จิตรกรรมไทย

Posted by thai woodcarving

จิตรกรรมไทย
จิตรกรรมฝาผนัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

จิตรกรรมไทย
(Thai Painting) หมายถึง ภาพเขียนที่มีลักษณะเป็นแบบอย่างของไทย ที่แตกต่าง จากศิลปะของชนชาติอื่นอย่างชัดเจน ถึงแม้จะมีอิทธิพลศิลปะของชาติอื่นอยู่บ้าง แต่ก็สามารถ ดัดแปลง คลี่คลาย ตัดทอน หรือเพิ่มเติมจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ตนเองได้อย่างสวยงาม ลงตัว น่าภาคภูมิใจและมีวิวัฒนาการทางด้านด้านรูปแบบ และวิธีการมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปอีกในอนาคต


ลายไทย เป็นส่วนประกอบของภาพเขียนไทยใช้ตกแต่งอาคาร สิ่งของ เครื่องใช้ ต่าง ๆ เครื่องประดับ ฯลฯ เป็นลวดลายที่มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันซึ่งนำเอารูปร่างจาก ธรรมชาติมาประกอบ เช่น ลายกระหนก ลายกระจัง ลายประจำยาม ลายเครือเถา เป็นต้น หรือเป็นรูปที่มาจากความเชื่อและคตินิยม เช่น รูปคน รูปเทวดา รูปสัตว์ รูปยักษ์ เป็นต้น


จิตรกรรมไทย เป็นวิจิตรศิลป์อย่าง หนึ่ง ซึ่งส่งผลสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันดี งามของชาติ มีคุณค่าทางศิลปะและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้า เรื่องที่เกี่ยวกับ ศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนการแสดงการเล่มพื้นเมืองต่าง ๆ ของแต่ละยุคสมัยและสาระอื่น ๆ ที่ประกอบกันเป็นภาพจิตรกรรมไทย งานจิตรกรรมให้ความรู้สึกในความงามอันบริสุทธิ์น่าชื่นชม เสริมสร้างสุนทรียภาพขึ้นในจิตใจมวลมนุษยชาติได้โดยทั่วไป วิวัฒนาการของงาน จิตรกรรมไทยแบ่งออกตามลักษณะรูปแบบทางศิลปกรรม ที่ปรากฏในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบ คือ

จิตรกรรมไทยแบบประเพณี
จิตรกรรมไทยแบบประเพณี (Thai Traditional Painting)เป็นศิลปะที่มีความประณีตสวยงาม แสดงความรู้สึกชีวิติจิตใจและความเป็นไทย ที่มีความอ่อนโยน ละมุนละไม สร้างสรรค์สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนได้ลักษณะประจำชาติ มีลักษณะประจำชาติที่มีลักษณะ และรูปแบบเป็นพิเศษ นิยมเขียนบนฝาผนังภายในอาคารที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาและอาคารที่เกี่ยวกับบุคคลชั้นสูง เช่น โบสถ์ วิหาร พระที่นั่ง วัง บนผืนผ้า บนกระดาษ และบนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ โดยเขียนด้วยสีฝุ่น ตามกรรมวิธีของช่างเขียนไทยแต่โบราณ เนื้อหาที่เขียนมักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตพุทธ พุทธประวัติ ทศชาติชาดก ไตรภูมิ วรรณคดีและชีวิตไทย พงศาวดารต่าง ๆ ส่วนใหญ่นิยมเขียนประดับฝนังพระอุโบสถ วิหารอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประกอบพิธีทางศาสนา ลักษณะจิตรกรรมไทยแบบประเพณีเป็นศิลปะ แบบอุดมคติ (Idealistic)ผนวกเข้ากับเรื่องราวที่กึ่งลึกลับมหัศจรรย์ ซึ่งคล้ายกับงาน จิตรกรรมในประเทศแถบตะวันออกหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินเดีย ศรีลังกา จีนและญี่ปุ่น เป็นต้น เป็นภาพที่ระบายสีแบนเรียบ ด้วยสีค่อนข้างสดใส และมีการตัดเส้นเป็นภาพ 2 มิติ ให้ความรู้สึกเพียงด้านกว้างและยาว ไม่มีความลึก ไม่มีการใช้แสงและเงามาประกอบ จิตรกรรมไทยแบบประเพณีมีลักษณะพิเศษในการจัดวางภาพแบบเล่าเรื่องเป็นตอน ๆ ตามผนังช่องหน้าต่าง โดยรอบโบสถ์ วิหาร และผนังด้าน หน้าและหลังพระประธาน ภาพจิตรกรรมไทยมีการใช้สีแตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย ทั้งเอกรงค์ และหหุรงค์ โดยเฉพาะการใช้สีหลายๆ สีแบบพหุรงค์นิยมมากในสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะได้สีจากต่างประเทศที่เข้ามาติดต่อค้าขายด้วย ทำให้ภาพจิตรกรรมไทยมีความสวยงามและสีสันที่หลากหลายมากขึ้น

