Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ช่างสิบหมู่
ช่างหลวง ช่างเขียน
ในบรรดาช่างทั้งปวง ที่รวมกันเป็นช่างสิบหมู่นั้น ช่างเขียนจัดว่าเป็นตวามสำคัญเป็นพิเศษ เพราะงานของช่างเขียนเป็นแม่บทของงานทุกประเภท ช่างเขียนจะต้องฝึกฝนฝีมืออย่างหนัก นับแต่เริ่มหัดเขียนลายเบื้องต้น ที่เรียกว่า การกระทบเส้น จนถึงเขียนเป็นเส้นหนัก เรียกว่า คดให้ได้วง ตรงให้ได้เส้น เมื่อเขียนตล่องมือแล้ว

ขั้นตอนต่อไปคือ ฝึกการเขียน ภาพพื้นฐานได้แก่ ภาพกนก เป็นลายที่มีแบบฉบับเฉพาะ

ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เป็นต้นแบบให้ช่างเขียนนำไปผูกลายได้ไม่สิ้นสุด

ภาพนารี คือภาพผู้หญิง รวมถึงภาพพระ เทวดา นางฟ้า และภาพ ไพร่พล ชาวบ้าน ที่เรียกว่า ภาพกาพย์ ซึ่งต้องฝึกเขียนภาพผู้หญิงก่อน เป็นพื้นฐานก่อน จึงเขียนภาพบุคคลต่างๆ ต่อไปได้โดยง่าย

ภาพกระบี่ มิได้หมายถึง เฉพาะวานร หรือ ลิง แต่รวมถึง อมนุษย์ ทั้ง อสูรพงศ์ วานรพงษ์ ซึ่งต้องจดจำลักษณะประจำภาพให้แม่นยำ

ภาพคช คือภาพช้าง ซึ่งรวมเรียกสัตว์อื่นๆ ทั้งที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ และในจิตนาการ ถือกันว่า หากเขียนรูปช้างได้คล่องแคล่วแล้ว ก็จะเขียนภาพอื่นๆ ได้โดยง่าย

ช่างเขียนได้สร้างสรรค์งานลงบนพื้นผิวต่างๆ ด้วยการใช้สีผสมกาวระบายลงบนพื้น ที่ลงลายเส้นไว้แล้ว บ้างก็ใช้วิธีที่เรียกว่าเขียนลายทอง บ้างก็เขียนลายรดน้ำ

ภาพที่เขียนบนผืนผ้าเรียกว่า ภาพพระพรต มักเป็นรูปพระพุทธเจ้า พระพุทธประวัติ

ภาพที่เขียนบนพื้นกระดาษสา หรือกระดาษข่อย ที่เรียกกันว่า สมุดข่อย จัดเป็นประเภทสมุดไทย มีทั้งสมุดไทยขาว สมุดไทยดำ

ภาพเขียนบนพื้นไม้ ใช้ในงาน ตบแต่งภายใน อาคาร ส่วนที่เป็นไม้ และสิ่งของเครื่องใช้

ส่วนที่เขียนขึ้นบนผนังปูน เรียกว่าจิตรกรรมฝาผนัง เน้นส่วนที่สำคัญ ด้วยการปิดทองคำเปลว ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่า และทำให้ภาพสวยงาม เด่นชัด
ช่างเขียนได้ถ่ายทอดศิลป แบบไทยประเพณี ตกทอดเป็นมรดก จวบจนปัจจุบัน
source : สารคดีเอกลักษณ์ไทย
Modernnone TV
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving
ช่างสิบหมู่ - ช่างหลวง ข่างปั้น
source : Modern nineTV
ช่างปั้น คือ ช่างที่มีฝีมือในการที่จะนำวัสดุมาสร้างสรรค์ ให้เป็นรูปทรงให้มีคุณสมบัติพร้อมทั้งความงาม คุณค่าทางศิลป และจิตใจ

ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น
การปั้นมีหลายประเภท ได้แก่ งานปั้นดินดิบ ใช้ดินเหนียว จากแหล่งธรรมชาติ มาเสริมความแข็งแรงด้วยวัสดุต่างๆ ได้แก่กระดาษฟาง กระดาษข่อย

ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น
ส่วนการปั้นดินเผา ใช้ทรายละเอียด เป็นส่วนผสม

ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น
เมื่องานปั้นดิน เสร้จสิ้นสมบูรณ์ หากให้มีสีสรร สวยงาม ก้เขียนระบายสี ที่พื้นผิว เช่นรูป ตุ๊กตาชาววัง

ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น
หรือหากนำไปเผาให้สุก ก้จะได้สีสรร ตามธรรมชาติ ของเนื้อดิน เช่น พระพิมพ์ กระเบื้องมุงหลังคา
งานปั้นปูน ปูนที่ใช้ได้จากหินปูน เรียกว่าปูนหิน เพราะทำจากเปลือกหอยทะเล เรียกว่าปูนหอย และเนื่องจากมีลักษณะเป็นผงสีขาว จึงเรียกทั่วไปว่า ปูนขาว การนำปูนไปใช้ในงานปั้น ให้สวยงาม คงทนถาวรนี้ ช่างปั้น ได้สืบทอดความรู้กันต่อมาว่า ต้องผสม น้ำกาวอย่างหนึ่ง น้ำมันอย่างหนึ่ง
น้ำกาว ได้จากหนังสัตว์ และน้ำตาลอ้อย น้ำมันได้จาก น้ำมันพืช เรียกว่า น้ำมันตั๊งอิ้ว เมื่อนำมาผสมกับกระดาษฟาง ตำให้เข้ากันได้ ปูนตำ
ภาพปูนปั้น รูปภาพต่างๆ ที่สวยงามคงทนมาจนปัจจึบัน ล้วนทำขึ้นมาจากการปั้นปูน เช่นภาพตกแต่งในหน้าบัน

ภาพ พุทธประวัติ

ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น - ปั้นลักสมุก
งานปั้นลักสมุก มีลักสมุก ทำมาจาก ลักน้ำเกลี้ยง ผสมสมุก น้ำมันยาง และปูนแดง ตำเข้าด้วยกันแล้วนำมาปั้นตามขั้นตอน คือปั้นให้เป็นแท่ง ตัดเป็นท่อน คลึงด้วยไม้ ตัดมาแบ่งปั้นขึ้นรูป หรือตีกับแม่พิมพ์เป็นลวดลายต่างๆ ก่อนนำไปติดกับงานปั้น แล้วจึงตกแต่งด้วยการลงลัก ปิดทองคำเปลว หรือลงสีฝุ่น ระบายสี สำเร็จเป็น เครื่องประดับศีรษะโขน ที่สวยงาม ด้วยงานของ ช่างปั้นไทย
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving
ช่างหลวง ช่างสิบหมู่
source: modernnine TV
คำว่า ช่างสิบหมู่ เลียนมาจาก ช่างสิปปะ ในภาษาบาลี และ ช่างศิลปะ ในภาษา สันสกฤต หมายถึงฝีมือในทางการช่าง ต่อมาคนไทยออกเสียงสั้น เป็นช่างศิลป์บ้าง ช่างสิป บ้าง
คำว่า สิป เขียนเป็นสิบ แล้วเติมหมู่ต่อท้าย กลายเป็น ช่างสิบหมู่ แล้วเลยเข้าใจว่า มีช่างสังกัดเพียง 10 ประเภท ซึ่งความจริงมีมากกว่านั้น
อยุธยา
สมัยอยุธยา ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นราชธานีอยู่นานถึง 417 ปี อาคารสถาน ทั้งฝ่ายอาณาจักร แลัศาสนาจักร ในความสวยงามตระการตา ดังที่มีหลักฐาน พรรณาในเอกสารต่างๆ รวมทั้งซากโบราณสถาน และศิลปวัตถุ ที่คงเหลือเป็นประจักษ์อยู่
ช่างผู้สร้างสรรค์งานอันวิจิตรงดงามของบ้านเมืองครั้งนั้น ปรากฎทำเนียบนามอยู่ในพระอัยการนาทหารหัวเมือง มีนามบรรดาศักดิ์ สะท้อนความสันทัด จัดเจน ในงานช่างแต่ละหมู่

