Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

หัตถกรรมไม้แกะสลัก
การเริ่มต้นอาชีพศิลปหัตถกรรมในหมู่บ้าน
ในอดีต ชาวบ้านถวายประกอบอาชีพการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเกิดฝนแล้งเป็นเหตุให้ทำการเกษตรไม่ได้ผล ประมาณปี พ.ศ. 2500 – 2505 ชาวบ้านเริ่มออกไปหางานทำนอกหมู่บ้าน บางคนไปรับจ้างทำงานในตัวเมืองเชียงใหม่ ในจำนวนนี้มีชาวบ้านถวาย 3 คน คือ พ่อหนานแดง พันธุสา (หนาน หมายถึง ผู้ที่เคยบวชเป็นพระ) พ่อใจ๋มา อิ่นแก้ว และพ่ออุ่นเรือน พันธุศาสตร์ ได้ไปรับจ้างทำงานที่ร้านน้อมศิลป์ ถนนวัวลาย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านแกะสลักไม้ ได้เรียนรู้วิธีการแกะสลักไม้จาก สล่ามูล สุรินทร์ (สล่า หมายถึง ช่างฝีมือ) ของร้านน้อมศิลป์ ได้ฝึกหัดการแกะสลักไม้จนเกิดความชำนาญ เมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานในร้านน้อมศิลป์ได้รับจ้างทำงานแกะสลักไม้ที่ บ้าน โดยมีญาติพี่น้องเป็นผู้ช่วยเหลือ เริ่มจากงานง่าย ๆ เช่น ขัดไม้ ตัดไม้ให้ได้รูปแบบตามต้องการ ทำความสะอาดและจัดเก็บเครื่องมือ เป็นต้น หลังจากนั้นจึงฝึกงานที่ยากขึ้น คือเริ่มจากการฝึกแกะสลักไม้ด้วยตนเองจนชำนาญ สามารถสืบสานความเป็น “ สล่า ” สืบต่อกันมา
หมู่บ้านถวาย ซึ่งช่างแกะสลักไม้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ในส่วนของงานผู้หญิงก็จะช่วยขัดไม้เวลาแกะสลักเสร็จแล้ว เพื่อให้ดูเนียน หรือบางชิ้นผู้หญิงก็จะช่วยตกแต่ง ในกรณีที่ต้องการทำให้เหมือนของเก่า เช่น การลงรัก การปิดกระจก การเดินเส้น
ในระยะต่อมา เมื่อมีงานแกะสลักไม้มากยิ่งขึ้น สล่าที่เคยไปรับจ้างแกะสลักไม้ในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้หันมาทำงานแกะสลักไม้ด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จำนวนสล่าแกะสลักไม้มีมากขึ้นตาม ลำดับ เกิดงานแกะสลักไม้ที่มีศิลปะลวดลายที่แปลกใหม่ ประณีตและวิจิตรพิสดารมากยิ่งขึ้น ด้วยความใส่ใจและความมุมานะที่จะพัฒนางาน ทำให้งานแกะสลักไม้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และได้รับความนิยมจากผู้คนในหมู่บ้านถวายทั้งชายและหญิง จนกลายเป็นอาชีพหลักแทนการเกษตรกรรมที่เคยทำมาแต่เดิม ผู้ประกอบการงานแกะสลักไม้ต่างมีรายได้เพิ่มขึ้น
เมื่องานแกะสลักไม้ ได้รับการนิยมอย่างกว้างขวางจากชาวไทย และชาวต่างประเทศ งานแกะสลักไม้ที่เคยทำในครอบครัวได้ กลายเป็นธุรกิจการค้า โดยการตั้งร้านแสดงและจำหน่าย สิินค้าไม้แกะสลักในบริเวณบ้านของตนเอง บางส่วน ก็รวมตัว กันเป็นกลุ่มร้านค้า การขยายตัว ด้านธุรกิจการค้าดังกล่าว ทำให้บ้านถวายเป็นที่รู้จักของคนโดยทั่วไปในฐานะศูนย์กลาง การผลิต และเป็นแหล่งส่งออกผลิตภัณฑ์งานแกะสลักไม้ที่ใหญ่่แห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนบน จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว สำคัญที่ชาวไทยและต่างประเทศต้องการแวะมาเยี่ยมชมและ หาซื้อสินค้า บ้านถวายในปัจจุบันมีการดำเนินงานธุรกิจการค้า งานแกะสลักไม้และงานฝีมืออื่นๆ มากกว่า 1,000 ร้าน
จังหวัด เชียงใหม่ โดยกระทรวงมหาดไทย ได้คัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP ( OTOP Tourism Village ) ในแต่ละวัน มีผู้คนมาเยี่ยมชมและหาซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ทำให้บ้านถวาย เป็นหมู่บ้านที่มีเศรษฐกิจดีและเป็น หมู่บ้านตัวอย่างในด้านการส่งเสริมการมีรายได้จากงานศิลปหัตถกรรมและ ภูมิปัญญาท้องถิ่น งานแกะสลักไม้ที่นิยมทำกันในระยะแรก เป็นงานแกะสลักไม้สักให้เป็นภาพที่สะท้อนความเป็นชนบท สะท้อนธรรมชาติ ภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ ภาพรามเกียรติ์ และวรรณกรรมอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีภาพสัตว์ในวรรณคดี อาทิ ครุฑ สิงห์ เป็นต้น
ใน ปี พ.ศ. 2523 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ได้นำผลงานจากบ้านถวายไปจัดแสดงที่ห้องแสดงสินค้าของศูนย์ส่งเสริม อุตสาหกรรมภาคที่ 1 (ถนนทุ่งโฮเต็ล อำเภอเมืองเชียงใหม่) และพัฒนาผลงานเพื่อส่งเสริมด้านคุณภาพผลผลิต การตลาด การบริการให้คำปรึกษาแนะนำ
ระหว่าง ปี พ.ศ. 2528 – 2535 เป็นช่วงเวลาจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ศิลปหัตถกรรมบ้านถวายให้เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะในปี 2531 มีการจัดงานประชาสัมพันธ์บ้านถวายเป็นครั้งแรก ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนการจัดงานประชาสัมพันธ์บ้านถวาย ครั้งที่ 3 เป็นต้นมา ได้กำหนดให้จัดงานศิลปหัตถกรรมบ้านถวายเป็นประจำทุกปี และจัดขึ้นในบริเวณหมู่บ้านถวาย ในช่วงปลายเดือนมกราคม ถึง สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับฤดูกาลการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์และสินค้าหัตถกรรมไม้แกะสลักบ้านถวาย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก การประกวดผลงานการแกะสลักไม้ รวมทั้งหัตถกรรมอื่นๆ ของบ้านถวาย การแสดงพื้นบ้าน การจัดงานได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 1 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

