จิตรกรรม ลายรดน้ำ

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ลายรดน้ำ

ลายรดน้ำ โดยจันทนา แจ่มทิม

จิตรกรรม ลายรดน้ำ โดยจันทนา แจ่มทิม เป็นศิลปินที่ผลิตงานลายรดน้ำ สร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง และมาทำความเข้าใจกับงานรักนั้นจะมาใช้ในงานศิลปะอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร ลายรดน้ำ เป็นงานปราณีตศิลป์ของไทยชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในงานจิตรกรรมประเภทสีเอกรงค์ ขั้นตอนการเขียนลายรดน้ำ จะเริ่มจากการร่างแบบโดยใช้ดินสอพองเขียนบนพื้นกระดานรัก

งานลายรดน้ำจะเริ่มจากการเตรียมพื้นผิววัสดุให้พร้อมก่อน โดยใช้ยางรักสีดำๆ ทาบนแผ่นไม้ให้ทั่ว โดยจะมีตัวช่วยในการอุดร่อง และรูบนลายไม้ให้เรียบเยียนขึ้น นั่นคือสมุก

ลงรัก
เตรียมพื้นผิวบนแผ่นไม้ ด้วยยางรัก

สมุก คือยางรักที่ผสมกับวัสดุอื่น เช่น ผงอิฐ, ถ่านใบตองแห้ง, ดินสอพอง เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อยางรัก ซึ่งเมื่อลงสมุกแล้ว ก็ต้องรอจนแห้ง ซึ่งวิธีที่ทำให้แห้งเร็วนั้น ก็ต้องนำเข้าไปในมุ้งที่ฉีดน้ำจนเปียกชุ่ม เพราะรักนั้นจะแห้งเร็วขึ้นเมื่อมีความชื้น เรียกวิธีนี้ว่า การบ่มรัก

การบ่มรัก

เมื่อรักที่บ่มไว้แห้งแล้ว ก็นำแผ่นไม้ออกมาขัด และลงสมุกที่มีเนื้อละเอียดขึ้นในครั้งต่อไป ซึ่งก็ต้องทำซ้ำไป ซ้ำมาเป็นแบบนี้อยู่หลายรอบ จนกว่าพื้นไม้ที่ได้จะเรียบเป็นสีดำ เงางาม

ขั้นตอนการเขียนลายรดน้ำ จะเริ่มจากการร่างแบบโดยใช้ดินสอพองเขียนลายบนพื้นกระดานรัก เมื่อร่างเสร็จแล้ว ก็นำน้ำยาหรดาล ซึ่งน้ำยาหรดาลประกอบด้วย หรดาลหิน กาวกระถิน และน้ำส้มป่อย นำน้ำยาหรดาลมาค่อยๆ ระบายลงไป เติมรายละเอียดให้มากขึ้น ซึ่งส่วนนี้ภายหลังจะกลายเป้นสีดำ จากนั้นนำสำลี ทำเป็นลูกประคบ และใช้ยางรักทา วิธีนี้เรียกว่าการเช็ดรัก เมื่อเช็ดรักเรียบร้อยแล้วก็ต้องใช้สำลีสะอาดๆ ถอนรักออกมา จนเหลือยางรักติดอยู่บางๆ เท่านั้น

จากนั้นก็นำแผ่นทองคำเปลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ติดทีละแผ่นๆ ต่อกันไปจนทั่วบริเวณที่เช็ดรักเอาไว้
เมื่อใช้น้ำลูบไปบนแผ่นทอง ส่วนที่ไม่มีน้ำยาหรดาลกันไว้ แผ่นทองก็จะติดแน่นบนพื้นรัก ส่วนบริเวณที่มีน้ำยาหรดาลอยู่ ทองคำจะละลายออกมา พร้อมกับน้ำยาหรดาลนั่นเอง จากนั้นลายก็ขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน เสน่ห์ของรายรดน้ำอยู่ในกระบวนการ การทำงาน และตัวของรายรดน้ำเอง ก็ได้ตอบสนองต่อจินตนาการได้อย่างไม่มีข้อจำกัด งานรักที่งานเช็ดรัก เช็ดลงไปเพื่อที่จะติดทอง ถ้าไม่ใช่ยางรักแท้ๆ มันจะเช็ดได้ไม่ลื่น และเส้นจะไม่คม ทองำกับเส้นจะตัดได้อย่างคมชัด