ทำเนียบนาม ช่างสิบหมู่
หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา ในพุทธศักราศ 2310 ช่างหลวงในกรม ช่างสิบหมู่ คงสูญไปมาก เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในพุทธศักราช 2325 ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร ให้สวยงาม ดังเช่นที่เคยมีในกรุงศรีอยุธยา
วิชาช่างครั้งกรุงเก่า ที่ร่วงโรยไปก็ได้รับการบำรุงฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในสมัยราชกาลที่ 2 ถือได้ว่าเป็นยุคทองของศิลป กรมช่างสิบหมู่ เฟื่องฟูมาก ด้วยพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นช่าง มีฝีพระหัตถ์เป็นเลิศ ทั้งงานเขียน งานปั้น และงาน แกะสลัก
งานของ กรมช่างสิบหมู่ ปัจจุบันได้โอนมาอยู่ในหน้าที่ของ กรมศิลปากร
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving
ข้อมูลจาก การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, สถาบันศิลปกรรม กรมศิลปากร
กรมช่างสิบหมู่ หรือเรียกสั้นๆว่า ช่างสิบหมู่ เป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่ และภาระโดยตรงในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมประเภทต่างๆ อาทิ ประเภทวิจิตรศิลป มัณฑนศิลป ประณีตศิลป เป็นต้น เพื่อบริการแก่ราชการในส่วนพระองค์สมเด็จพระมหากษัตริย์ เช่น การสร้างเครื่องราชูปโภค พระราชพาหนะ พระราชมณเฑียรสถาน สำหรับสมเด็จพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ รวมทั้งปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ ศาสนสถาน และสังฆภัณฑ์ โดยที่งานช่างสิบหมู่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ
“ช่างสิบหมู่” ตามพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตย สถาน อธิบายคำนี้ว่า คือชื่อช่างหลวง ซึ่ง สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงมีลายพระหัตถ์ประทาน พระยาอนุมานราชธน ลงวันที่ 31 ส.ค. 2479 ในหนังสือบันทึกเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ ว่า…ช่างสิบหมู่เป็นแต่ชื่อกรมที่รวบรวมช่างได้มี 10 หมู่ด้วยกัน ไม่ใช่ช่างในบ้านเมืองมีแต่สิบอย่างเท่านั้น แต่ที่เรียกว่าช่างสิบหมู่ก็เพื่อต้องการรวบรวมช่างที่เป็นส่วน สำคัญไว้ก่อนเพียง 10 หมู่ แล้วภายหลังคิดเพิ่มเติมหรือแยกแขนงออกไปอีกตามลักษณะของงาน
หากดูตามบัญชีช่างที่ขึ้นทำเนียบเป็นช่างหลวง มีดังนี้…ช่างเลื่อย ช่างก่อ ช่างดอกไม้เพลิง ช่างไม้สำเภา ช่างปืน ช่างสนะจีน ช่างสนะไทย ช่างขุนพราหมณ์เทศ ช่างรัก ช่างมุก ช่างปากไม้ ช่างเรือ ช่างทำรุ ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างบุ ช่างปูน ช่างหุงกระจก ช่างประดับกระจก ช่างหยก ช่างชาดสีมุก ช่างต่อกำปั่น และช่างทอง
และในบันทึก พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ผู้ควบคุมช่างสิบหมู่ใน สมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงจำแนกไว้ดังนี้…1.หมู่ช่างเขียน ประกอบด้วย ช่างเขียน ช่างปิดทอง 2.หมู่ช่างแกะ มีทั้งช่างแกะตรา ช่างแกะลาย ช่างแกะพระหรือภาพ 3.หมู่ช่างหุ่น มีช่างไม้ ช่างไม้สูง ช่างเลื่อย ช่างปากไม้ 4.หมู่ช่างปั้น มีช่างขี้ผึ้ง ช่างปั้น ช่างขึ้นรูป 5.หมู่ช่างปูน มีช่างปั้น ช่างปูนก่อ ช่างปูนลาย ช่างปั้นปูน 6.หมู่ช่างรัก มีช่างลงรัก ช่างปิดทอง ช่างประดับกระจก ช่างมุก 7.หมู่ช่างบุ เป็นช่างเดี่ยว 8.หมู่ช่างกลึง มีช่างไม้ 9.หมู่ช่างสลัก มีช่างฉลุ ช่างกระดาษ ช่างหยวก ช่างเครื่องสด 10.หมู่ช่างหล่อ มีช่างหุ่นดิน ช่างขี้ผึ้ง ช่างผสมโลหะ
