ประเภทของงานแกะสลัก

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ลักษณะลวดลายงานไม้แกะสลักสมัยโบราณ มักจะออกแบบลวดลายต่าง ๆ เป็นลักษณะลวดลายอันอ่อนช้อยงดงาม ยึดแบบอุดมคติตามประเพณีนิยมแบบศิลปะไทยโบราณ ซึ่งเป็นแบบลวดลายและภาพทางจิตรกรรมไทย ซึ่งมีให้เห็นตามตัวอย่าง เช่น หน้าบันโบสถ์วัดหน้าพระเมรุ ซึ่งเป็นภาพนารายณ์ทรงครุฑและมีทวยเทพห้อมล้อมเป็นศิลปะสมัยอยุธยา และตู้พระธรรมไม้จำหลัก สมัยอยุธยาที่อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นที่น่าเสียดายที่ศิลปกรรมของงานไม้สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ต้องเสียหายไป เมื่อคราวเสียกรุงครั้งสุดท้ายเท่าที่พอยังมีเหลืออยู่ให้ศึกษากันในด้าน ฝีมือช่าง ในสมัยที่รุ่งโรจน์จนถึงขีดสุดว่ามีความงดงามเพียงใด จากสิ่งที่ยังเหลืออยู่นี้เองจึงเป็นเหมือนตำราที่ทรงคุณค่าต่อการศึกษาค้น คว้าและยึดรูปแบบเป็นแนวทางปฏิบัติของช่างในคนรุ่นหลังสืบต่อไป

งานไม้แกะสลัก นับว่าเป็นงานศิลปกรรมที่ช่างไทยทำกันมาแต่โบราณ ทั้งนี้จะเห็นได้จากผลงานแกะสลักลวดลายประดับอาคาร สถาปัตยกรรม เช่น ลวดลายหน้าบัน คันควย ช่อฟ้า ใบระกา บานประตูแสดงให้เห็นถึงความสามารถของช่างไทยที่มีการเรียนรู้ การถ่ายทอด และวิวัฒนาการฝีมือในการประดิษฐ์ ศิลปกรรมอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบทอดกันมาหลายร้อยปี ซึ่งลักษณะลวดลายแกะสลักมักจะสืบทอดประเพณีนิยมโบราณ ซึ่งถือว่าเป็นศิลปะประจำชาติของไทย วัสดุงานไม้แกะสลัก วัสดุที่นิยมใช้ในการแกะสลักคือ ไม้สัก เพราะไม้สักเป็นไม้ที่ไม้แข็งจนเกินไป สามารถใช้เครื่องมือแกะสลักได้ง่าย นอกจากนี้ไม้สักยังเป็นไม้ที่ค่อนข้างจะทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ไม่หดตัวมากนัก เมื่อแกะสลักจะไม่ทำให้เสียรูปทรงและยากแก่การทำลายจากการกัดกินของปลวก

ประเภทของงานแกะสลัก

ภาพลายเส้น (Engraving) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักหรือเซาะร่อง ให้เป็นเส้นมีความหนักเบาเท่ากันทุกเส้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงลักษณะของ "การจาร" ด้วย
การแกะสลักภาพลายเส้น เป็นการเซาะร่องตามลวดลายของเส้นให้มีความหนักเบา เท่ากันตลอดทั้งแผ่น

แบบภาพนูนต่ำ (Bas reliefe) หรือที่เรียกกันในหมู่ช่างว่า ภาพหน้าจันทร์ คือ ภาพที่มองเห็นเฉพาะหน้าตรงเท่านั้น เพราะภาพจะนูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

ภาพนูนต่ำ (Bas reliefe) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักที่มีลักษณะนูนออกมาจากพื้นด้านหลังหรือพื้นผิวเดิม บ้างเล็กน้อย และอาจจะแกะสลักลึกลงไปในพื้นผิววัสด (บางท่านก็๋เรียกว่า " ประติมากรรมร่องลึก")ความงามของประติมากรรมชนิดนี้จะสามารถมองเห็นเด่นชัด ส่วนร่องลึกที่แกะสลักลงไปนั้นจะเน้นเส้นที่มั่นคงแน่นอนของฝีมือผู้สร้าง สรรค์ ซึ่งจะปรากฎในประติมากรรมนูนต่ำ เช่นประติมากรรมนูนต่ำรูปหงส็องค์ปรางวัดจุฬามณี จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น