ลายรดน้ำ เป็นงานปราณีตศิลป์ของไทยชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในงานจิตรกรรมประเภทสีเอกรงค์ สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี จากหลักฐานในจดหมายเหตุกรุงสยามและกรุงจีน ซึ่งบรรยายถึง พ่อขุนรามคำแหงทรงเจริญพระอักษรแต่งตั้งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับจีนโดยการเขียนพระราชสาส์นเป็นลายรดน้ำ

ลายรดน้ำ เป็นลวดลายหรือภาพ รวมไปถึงภาพประกอบลายต่าง ๆ ที่ปิดด้วยทองคำเปลวบนพื้นรัก โดยขั้นตอนการทำสุดท้ายคือการเอาน้ำรด ให้ปรากฏเป็นลวดลาย จึงกล่าวได้ว่า “ลายรดน้ำ” คือ ลายทองที่ล้างด้วยน้ำ

งานเขียนลายรดน้ำส่วนใหญ่จะเขียนประดับตามสถานที่ต่าง ๆ เช่นประตู หน้าต่าง ฝาผนัง รวมถึงเครื่องไม้ใช้สอยต่าง ๆ ด้วย

บ่มรัก รักแท้

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

หรดาน

บ่มรัก รักแท้

ความหอมหวานของการบ่มรัก อาการหวนหาอดีตนี้ย่อมเกิดขึ้นพร้อมความรู้สึกแบบอนุรักษ์นิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในปัจจุบัน มโนทัศน์ดังกล่าวก็ยังคงปรากฏตัวออกมาในหลากหลายรูปแบบ ในปริมณฑลของศิลปะ การ “ ตามหาแต่เพียงลำพัง ” กลายเป็นวิถีเฉพาะตนของศิลปิน ท่ามกลางการสร้างสรรค์ทั้งมวลที่เกิดขึ้น ศิลปินจำนวนไม่น้อยค้นหาเส้นทางของ ตัวเองจากอดีตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะจากประเทศฝั่งตะวันออก การศึกษาแบบตะวันตกที่กลายเป็นการศึกษาแบบ สากล ส่วนหนึ่ง ก่อให้เกิดความรู้สึกตัดขาดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เคยมีเคยเป็น การค้นหา อัตลักษณ์ของตนในแง่หนึ่งจึงเป็นการค้นหาอัตลักษณ์ของชาติไปพร้อมกับ ในระดับปัจเจก คำถามอย่าง “ เราจะสร้างงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่มีรากเหง้าได้อย่างไร ” จึงเป็นประเด็นที่ผุดขึ้นมาอยู่เสมอ คำถามและข้อเรียกร้องนั้นดูราวกับว่า ศิลปะร่วมสมัยนั้น เป็น “ ทายาท ” ของงานแบบประเพณี ทว่าอะไรคือข้อกำหนดที่บ่งบอกว่ามันจะ ต้องเป็นเช่นนั้น หรือแม้กระทั่งว่ามันจะเป็นได้หรือไม่ อะไรคือ “ การคลี่คลาย ” ?

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันที่เราได้นิยามศิลปะบนมาตรฐานของตะวันตกร่วมกันนี้ ก็ก่อให้เกิดเอกภาพในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการสร้างสรรค์และความเคลื่อนไหวใน แวดวงศิลปะ บนเส้นทางการแสวงหานี้ วันวานยังหวานอยู่ การนำของเก่ากลับมา ใช้ใหม่จึงเป็นทางเลือกอันหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในรูปลักษณ์ต่างๆ กันไป เราคงไม่อาจ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นการคลี่คลายมาจากงานประเพณี เพราะคำว่า “ คลี่คลาย ” นั้นแนะเป็นนัยถึงการสืบทอดเป็นทายาท ความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในลักษณะ ของการเป็นลูกหลานโดยแท้ เพราะถึงที่สุดแล้วเรื่องของการนำกลับมาใช้ใหม่ก็เป็นประเด็น สากล อยู่ดี แต่ทั้งนี้ก็มิได้หมายความว่าการกระทำเช่นนั้นจะไร้เสียแล้วซึ่งคุณค่า ในทางตรงกันข้าม ผลผลิตของศิลปินเหล่านี้ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่แพ้งานศิลปะ รูปแบบอื่นๆ ดังที่มีผู้กล่าวถึงไว้ว่าเป็นการ “ ทำให้ตกตะลึงด้วยของเก่า ”

จันทนา แจ่มทิม

จันทนา แจ่มทิม ผู้สร้างสรรค์นิทรรศการ “ บ่มรัก ” ที่ About Studio / About Cafe ก็เป็นศิลปินที่ได้รับการศึกษาศิลปะตามแนวทางแบบตะวันตกเช่นกัน จันทนาเลือก ใช้ลายรดน้ำเป็นเทคนิคในการทำงานโดยที่ผ่านมาเป็นผลงาน จิตรกรรม ทั้งหมด จิตรกรรมนี้เองที่หมายถึงการเป็นงานศิลปะ แบบสมัยใหม่ แม้ว่าจะใช้ เทคนิคแบบที่ช่างไทยโบราณทำสืบทอดกันมา แต่ก็ไม่ทั้งหมด จันทนา เลือก ที่จะตัดขั้นตอนบางอย่างออก เช่น การปรุกระดาษเพื่อตบดินสอพองหรือการสร้างลายใหม่ ตามจินตนาการของตน เป็นการตีตัวออกห่างงานแบบประเพณีดั้งเดิม ทั้งตัวจิตรกรรมเอง ก็คือการดึงเอาผลงานออกมาจากบริบทแบบเดิม ลายรดน้ำที่ตามปกติติดอยู่กับตู้พระธรรม บานประตู หน้าต่างคือองค์ประกอบที่อยู่ร่วมกับสิ่งอื่นเพื่อให้คุณค่าและหน้าที่แก่สิ่งนั้น – การทำบุญเพื่อสืบศาสนา “ รัก ” และ “ ทองคำเปลว ” ให้ทั้งในแง่ของความแข็งแรงมั่นคง และการบูชา แต่ผลงานของจันทนาคือการดึงเอาลายรดน้ำออกจากการให้คุณค่าและ ความหมายแก่สิ่งอื่นมาเป็นการนำเสนอตัวมันเองในฐานะงานจิตรกรรม ในกรอบสี่เหลี่ยมบน ผนังของพื้นที่แสดงงานศิลปะ บริบทเปลี่ยน นิยามเปลี่ยน เรื่องของวัดกับวังและหน้าที่ ใช้สอยหายไปพร้อมกับมโนทัศน์เกี่ยวกับศิลปินก็เข้ามาแทนที่เรื่องของช่างฝีมือ

ลายรดน้ำซึ่งเคยอิงอยู่กับสิ่งอื่นได้กลายมาเป็นวัตถุที่เสร็จสัมบูรณ์ในตัวเองนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นมุมมองแบบ Modernism โดยแท้ การใช้รูปแบบงานจิตรกรรม ได้ตอกย้ำประเด็นดังกล่าวลงไปด้วยการเป็นวัตถุที่จบในกรอบภาพ เมื่อ “ ลายประดับ ” กลายเป็น “ ภาพ ” จึงหมายถึงการเสนอ “ ตน ” ที่เป็นเอกเทศ แต่ในนิทรรศการนี้ จันทนาได้ก้าวเลยการนำเสนอลายรดน้ำที่เสร็จแล้วในกรอบสี่เหลี่ยมไปสู่การนำเสนอ ขั้นตอนการทำงาน จาก “ ผลลัพธ์ ” กลายเป็น “ กระบวนการ ” จาก “ ปลายทาง ” เป็น “ ระหว่างทาง ” ด้วยรูปแบบ installation ศิลปินยก / จำลองห้องทำงานอันเคย สงวนเป็นพื้นที่ส่วนตัวมาเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ ( หอศิลป์ ) จุด / สถานีต่างๆ ภายใน About Studio / About Caf? เป็นการหยิบเอากระบวนการแต่ละขั้นในการทำ ลายรดน้ำออกมาให้ดูพร้อมแสดงตัววัสดุ , วัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้การได้จริง ตลอดช่วง เวลาของนิทรรศการ ศิลปินจะเข้ามาทำงานเพื่อเผยให้ผู้ชมเห็นถึงความซับซ้อนและ ระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างลายรดน้ำ ในแต่ละสัปดาห์ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บนแผ่นไม้ถูกนำเสนอในฐานะงานศิลปะ แผ่นไม้เหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงตัวรองรับ ลายสีทองอีกต่อไป แต่ตัวมันถูกให้ค่าเช่นเดียวกับวัตถุดิบอื่นๆ ทั้งหมดที่จัดวางไว้ แต่ละช่วงมีไฮไลท์ของตนที่จับขึ้นมาสร้างเป็นผลงานได้ วัตถุดิบอย่างสมุกทั้งหลาย - สมุกคือวัสดุที่ใช้สำหรับรองพื้นไม้กระดาน เพื่อเตรียมทำลายรดน้ำ ได้แก่ ถ่านกะลามะพร้าว ถ่านใบตองแห้ง ผงอิฐ ดินสอพอง บดเป็นผงละเอียดโดยมีตัวประสานคือยางรัก

หรดาน ทองคำเปลวแสดงค่าของตัวมันเอง ออกมาด้วยการแช่แข็งกระบวนการไว้กลางคัน แผ่นไม้สีน้ำตาลไม่ใช่สีที่เกิดจากการ ทาสีที่ใช้โดยทั่วไปในงานจิตรกรรม แต่เป็นสีของสมุกที่ถูกอัดลงบนผืนผ้าขาวบาง บนแผ่นกระดาน แม้ขั้นตอนแต่ละช่วงจะถูกหยุดเพื่อนำเสนอในฐานะสิ่งที่ “ เสร็จ ” ( ด้วยการตัดสินใจของศิลปิน ) แต่ความเป็นกระบวนการของนิทรรศการทั้งหมดก็ก่อ พลวัตรให้ไหลเวียนไปพร้อมความเคลื่อนไหวของศิลปิน ปฏิบัติการณ์ของจันทนาเป็นทั้ง “ ความจริง ” ( ที่ศิลปินกระทำจริงในการสร้างลายรดน้ำ ) และ “ การแสดง ” ทางศิลปะ (performance) จุด / สถานีที่ใช้การได้จริงนั้นไม่ได้ “ จริง ” เสียจนลืมที่จะคำนึงถึงสุนทรียะ กระบวนการจริงและชั้นเชิงทางศิลปะดำเนินควบคู่ไปด้วยกันเป็นเนื้อเดียว

ลายรดน้ำ
รายรดน้ำ

ศิลปะแบบกระบวนการ (process art) ที่เผยให้เห็นเบื้องหลังของการทำงานนี้ แฝงไว้ด้วยมโนทัศน์แบบสัมพัทธ์นิยม (Relativism) สิ่งต่างๆ ไม่ได้เสร็จสิ้นภาย ในตนเอง ในที่นี้เรื่องราวที่ดำเนินไป “ ข้าม ” จุด / สถานีก็เชื่อมโยงกันด้วยการ เป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านก่อนจะเป็นลายรดน้ำ ด้วยกระบวนทัศน์แบบ ร่วมสมัย ( หรืออีกนัยหนึ่ง Postmodernism ) อาจจะเป็นสิ่งนี้ก็ได้ที่มีความ ใกล้เคียงกับงานโบราณของไทยในแง่ของการให้คุณค่ากับกระบวนการที่บ่งชี้ ถึงระยะเวลา ศาสนสถานอาจไม่สามารถเกาะกุมจิตใจผู้คนได้หากไม่ใช้เวลานับ สิบปีในการสร้าง ( หรือบางกรณีอาจเป็นร้อย ) การร่วมมือร่วมใจจากคนหมู่มาก อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ตระหนักถึงคุณค่าจากการลงมือปฏิบัติเฉกเช่นผู้ชมที่เข้ามา ร่วมทำงานกับศิลปิน การแบ่งปันความเป็น “ ผู้สร้าง ” ให้แก่มืออื่นๆ เน้นย้ำถึง มโนทัศน์เกี่ยวกับการลงแขกอันเป็นวัฒนธรรมของคนไทย ( แม้ศิลปินจะยังคง รับบทเป็นผู้กำกับการแสดง ) ประสบการณ์ตรงย่อมทะลุทะลวงการรับรู้ นาน เท่าไหร่ที่ศิลปะพึงใช้เวลา ทั้งการสร้างและการเสพเรียกร้องความอดทนและ การเพ่งพินิจ งานแบบประเพณีที่รูปปั้น ภาพเขียนและอาคารหลอมรวมเป็น อันหนึ่งอันเดียวอย่างแยกกันไม่ออกอุปมาเหมือนแต่ละจุด / สถานีที่ถักทอ ตัวเองเข้าด้วยกันด้วยเป้าหมายอันหนึ่ง แม้ “ ความเป็นไทย ” จะมองไม่เห็น ด้วยตาเนื้อ แต่ก็อยู่ในบางสิ่งซึ่งลึกไปกว่าแง่มุมทางกายภาพหรือเนื้อหาทาง พุทธศาสนาที่ศิลปะมักหยิบยกมาใช้ หน้าตาของนิทรรศการที่ดูเป็น “ ของนอก ” โดยสิ้นเชิงนั้นกลับแสดงให้เห็นถึงลักษณะบางอย่างของวัฒนธรรมไทยแต่ดั้งเดิม แนวคิดร่วมสมัยถูกนำมาใช้มองกลับไปที่งานโบราณและหยิบมาสร้างสรรค์เป็น ผลงาน ประณีตศิลป์แปรสภาพเป็นศิลปะ ไม่ใช่การคลี่คลายจากรากเดิม แต่เป็น แฝดคนละฝาเสียมากกว่า ความไม่จบในตัวเองและการอิงอยู่กับสิ่งอื่นที่พบใน แนวคิดแบบร่วมสมัยและแบบไทยโบราณมาประจบกันในนิทรรศการ “ บ่มรัก ” ด้วย “ ยางรัก ” และ “ ความรัก ” ที่ผ่านระยะเวลาในการ “ บ่ม ” นี้ ศิลปะได้ยืน อยู่บนข้อโต้แย้งและคำถามอันเป็นอุดมคติถึง “ รากเหง้า ” ของไทยที่ยังไม่จบสิ้น และอาจไม่มีวันจบสิ้น ทว่าสำหรับศิลปินแล้ว ได้ค้นพบและตอบคำถามของการ แสวงหา ส่วนตน ต่อวิถีของศิลปะ ไฟจากเถ้าที่กระจัดกระจายคุโชน อีกครั้ง ไอของอดีตยังไม่จางหาย กลิ่นยังกรุ่นอยู่ที่ปลายจมูก … ถ้าเพียงแต่จะก้มมาดมดอม

ธนาวิ โชติประดิษฐ

บ่มรักด้วยรักแท้-จันทนา แจ่มทิม

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

​แลลาย​ไทยตามรอยยางรัก ​เพื่อสืบสานศิลปะ​ไทย ​เพราะลาย​ไทย…คือจุด​เริ่มต้นของ​การสร้างสรรค์ศิลปะ​ไทย​ใน​แขนงต่างๆ

ลายรดน้ำ -กระบวนการแห่งชีวิต
ลายรดน้ำ … กระบวนการแห่งชีวิต

… ภายใต้ … ลวดลาย…เปลวระยับ

คือความงาม อันซับซ้อน ทรงคุณค่า

ระหว่างทาง … ระหว่างการณ์ … ระหว่าง … ระยะเวลา

หากเพียงจะค้นหา …ด้วยจิต, วิญญาณตน …

ลายรดน้ำ

ลายรดน้ำ

แม้ชีวิตของกระบวนการลายรดน้ำ จะต้องการเวลาเติบโตขึ้นสู่สมบูรณภาพ แต่มันสามารถแสดงออกซึ่งความงามทั้งหมด ออกมาได้เสมอในทุกขั้นตอนทุกจังหวะ แม้แต่ในระยะเวลาที่กำลังรอคอย ซึ่งในการที่จะบรรยายและแสดงออก ของชีวิต สรรพวัตถุนั้นๆ แม้คำพูดก็อาจเป็นสิ่งกั้นขวาง

แต่ละขั้น … แต่ละตอน เป็นจังหวะลีลาของชีวิต สรรพวัตถุ นั้นมีสำเนียงแห่งสมบูรณภาพ มันเป็นปรากฎของสภาพอันสมบูรณ์ในสิ่งท่ยังไม่สมบูรณ์

และนั้นคือ สุนทรียะแห้งสัจจธรรม

เพราะสัจจธรรม คือความงาม และความงามคือสัจธรรม

แล้ว เราจะเข้าถึง ความงามในความจริงนี้ได้อย่างไร

มีวิธีเดียวที่เราจะเข้าถึงสัจจธรรมได้ คือ ใช้ดวงใจ อันบริสุทธิ์ของตนเองหยั่งลึกลง สู่กลางใจของสรรพสิ่ง แล้วจึงได้ลิ้มรสความชื่นชม อันเป็นจุหมายสูงสุด

และโดยความตระหนักแล้วถึงวิถีทางดังกล่าว

ดังนั้น ชีวิตลายรดน้ำ ศิลปะแห่งกระบวนการ จึงได้อุบัติขึ้น เพื่อแสดงแนวทางของการ “หยั่งถึง”

เมื่อดวงใจ นอบน้อม หลอมรวม

ดวงชีวิต เข้ากัน กับ กระบวนการ

เมล็ดพันธ์ สร้างสรรค์ จะเบิกบาน บน มรรคา ..

ลายรดน้ำ

“บ่มรัก” ด้วย “รักแท้”

รักแท้ … คือ … วัตถุธาตุทางธรรมชาติ ที่ยอมอุทิศตน เพื่ออยู่ใน

ทุกขั้น ทุกตอน ของกระบวนการ ( ลายรดน้ำ )

รักแท้ … คือ .. นามธาตุ ที่เกิดขึ้นภายในดวงจิต ของผู้ที่สร้างสรรค์ ผลงาน

และอาจมีอยู่ ภายในดวงใจ ของผู้มาเยือน

ทั้งนี้นิทรรศการ “บ่มรัก” ด้วย “รักแท้” โดย จันทนา แจ่มทิม

รักแท้ โดยจันทนา แจ่มทิม

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

จันทนา  แจ่มทิม

จันทนา แจ่มทิม ศิลปินที่ใช้เทคนิคการลงรักปิดทองแบบโบราณ

รักแท้ ใน ลายรดน้ำ

จันทนา แจ่มทิม เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้พบ รักแท้ และรักษาให้รักแท้คงอยู่คู่เมืองไทยตลอดไป

รักแท้  ที่จันทนากำลังตามหา และเสมือนว่าเธอมีชีวิตอยู่อย่างที่เธออยากเป็นได้ ก็คือ ต้นรัก (ไม้ยืนต้น วงศ์เดียวกับมะม่วง) ที่กรีดบริเวณลำต้นแล้วให้ผลิตผลเป็น ยางรัก ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ ลายรดน้ำ

เช่นนั้นแล้วรักแท้ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับ “ความรัก” แต่จะว่าไปแล้วก็มีเอี่ยวเหมือนกัน เพราะการที่จันทนาต้องตามหารักแท้นั้นเป็นผลมาจาก “ลายรดน้ำ” งานจิตรกรรมที่ปรากฏตัวอยู่บนพื้นผิวของ “งานช่างรัก” กำลังเกิดวิกฤตขาดแคลน “รัก” ทั้ง “ยางรัก” (รูปวัตถุ) และ “ความรัก” (นามวัตถุ) ที่เป็นเหตุให้การสร้างสรรค์ศิลปะลายรดน้ำกำลังลดน้อยและกำลังจะถูกลืมเลือน

เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่จันทนาผูกพันอยู่กับงานศิลปะลายรดน้ำ นับตั้งแต่เรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกศิลปะไทย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษามาเป็นอาจารย์ และในขณะนี้เธอเลือกที่จะเป็นศิลปินอิสระ ที่พร้อมทุ่มเทกายใจให้กับการสร้างสรรค์ สืบสาน อนุรักษ์ ศิลปะลายรดน้ำและยางรัก

“ตอนเรียนเราต้องหาตัวเองให้เจอ ต้องรู้จักตัวเองเพื่อที่จะสร้างงาน แล้วปรากฏว่าเราชอบเขียนลายเส้น เพราะลายเส้นแสดงออกได้อย่างลึกล้ำ การเขียนเส้นมีทั้งดุดัน ละเอียดอ่อน นั่นใช่เราเลย เปรียบเหมือนการพรรณนาโวหาร ลายรดน้ำรองรับความรู้สึกและแสดงออกถึงความเป็นตัวเราได้” จันทนา กล่าวถึงวิถีการทำงานศิลปะที่เธอทุ่มเท

“บ่มรัก…ด้วยรักแท้” นิทรรศการที่จัดแสดงงานจิตรกรรมลายรดน้ำ เป็นการรวบรวมผลงานเก่าของจันทนาและงานที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคเดิม แต่มีการคลี่คลายรูปแบบ โดยเนื้อหาของนิทรรศการถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 จัดแสดงผลงานจิตรกรรม และส่วนที่ 2 จัดแสดงงานศิลปะจัดวาง (Installation) และกระบวนการทำงานของศิลปิน (Process Art) ซึ่งเสมือนเป็นการยกเอาห้องทำงานส่วนตัวของศิลปินมาไว้ในนิทรรศการให้ผู้ชม ได้เห็น

ไม่ว่าจะชื่นชมผลงานจิตรกรรมลายรดน้ำที่สวยตระการตา หรือเยี่ยมชมกระบวนการทำงานก่อนที่จะสำเร็จเป็นจิตรกรรมสักชิ้น หากแต่สิ่งที่ศิลปินหวังยิ่งนักต่อผู้ชมนั่นคือ ต้องการให้ทุกคนได้เห็นถึงคุณค่าแห่งความพยายามในการสร้างสรรค์ ด้วยความยากลำบากและความพิถีพิถันในกระบวนการทำงาน ไม่ง่ายนักที่จะได้ผลงานแต่ละชิ้นออกมา หากแต่คุ้มค่าแห่งการรอคอยและควรค่าแก่การอนุรักษ์

ปฏิเสธไปไม่ได้ว่ายังมีสายตาหลายคู่ ความคิดจากหลายผู้คนที่มองว่า ศิลปะแนวลายรดน้ำนั้นเฉิ่มเชย ส่งผลให้มีศิลปินที่จะสร้างสรรค์งานแนวนี้น้อย ยังผลให้มีงานศิลปะลายรดน้ำออกมาสู่สายตาประชาชนน้อยตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้จันทนาในฐานะผู้สร้างงานศิลปะในวิถีของศิลปิน – ไม่ใช่ช่าง จึงได้นำเสนอกระบวนวิธีเฉกช่างโบราณ แต่มีรูปแบบและแนวทางเช่นศิลปินร่วมสมัย

“มั่นใจมาตลอดว่าสามารถใช้เทคนิคโบราณมาสร้างสรรค์งานร่วมสมัยได้ อย่างงานที่ทำไม่มีรูปไหนที่เป็นลายไทยเลย เป็นงานฟอร์มธรรมชาติ อย่าง ใบโพธิ์ ก็เป็นงานแนวสัญลักษณ์อยู่แล้ว ฟอร์มสามเหลี่ยมก็เป็นสากล ส่วนผลงานที่ชื่อ กำเนิดจากความดี เราก็เล่นกับพื้นของลายรดน้ำ ขบวนการของลายรดน้ำ สมุก (ดิน อิฐ ดินสอพอง ถ่าน ใบตองแห้ง ฯลฯ ป่นเป็นผงผสมกับยางรักให้เหนียว ทาทับบนพื้นวัตถุเพื่อเตรียมผิว) ซึ่งสวยโดยธรรมชาติ

เทคนิคโบราณเวลาป้ายสมุกเพื่อทำลายรดน้ำจะต้องลงพื้นเรียบ แต่เราก็สร้างสรรค์เอาสมุกมาเพนต์ ทำเทกซ์เจอร์ตรงสมุกก่อน ก็ป้ายสมุกให้เป็นริ้วน้ำ เพราะเราเห็นความงามของกระบวนการ เราก็เอามาใช้ในงาน ให้เขาเป็นพระเอกบ้าง ไม่ใช่อยู่ข้างใต้อย่างเดียว ซึ่งเรียกเทคนิคนี้ว่า เทคนิคผสมจิตรกรรมรักสมุกลายรดน้ำ