ขณะที่เมื่อนำข้อมูลข้างต้นมาเทียบกับข้อมูลในหนังสือช่างสิบหมู่ ซึ่งจัดพิมพ์เมื่อปี 2540 โดยการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้ลำดับงานของช่างสิบหมู่เดิมที่มีมาแต่ในอดีตว่า…งานของช่างสิบหมู่ที่ปรากฏชัดเจนนั้นคือ…1.ช่างเขียน 2.ช่างปั้น 3.ช่างแกะ 4.ช่างสลัก 5.ช่างหล่อ 6.ช่างกลึง 7.ช่างหุ่น 8.ช่างรัก (ลงรักปิดทอง) 9.ช่างบุ 10.ช่างปูน ก็ใกล้เคียงกับข้อมูลดังที่ปรากฏเดิม
ที่สำคัญ ในหนังสือเล่มดังกล่าวยังอธิบายที่มาที่ไปของคำว่า “ช่างสิบหมู่” ที่ศึกษารวบรวมจากเอกสารต่าง ๆ ไว้อย่างน่าสนใจ กล่าวคือ…ในส่วนราชการแต่ละส่วนที่เรียกว่า “กรม” แต่ละสมัยนั้น มีส่วนราชการหนึ่งชื่อว่า “กรมช่างสิบหมู่” รวมอยู่ด้วย ส่วนราชการนี้เป็นที่ทราบกันโดยประเพณีสืบๆ กันมาว่า “เป็นส่วนที่รวบรวมบรรดาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และฝีมือช่างศิลปะประเภทต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบ้านเมือง” เข้ามารับสนองราชการ ประจำ จึงได้รับการขนานนามมาแต่เดิมว่ากรมช่างสิบหมู่
และแม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันความเป็นมา ไม่ปรากฏว่าได้รับการบันทึกเป็นเอกสาร แต่ก็มักจะมีอยู่ในเรื่องแทรกในพระราชพงศาวดารต่างๆ มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีบันทึกปรากฏชัดเจนในสมัยรัตนโกสินทร์
ช่างสิบหมู่มีหน้าที่โดยตรงในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมต่างๆ ทั้ง ประณีตศิลป วิจิตรศิลป มัณฑนศิลป แก่ราชการในส่วนพระองค์ อาทิ เครื่องราชูปโภค พระราชพาหนะ พระราชมณเฑียรสถาน เป็นต้น
นอกจากนี้ กับต้นกำเนิดของคำว่า “ช่างสิบหมู่” ในหนังสือเรื่องพระประวัติ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ กล่าวถึงคำนี้ไว้ว่า…เป็นคำที่เลื่อนมาแต่คำว่า “ช่างสิปป” เป็นภาษาบาลีมีความหมายนัยเดียวกับคำว่าศิลปะ และในภาษาสันสกฤตหมายถึงฝีมือทางการช่าง แต่คนไทยพูดประหยัด คำกันมาก หรือไม่ก็ออกเสียงไม่คล่องลิ้น คำว่าสิปปก็หดสั้นลงเป็นสิป ช่าง สิปปก็หดสั้นเป็นช่างสิป นานเข้าก็ค่อย ๆ ห่างไกลความเข้าใจและเปลี่ยนรูปกลายเป็น “จำนวนนับ 10” และภายหลังก็มีการเติมคำว่า “หมู่” ต่อท้าย ก็เลยกลายเป็นคำว่า “ช่างสิบหมู่”
ในแวดวงศิลปะถือว่าช่างสิบหมู่เป็นสถาบันทางการช่างศิลปกรรม แบบไทยประเพณีสถาบันหนึ่ง บุคคลที่มีความสามารถและฝีมือเป็นช่างในสถาบันนี้ จัดเป็นช่างหลวง และเป็นข้าราชการในราชการของราชสำนักในสมัยที่ไทยยังปกครองด้วยระบบราชาธิปไตย
ยุคปัจจุบัน หน่วยงานสำคัญหน่วยงานนี้ได้เปลี่ยนแปลงเป็นส่วนราชการในรูปของ “สำนักช่างสิบหมู่” สังกัดกรมศิลปากร โดยมีภารกิจหลักที่สำคัญทางด้านศิลปกรรมไทย มีหน่วยงาน 5 กลุ่มและฝ่าย ดังนี้…กลุ่มประณีตศิลป์และการช่างไทย (กปช.), กลุ่มจิตรกรรมศิลปะประยุกต์และลายรดน้ำ (กจศ.), กลุ่มประติมากรรมและช่างปูนปั้น (กปป.), กลุ่มวิชาการด้านช่างศิลปะไทย (กวศ.) และฝ่ายบริหารงานทั่วไป (ฝบห.)