 

แบบภาพนูนสูง (Hight reliefe) หรือภาพครึ่งซีก เป็นภาพที่มองเห็นเพียงครึ่งเดียวจากภาพเต็มตัว เช่น การแกะสลักลงบนแผ่นไม้แต่มีลักษณะนูนสูงเห็นเพียงสามด้าน

ภาพนูนสูง (Hight reliefe) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักที่มีภาพนูนออกมาจากพื้นด้านหลังของำาพ ประมาณค่อนตัว ทำให้สามารถมองเห็นทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ในการสร้างสรรค์งานประติมากรรมชนิดนี้จึงต้องทำให้เกิดความงามทั้งด้านหน้า และส่วนที่เป็นด้านข้าง เป็นภาพที่ค่อนข้าง เป็นภาพที่ค่อนข้างให้ความละเอียดมากกว่าภาพนูนต่ำ ตัวอย่างเช่น หอไตร วัด พระสิงห์วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

 

แบบภาพลอยตัว (Rounf reliefe) เช่น เกี่ยวกับงานปฏิมากรรม เช่น ภาพพระพุทธรูปทั้งองค์ ซึ่งสามารถมองได้ทุกด้าน

ภาพลอยตัว (Rounf reliefe) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักรูปทรงลอยตัว เป็นรูปสามมิติ หรือรูปที่สามารถมองเห็นได้รอบด้านมีความละเอียดและสมบูรณ์ มีฐานรองรับอยู่ทางท่อนล่าง การสร้างสรรค์ของช่างจึงต้องให้มีความงามทุกด้าน และจัดตั้งให้มีการทรงตัวที่ดี โดยการเฉลี่ยน้ำหนักให้ลงสู่ฐานที่ตั้ง พระพุทธรูปยืน พระพุทธรูปนั่ง รูปปั้นบุคคลสำคัญ รูปปั้นอนุสาวรีย์ต่างๆ รูปปั้นอนุสรณ์สถาน รูปปั้นคน และสัตว์ต่างๆ เป็นต้น ถ้าเป็นรูปปั้นคนอาจจะลักษณะภาพเต็มตัว หรือครึ่งตัว

ตำนานเพชรรัตน์ - ศิลป์แผ่นดิน

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving


งานไม้แกะสลัก ตำนานเพชรรัตน์

งานแกะสลักไม้ หนึ่งในงาน ช่างสิบหมู่ ซึ่งช่างแกะสลักไม้ ได้แกะลวดลายของไม้ เล่าเรื่องตำนานเพชรรัตน์
ฉากจำหลักไม้ ตั้งประกบด้วยเสาเม็ดทรงมัณฑ์บนม้าไม้ขาคู้ จำหลักลายใบเทศ พื้นฉากจำหลักไม้เรื่อง ตำนานเพชรรัตน์ ความว่าเทพยดาเจ้าทั้งหลาย อีกทั้งฤาษีสิทธิ์ และคนธรรพ์พากันขึ้นเฝ้าพระอิสวร ทูลถามบ่อเกิดแห่งเพชรรัตน์ ทั้ง 9 ประการ พระอิศวรแนะให้ไปถามพระฤาษีอังคต ผู้มีอายุยาวมาแต่ครั้งกฤดียุค พระฤาษีจึงเล่าว่า บรรดาเทพนิกร ฤาษีสิทธิ์พิทยาธรทั้งปวง ประสงค์จะอำนวยเพชรรัตน์ทั้ง 9 จึงทูลให้มเหสักข์นาม มหาพลาสูร สร้างไว้เป็นสวัสดิมงคลแห่งโลกย์ ท้าวจึงบำเพ็ญตบะอยู่ 7 วัน จนสิ้นชีพ อีก 7 วัน ร่างของท้าวเธอจึงแปรสภาพไปเป็นแก้ว 9 ชนิด คือ หัวใจเป็นเพชร และทับทิม นัยน์ตาขวาเป็นแก้วไพฑูรย์ นัยน์ตาซ้ายเป็นแก้วโกเมน ลิ้นเป็นแก้วประพาฬ น้ำเลี้ยงหัวใจเป็นแก้วจันทกานต์