อย่างไรก็ตาม ลายรดน้ำเป็นเทคนิคไทยโบราณ ชูประเด็นความเป็นชาติได้ ถึงจะทำสากลยังไง ทำแบบฟรีฟอร์ม หรือสาดสียังไง ความเป็นไทยก็แรง เพราะเทคนิคมันแรง”

ศิลปะ “ลายรดน้ำ” แทบจะไม่เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ด้วยหลายสาเหตุ นอกจากกรรมวิธีในการทำจะยุ่งยากซับซ้อนแล้ว วัสดุประเภททองคำก็มีราคาสูง แถมในปัจจุบันยางรักยังหายาก จึงเป็นที่มาของ “โครงการตามหารักแท้”

“ตอนนี้เราซื้อรักจากเชียงใหม่ที่นำเข้ามาจากพม่าอีกที ตอนนี้ยางรักส่วนใหญ่ก็ไม่แท้แล้ว จะมีการผสมน้ำมันยาง คุณสมบัติของความเป็นรักที่ใส มันวาว จะน้อยลง พอผสมอย่างอื่นก็ไม่ค่อยเหนียว ก็ต้องหาซื้อรักแท้และราคาสูง กิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่ง 1 กิโลกรัม ยังใช้ทำงานไม่ได้ถึงชิ้นเลย ส่วนทองคำเปลว ภาพขนาด 1.20 x 1.80 เมตร ใช้ประมาณ 3,000 แผ่น ซึ่งตกแผ่นละ 5 บาท ราคาก็ขึ้นอยู่กับตลาดโลกอีกที”

งานศิลปะที่เกิดจากความรัก จึงไม่มีเพียงนิทรรศการ “บ่มรัก…ด้วยรักแท้” เท่านั้น หากยังมีการรณรงค์ต่อเนื่อง ในกิจกรรมจัดพิมพ์หนังสือ “ลายรดน้ำ” ในช่วงสิ้นปีนี้ เพื่อจัดจำหน่ายและจะนำไปจ่ายแจกยังสถานศึกษา และหน่วยงานราชการด้านศิลปะทั่วประเทศ ขณะที่กิจกรรมโรดโชว์ “ตามหารักแท้” ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ธ.ค. ปีหน้าจะตามมาติดๆ

กิจกรรมโรดโชว์ “ตามหารักแท้” ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั้น มีวัตถุประสงค์ตามหาต้นรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมให้มีการปลูกเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องอาศัยยางรักจากพม่า อีกทั้งยังเป็นการหารายได้เสริมให้กับเกษตรกรอีกด้วย โดยในส่วนนี้ยังรวมไปถึงการจัดเวิร์กช็อป อบรมการทำ “ลายรดน้ำ” อย่างถูกวิธี ให้ครูอาจารย์ผู้สอนศิลปะและนักวิชาการด้านศิลปะของกระทรวงศึกษาธิการ

ศิลปะ “ลายรดน้ำ” จะไม่สูญหายไปจากประเทศไทย หากคนไทยยังมีความรักในงานศิลปะ แล้วยังมีคนที่พร้อมจะสร้างสรรค์งานศิลปะแนวนี้ ที่สำคัญซึ่งขาดไปไม่ได้ก็คือ ทองคำ และ รักแท้

นิทรรศการ “บ่มรัก…ด้วยรักแท้” จัดแสดงถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ส่วนที่ 1 จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ชมได้ที่ นานส์ แกลเลอรี่ ส่วนที่ 2 จัดแสดงงานศิลปะการจัดวาง และกระบวนการทำงานของศิลปิน เยี่ยมชมได้ที่ ณ อาร์ทเทอรี่ แกลเลอรี่ อาคารเดอะ สีลม แกลเลอเรีย ถ.สีลม กรุงเทพฯ

ลายรดน้ำ
ลายรดน้ำ … กระบวนการแห่งชีวิต

… ภายใต้ … ลวดลาย…เปลวระยับ

คือความงาม อันซับซ้อน ทรงคุณค่า

ระหว่างทาง … ระหว่างการณ์ … ระหว่าง … ระยะเวลา

หากเพียงจะค้นหา …ด้วยจิต, วิญญาณตน …