กลุ่มช่างสิบหมู่ในปัจจุบัน ปฏิบัติภาระกิจในสายงานช่างประณีตศิลปกรรมด้านช่างสิบหมู่ของไทยโบราณ ถึงจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ความสามารถด้านช่างจากช่างในยุคกรมช่างสิบหมู่เดิมได้น้อยมาก ( ยังคงมีช่างที่เป็นลูกศิตย์ของครูช่างโบราณที่ถ่ายทอดให้รุ่นน้องเหลืออยู่บ้างในช่วง ยี่สิบปีที่ผ่านมา ได้แก่ลูกศิตย์ของ ศาสตราจารย์ พระพรหมณ์พิจิตร อจ.พระเทวาพินิมมิตร และ อจ.หลวงพิศาลศิลปกรรม เป็นต้น ) แต่งานช่างสิบหมู่ปัจจุบันก็ไม่สามารถครอบคลุมงานช่างได้ทุกสาขาที่มีมาแต่โบราณได้ และการจัดหมวดหมู่ก็เป็นไปตามความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองของชาติ ซึ่งผู้บริหารในแต่ละยุคจะเห็นสมควร
สำหรับช่างสิบหมู่ในปัจจุบัน มีสถานะภาพเป็น กลุ่มงานช่างสิบหมู่ ในสังกัดสำนักสถาปัตยกรรมและหัตถศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ.๒๕๔๕) กลุ่มช่างสิบหมู่มีภาระกิจดังต่อไปนี้
๑.ปฏิบัติงานด้านสร้างสรรค์งานประณีตศิลปกรรมด้านช่างสิบหมู่เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาศิลปกรรมด้านนี้
๒. ปฏิบัติงานซ่อมอนุรักษ์ศิลปวัตถุที่ต้องใช้กระบวนการช่างลักษณะช่างสิบหมู่ เพื่ออนุรักษ์ศิลปกรรมอันมีค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป
๓. ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย รวบรวม จัดทำเอกสารทางวิชาการหรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวกับศิลปกรรมด้านช่างสิบหมู่เพื่อเผยแพร่และสืบทอดศิลปกรรมด้านนี้
๔. ออกแบบ - เขียนแบบด้านประณีตศิลปกรรมด้านช่างสิบหมู่เพื่อปฏิบัติการด้านช่างสิบหมู่ในลักษณะต่าง ๆ และเมื่อมีหน่วยงานภายนอกขอมาโดยความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชา
๕. จัดสาธิตและบรรยาย อธิบาย ช่วยสอนพิเศษรายวิชา ด้านประณีตศิลปกรรมด้านช่างสิบหมู่เพื่อเผยแพร่และสืบทอดศิลปกรรมด้านนี้
กลุ่มช่างสิบหมู่ในปัจจุบันประกอบด้วยกลุ่มงานช่างในสังกัด ๕ กลุ่มงาน และ ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย หนึ่งศูนย์ (พ.ศ. ๒๕๔๖) ดังรายละเอียดต่อไปนี้
๑. กลุ่มงานช่างเขียนและช่างลายรดน้ำ
ปฏิบัติงานด้านช่างเขียนลาย – เขียนแบบสำหรับงานช่างสิบหมู่สาขาต่าง ๆ , งานเขียนน้ำกาว และด้านช่างลายรดน้ำ
๒. กลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต
ปฏิบัติด้านการขึ้นหุ่นโครงสร้างด้วยไม้ประเภทต่าง ๆ (ช่างไม้สูง) และด้านช่างแกะสลักไม้และวัตถุอื่น ๆ
๓. กลุ่มงานช่างประดับกระจกและช่างปิดทอง
ปฏิบัติงานด้านช่างประดับกระจกและลงรักปิดทอง และงานผ้าลายทองแผ่ลวด
๔. กลุ่มงานช่างโลหะและช่างศิราภรณ์
ปฏิบัติงานด้านงานช่างโลหะประณีต – โลหะประดิษฐ์ และงานสร้างหัวโขน
๕ กลุ่มงานช่างปั้นหุ่นช่างปั้นลายและช่างมุก
ปฏิบัติงานด้านช่างปั้นปูนสด และ ด้านงานช่างประดับมุก
๖. ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย