจ่มทิม ศิลปินที่ใช้เทคนิคการลงรักปิดทองแบบโบราณ

รักแท้ ใน ลายรดน้ำ

จันทนา แจ่มทิม เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้พบ รักแท้ และรักษาให้รักแท้คงอยู่คู่เมืองไทยตลอดไป

รักแท้  ที่จันทนากำลังตามหา และเสมือนว่าเธอมีชีวิตอยู่อย่างที่เธออยากเป็นได้ ก็คือ ต้นรัก (ไม้ยืนต้น วงศ์เดียวกับมะม่วง) ที่กรีดบริเวณลำต้นแล้วให้ผลิตผลเป็น ยางรัก ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ ลายรดน้ำ

เช่นนั้นแล้วรักแท้ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับ “ความรัก” แต่จะว่าไปแล้วก็มีเอี่ยวเหมือนกัน เพราะการที่จันทนาต้องตามหารักแท้นั้นเป็นผลมาจาก “ลายรดน้ำ” งานจิตรกรรมที่ปรากฏตัวอยู่บนพื้นผิวของ “งานช่างรัก” กำลังเกิดวิกฤตขาดแคลน “รัก” ทั้ง “ยางรัก” (รูปวัตถุ) และ “ความรัก” (นามวัตถุ) ที่เป็นเหตุให้การสร้างสรรค์ศิลปะลายรดน้ำกำลังลดน้อยและกำลังจะถูกลืมเลือน

เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่จันทนาผูกพันอยู่กับงานศิลปะลายรดน้ำ นับตั้งแต่เรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกศิลปะไทย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษามาเป็นอาจารย์ และในขณะนี้เธอเลือกที่จะเป็นศิลปินอิสระ ที่พร้อมทุ่มเทกายใจให้กับการสร้างสรรค์ สืบสาน อนุรักษ์ ศิลปะลายรดน้ำและยางรัก

“ตอนเรียนเราต้องหาตัวเองให้เจอ ต้องรู้จักตัวเองเพื่อที่จะสร้างงาน แล้วปรากฏว่าเราชอบเขียนลายเส้น เพราะลายเส้นแสดงออกได้อย่างลึกล้ำ การเขียนเส้นมีทั้งดุดัน ละเอียดอ่อน นั่นใช่เราเลย เปรียบเหมือนการพรรณนาโวหาร ลายรดน้ำรองรับความรู้สึกและแสดงออกถึงความเป็นตัวเราได้” จันทนา กล่าวถึงวิถีการทำงานศิลปะที่เธอทุ่มเท

“บ่มรัก…ด้วยรักแท้” นิทรรศการที่จัดแสดงงานจิตรกรรมลายรดน้ำ เป็นการรวบรวมผลงานเก่าของจันทนาและงานที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคเดิม แต่มีการคลี่คลายรูปแบบ โดยเนื้อหาของนิทรรศการถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 จัดแสดงผลงานจิตรกรรม และส่วนที่ 2 จัดแสดงงานศิลปะจัดวาง (Installation) และกระบวนการทำงานของศิลปิน (Process Art) ซึ่งเสมือนเป็นการยกเอาห้องทำงานส่วนตัวของศิลปินมาไว้ในนิทรรศการให้ผู้ชม ได้เห็น

ไม่ว่าจะชื่นชมผลงานจิตรกรรมลายรดน้ำที่สวยตระการตา หรือเยี่ยมชมกระบวนการทำงานก่อนที่จะสำเร็จเป็นจิตรกรรมสักชิ้น หากแต่สิ่งที่ศิลปินหวังยิ่งนักต่อผู้ชมนั่นคือ ต้องการให้ทุกคนได้เห็นถึงคุณค่าแห่งความพยายามในการสร้างสรรค์ ด้วยความยากลำบากและความพิถีพิถันในกระบวนการทำงาน ไม่ง่ายนักที่จะได้ผลงานแต่ละชิ้นออกมา หากแต่คุ้มค่าแห่งการรอคอยและควรค่าแก่การอนุรักษ์

ปฏิเสธไปไม่ได้ว่ายังมีสายตาหลายคู่ ความคิดจากหลายผู้คนที่มองว่า ศิลปะแนวลายรดน้ำนั้นเฉิ่มเชย ส่งผลให้มีศิลปินที่จะสร้างสรรค์งานแนวนี้น้อย ยังผลให้มีงานศิลปะลายรดน้ำออกมาสู่สายตาประชาชนน้อยตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้จันทนาในฐานะผู้สร้างงานศิลปะในวิถีของศิลปิน – ไม่ใช่ช่าง จึงได้นำเสนอกระบวนวิธีเฉกช่างโบราณ แต่มีรูปแบบและแนวทางเช่นศิลปินร่วมสมัย

“มั่นใจมาตลอดว่าสามารถใช้เทคนิคโบราณมาสร้างสรรค์งานร่วมสมัยได้ อย่างงานที่ทำไม่มีรูปไหนที่เป็นลายไทยเลย เป็นงานฟอร์มธรรมชาติ อย่าง ใบโพธิ์ ก็เป็นงานแนวสัญลักษณ์อยู่แล้ว ฟอร์มสามเหลี่ยมก็เป็นสากล ส่วนผลงานที่ชื่อ กำเนิดจากความดี เราก็เล่นกับพื้นของลายรดน้ำ ขบวนการของลายรดน้ำ สมุก (ดิน อิฐ ดินสอพอง ถ่าน ใบตองแห้ง ฯลฯ ป่นเป็นผงผสมกับยางรักให้เหนียว ทาทับบนพื้นวัตถุเพื่อเตรียมผิว) ซึ่งสวยโดยธรรมชาติ

เทคนิคโบราณเวลาป้ายสมุกเพื่อทำลายรดน้ำจะต้องลงพื้นเรียบ แต่เราก็สร้างสรรค์เอาสมุกมาเพนต์ ทำเทกซ์เจอร์ตรงสมุกก่อน ก็ป้ายสมุกให้เป็นริ้วน้ำ เพราะเราเห็นความงามของกระบวนการ เราก็เอามาใช้ในงาน ให้เขาเป็นพระเอกบ้าง ไม่ใช่อยู่ข้างใต้อย่างเดียว ซึ่งเรียกเทคนิคนี้ว่า เทคนิคผสมจิตรกรรมรักสมุกลายรดน้ำ

อย่างไรก็ตาม ลายรดน้ำเป็นเทคนิคไทยโบราณ ชูประเด็นความเป็นชาติได้ ถึงจะทำสากลยังไง ทำแบบฟรีฟอร์ม หรือสาดสียังไง ความเป็นไทยก็แรง เพราะเทคนิคมันแรง”

ศิลปะ “ลายรดน้ำ” แทบจะไม่เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ด้วยหลายสาเหตุ นอกจากกรรมวิธีในการทำจะยุ่งยากซับซ้อนแล้ว วัสดุประเภททองคำก็มีราคาสูง แถมในปัจจุบันยางรักยังหายาก จึงเป็นที่มาของ “โครงการตามหารักแท้”

“ตอนนี้เราซื้อรักจากเชียงใหม่ที่นำเข้ามาจากพม่าอีกที ตอนนี้ยางรักส่วนใหญ่ก็ไม่แท้แล้ว จะมีการผสมน้ำมันยาง คุณสมบัติของความเป็นรักที่ใส มันวาว จะน้อยลง พอผสมอย่างอื่นก็ไม่ค่อยเหนียว ก็ต้องหาซื้อรักแท้และราคาสูง กิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่ง 1 กิโลกรัม ยังใช้ทำงานไม่ได้ถึงชิ้นเลย ส่วนทองคำเปลว ภาพขนาด 1.20 x 1.80 เมตร ใช้ประมาณ 3,000 แผ่น ซึ่งตกแผ่นละ 5 บาท ราคาก็ขึ้นอยู่กับตลาดโลกอีกที”

งานศิลปะที่เกิดจากความรัก จึงไม่มีเพียงนิทรรศการ “บ่มรัก…ด้วยรักแท้” เท่านั้น หากยังมีการรณรงค์ต่อเนื่อง ในกิจกรรมจัดพิมพ์หนังสือ “ลายรดน้ำ” ในช่วงสิ้นปีนี้ เพื่อจัดจำหน่ายและจะนำไปจ่ายแจกยังสถานศึกษา และหน่วยงานราชการด้านศิลปะทั่วประเทศ ขณะที่กิจกรรมโรดโชว์ “ตามหารักแท้” ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ธ.ค. ปีหน้าจะตามมาติดๆ

กิจกรรมโรดโชว์ “ตามหารักแท้” ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั้น มีวัตถุประสงค์ตามหาต้นรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมให้มีการปลูกเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องอาศัยยางรักจากพม่า อีกทั้งยังเป็นการหารายได้เสริมให้กับเกษตรกรอีกด้วย โดยในส่วนนี้ยังรวมไปถึงการจัดเวิร์กช็อป อบรมการทำ “ลายรดน้ำ” อย่างถูกวิธี ให้ครูอาจารย์ผู้สอนศิลปะและนักวิชาการด้านศิลปะของกระทรวงศึกษาธิการ

ศิลปะ “ลายรดน้ำ” จะไม่สูญหายไปจากประเทศไทย หากคนไทยยังมีความรักในงานศิลปะ แล้วยังมีคนที่พร้อมจะสร้างสรรค์งานศิลปะแนวนี้ ที่สำคัญซึ่งขาดไปไม่ได้ก็คือ ทองคำ และ รักแท้

นิทรรศการ “บ่มรัก…ด้วยรักแท้” จัดแสดงถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ส่วนที่ 1 จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ชมได้ที่ นานส์ แกลเลอรี่ ส่วนที่ 2 จัดแสดงงานศิลปะการจัดวาง และกระบวนการทำงานของศิลปิน เยี่ยมชมได้ที่ ณ อาร์ทเทอรี่ แกลเลอรี่ อาคารเดอะ สีลม แกลเลอเรีย ถ.สีลม กรุงเทพฯ

ลายรดน้ำ
ลายรดน้ำ … กระบวนการแห่งชีวิต

… ภายใต้ … ลวดลาย…เปลวระยับ

คือความงาม อันซับซ้อน ทรงคุณค่า

ระหว่างทาง … ระหว่างการณ์ … ระหว่าง … ระยะเวลา

หากเพียงจะค้นหา …ด้วยจิต, วิญญาณตน …