อนึ่งเมื่อท้าวมหาพลาสูรสิ้นชีวิต มีพระยาพาสกินนาคราช สูบโลหิตท้าวจนแห้ง นาคนั้นถูกครุฑจับไป ระหว่างทางสำรอกเลือด เป็นแก้วนาคสวาสติ และมรกฏ น้ำลายเป็นครุฑธิการ

ไม้แกะสลักเชียงใหม่

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ช่างแกะสลักไม้

หัตถกรรมของเชียงใหม่

source: www.learning.eduzones.com

งานแกะสลักในยุดก่อนทำขึ้น เพื่องานในสถาบัน ศาสนา และสถาบันเจ้านายเป็นส่วนใหญ่ เช่น คันทวย บานประตู หน้าบัน และโครงสร้างอื่น ๆ ของตัววิหาร หอพระไตรปิฎก หอคำ ซึ่งนอกจากจะใช้ประดับตกแต่ง แล้วยังสะท้อนวิธีคิดและโลกทัศน์ของคนร่วมสมัยอีกด้วย
เดิม แหล่งทำไม้แกะสลักของเชียงใหม่ อยู่แถบ วัวลายประตูเชียงใหม่ และชาวบ้านจากหมู่บ้านถวาย ไปฝึกฝนจนสามารถทำได้ดี จึงได้นำกลับมาทำที่บ้านถวาย ตำบลขุนคง อำเภอหางดง จนเป็นที่นิยมของคนทั่วไป

สินค้าแกะสลักมีหลายอย่าง ตั้งแต่ชิ้นเล็กอย่างเช่น ปากกา ดินสอที่ทำจากกิ่งไม้ ช้าง นก กบ ปลา และสัตว์ต่าง ๆ ดอกไม้ จนถึงไม้แกะสลักขนาดใหญ่ เช่น นางไหว้ นางรำ ช้าง ครกเก่าแกะสลัก โต๊ะ ตู้ เตียง และที่เป็นเอกลักษณ์ของไม้แกเสลักบ้านถวาย คือ พระยืนที่เลียนแบบของพม่า ครุฑซึ่งต้องใช้ฝีมือ

เชียงใหม่ มีหัตถกรรมมากมายหลายอย่าง มีทั้งที่คิดทำขึ้น เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน และงานที่ประณีตบรรจงด้วยฝีมือ เชิงช่างอย่างที่เรียกกันว่า หัตถศิลป์ เช่น งานไม้แกะสลัก ซึ่งเป็นงานที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน ตามโลกทัศน์ของสังคมนั้น ๆ โดยขึ้นอยู่ในความอุปถัมภ์ของเจ้านาย ส่วนงานหัตถกรรมของชาวบ้านนั้นสร้างขึ้นสนอง ความต้องการของชาวบ้านโดยเฉพาะ เช่น ผ้าทอ หม้อดินเผา หรือเครื่องจักรสาน เนื่องจาก เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนามาช้านาน จึงมีงานศิลปหัตถกรรมมากมาย ทั้งด้านงานศิลปและงานช่าง อีกทั้งมีช่างฝีมือจากที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก มาตั้งรกรากอยู่บริเวณรอบกำแพงเมือง งานฝีมือด้านต่าง ๆ ของเชียงใหม่จึงรุ่งเรืองและอยู่ในความอุปถัมภ์ของเจ้านายคุ้มหลวง เมื่อเจ้านายหมดอำนาจ งานช่างฝีมือก็อ่อนแอตามไปด้วย
ปัจจุบัน งานด้านหัตถกรรมของเชียงใหม่ บางแห่งยังคงสร้างขึ้นตามแบบเดิมในอดีต ส่วนใหญ่แม้ยังใช้พื้นฐานของเทคนิค และวิธีการผลิตเก่า แต่ได้ปรับเปลี่ยนและพัฒนาทั้งรูปแบบทางศิลปะ กระบวนการผลิต และการจัดการให้เข้ากับกลไกตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งงานด้านหัตถกรรมของเชียงใหม่ ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมมีอยู่หลายชนิด เช่น เครื่องเงิน เครื่องเขิน ไม้แกะสลัก ผ้าทอตีนจก ผ้าไหมสันกำแพง เครื่องปั้นดินเผา ร่ม และกระดาษสา เป็นต้น