จิตรกรรมไทยแบบร่วมสมัย
จิตรกรรมไทยแบบร่วมสมัย (Thai Contempolary Painting)จิตรกรรมไทยร่วมสมัยเป็นผลมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการของ โลก ความเจริญทางการศึกษา การคมนาคม การพาณิชย์ การปกครอง การรับรู้ข่าวสาร ความเป็นไปของโลกที่อยู่ห่างไกล ฯลฯ เหล่านี้ ล้วนมีผลต่อความรู้สึกนึกคิดและแนวทางการแสดงออกของศิลปินในยุคต่อๆ มาซึ่งได้พัฒนาไปตามสภาพเวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ความเป็นอยู่ ความรู้สึกนึกคิด และความนิยมในสังคม สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ใหม่ของวัฒนธรรมไทยอีกรูปแบบหนึ่ง อย่างมีคุณค่า เช่นดียวกัน อนึ่ง สำหรับลักษณะเกี่ยวกับจิตรกรรมไทยร่วมสมัยนั้น ส่วนใหญ่เป็นแนวทางเดียวกันกับลักษณะศิลปะแบบตะวันตกในลัทธิต่างๆ ตามความนิยมของศิลปินแต่ะละคน

งานจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง

Posted by thai woodcarving

 

 

   เป็น clip video สั้น ๆ เบี้องหลัง การทำฉากตำนานพระนเรศวรมหาราช ทางฝั่งพม่า เห็นความโอฬารสมจริง ไม่ทราบรายละเอียด และขั้นตอนการปิดทอง และการปัดทอง แต่ก็มีวิธีการทำงานหลากหลายแบบ รวมทั้งวัสดุที่นำมาใช้ บทความวันนี้จะพูดถีง งานช่างเขียน (งานจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง) ได้รับความ เอื้อเฟื้อข้อมูลจาก

สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร
ส่วนช่างสิบหมู่

  •  ออกแบบและเขียนแบบ เรื่องราวที่นิยมนำมาเขียนบนฝาผนัง จะเป็นฝาผนังของโบสถ์ วิหาร พระระเบียง วิหารคด พระที่นั่ง หอพระ หอไตรหรือหลังบานประตูหน้าต่าง ล้วนแล้วแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธเป็นหลัก เป็นต้นว่า ทศชาติ นอกจากนี้ก็มีรามเกียรติ์เป็นสำคัญ เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ได้แฝงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของไทยในยุคที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยออกแบบและเขียนแบบในลักษณะที่เราเรียกว่าการมองภาพแบบตานกบิน ในการร่างแบบ ควรร่างบนกระดาษร่าง หรือกระดาษบรู๊ฟเสียก่อน
  • ทำแบบปรุ นำแบบที่ได้ร่างไว้และปรับลายจนเรียบร้อยดีแล้ว มาทำแบบปรุโดยใช้กระดาษไข เบอร์
    70-75 แกรม วางทับลงไปบนแบบที่ได้ร่างไว้แล้ววางซ้อนใต้แบบอีก 2-3 แผ่น ลงมือปรุแบบ โดยใช้เข็มปรุแบบจนแล้วเสร็จ ตรวจดูความเรียบร้อย ไม่หลงลืม โดยเช็คดูจากแผ่นกระดาษไขบนแบบร่าง ในการยึดแบบร่างกับกระดาษไข เพื่อกันไม่ให้เคลื่อนขณะปรุแบบใช้แม็กเย็บกระดาษเย็บโดยรอบแบบ เสร็จดีแล้วจึงค่อยเอาแม็กเย็บกระดาษออก

  • เตรียมพื้นผนัง ก่อนลงมือเขียนฝาผนังที่เป็นปูน ต้องประสะ (ชโลม) ผนังที่จะเขียนภาพหลาย ๆ ครั้ง โดยใช้น้ำใบขี้เหล็ก เมื่อผนังแห้งดีแล้ว ใช้ขมิ้นชันสดทดลองขีดบนผนังดู ถ้าเป็นสีแดงแสดงว่าผนังยังมีความเค็มต้องประสะอีก จากนั้นทดลองขีดดูถ้าเป็นสีเหลืองของขมิ้นแสดงว่าผนังนั้นหมดความเค็มแล้ว เตรียมการลงพื้นโดยใช้ดินสอพองผสมกับแป้งเปียกที่ทำจากเม็ดมะขาม (นำเม็ดมะขามไปคั่วจนเปลือกร่อนออกแล้วนำไปต้มจนเปื่อย เป็นแป้งเปียก) ทาลงบนฝาผนังให้ทั่วอย่าให้หนาเกินไปผึ่งไว้จนแห้งดีแล้ว ขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดให้เรียบ ใช้สีขาว (สีฝุ่นขาว) ทาด้วยแปรงให้ทั่วอีกครั้งหนึ่ง

  • ลูบฝุ่นโรยแบบ นำแบบที่ปรุไว้เรียบร้อย ทาบลงบนฝาผนังที่ได้เตรียมพื้นไว้แล้วใช้ลูกประคบขาว-ดำ ลูบไปบนแบบปรุจนทั่ว เอาแบบปรุออก ฝาผนังจะปรากฎเป็นรอยประอันเกิดจากลูกประคบขาว-ดำ

  • ระบายสี ให้เริ่มระบายสีที่เป็นแบล็กกราวด์ หรือองค์ประกอบของภาพเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ โขดเขา ก้อนหิน พื้นดิน น้ำ ต้นไม้ ท้องฟ้า ตลอดจนอาคารบ้านเรือน วิมาน ฯลฯ หลังจากเสร็จแล้ว จึงค่อยระบายตัวภาพ โดยใช้สีฝุ่นสีต่าง ๆ

  • ทายางมะเดื่อ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของภาพก็ดี ถ้ามีที่ที่จะต้องปิดทองคำเปลวให้ใช้รงทองระบายในส่วนที่จะปิดทองเสียก่อน เพื่อให้สังเกตุได้ง่ายจะได้ไม่หลงลืมและทำให้พื้นที่บริเวณที่จะปิดทองเรียบเสมอกัน จากนั้นทาด้วยยางมะเดื่อโดยทาให้ทั่วในส่วนที่จะปิดทอง พอยางมะเดื่อที่ทาไว้หมาดก็ลงมือปิดทอง (ยางมะเดื่อเป็นยางที่ได้จากต้นมะเดื่ออุทุมพร ใบจะเล็กเรียวกว่า และไม่หยาบเหมือนมะเดื่อทั่วไป)

  • ปิดทองคำเปลว เปิดกระดาษเปลือกทอง แล้วปิดคว่ำลงไปให้แผ่นทองปิดทับลงบนยางมะเดื่อ ระวังอย่าให้เปลือกทองที่เป็นกระดาษติดบนยาง จะทำให้ปิดทองไม่ติด พอปิดทองทั่วดีแล้วใช้นิ้วมือแตะแผ่นทอง ซ่อมในส่วนที่มีรอยให้เรียบร้อย แล้วกวดทองให้เรียบ โดยจะใช้นิ้วมือหรือสำลีคลึงให้เป็นก้อนกวดอีกที ทั้งนี้เพื่อเก็บเศษทองหรือเกสรของทองออกให้หมด

    พู่กัน

  • ตัดเส้น ใช้พู่กันขนาดเล็กตัดเส้นสีต่าง ๆ โดยทำการตัดเส้นไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ของภาพหรือตัวภาพตลอดจนลวดลายต่าง ๆ รวมทั้งที่ที่ได้ปิดทองไว้โดยในส่วนที่ปิดทองให้ใช้สีแดงชาดทั้งหมดเน้นเส้นที่เป็นเค้าโครงที่สำคัญ ๆ ด้วยสีดำ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนภาพจิตรกรรมไทย

  • พู่กัน 
  • แปรง 
  • เปลือกต้นกระดังงาไทย 
  • รากลำเจียก 
  • ดินสองเหลือง (ทำจากดินเหลืองหรือดินกิน ลักษณะเป็นดินดานที่มีเนื้อละเอียดนุ่มแต่แข็งกว่าดินสอพอง
  • ลูกประคบดำและขาว 
  • น้ำกาวยางมะขวิด (ยางกระถิน ARABIC GUM) 
  • ยางมะเดื่อ 
  • เข็มปรุแบบ 
  • สำลีอย่างดี 
  • ทองคำเปลว 100 % 
  • ใบมีด (ใช้ขูดทอง
  • สีฝุ่น สีต่าง ๆ อัตราส่วน 3 ต่อ 1 ( สี 3 ส่วน ต่อ น้ำกาว 1 ส่วน)