การแกะสลักไม้ เป็นการประดิษฐ์เนื้อไม้ให้มีลวดลายและรูปร่างสวยงาม งานแกะสลักไม้ของบ้านถวาย เป็นงานฝีมือที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของบ้านถวายและของจังหวัดเชียงใหม่
ไม้ที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการแกะสลัก ควรเป็นไม้เนื้ออ่อน ไม้ที่ได้รับความนิยมนำมาแกะสลัก ได้แก่ ไม้สัก เพราะง่ายต่อการแกะสลักและมี ลายไม้ที่สวยงาม ปัจจุบันไม้สักเป็นไม้ที่หายากและมีราคาแพง จึงมีการนำไม้สักที่ใช้ประโยชน์แล้วแต่อยู่ในสภาพดีและยังใช้การได้มาผลิต งานแกะสลัก เช่น ไม้จากบ้านเก่า ไม้จากเครื่องใช้อื่นๆ อาทิ เกวียน ครกกระเดื่อง รางน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังใช้ไม้เนื้ออ่อนชนิดอื่นมาผลิตงานแกะสลัก เช่น ไม้จามจุรี(ฉำฉา) ไม้มะกอก ไม้มะม่วง ไม้กระท้อน เป็นต้น

สิ่ว แกะสลักไม้
วัสดุอุปกรณ์การผลิตงานแกะสลักไม้
1 . วัตถุดิบในการผลิตที่สำคัญ คือ ไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สัก ไม้ขนุน ไม้มะม่วง ไม้จามจุรี
2 . เครื่องมือที่ใช้มีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดมีรูปร่างลักษณะและการใช้งาน ดังนี้
(1) สิ่ว เป็น เหล็กยาวทำจากเหล็กกล้า มีด้ามถือที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ตะโก ปลายมีคม มีรูปร่างขนาดที่แตกต่างกันไป เช่น สิ่วโต้หรือสิ่วคมแบน สิ่วรูปตัววีหรือสิ่วฮาย สิ่วรูปตัวยูหรือสิ่วเล็บมือหรือสิ่วว้อง เป็นต้น
สิ่วคมแบน ใช้ตอกเนื้อไม้ให้ลึก มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก(1 หุน) ถึงขนาดใหญ่ ( 3 นิ้ว )
สิ่วรูปตัวยู (สิ่วว้อง) ใช้ตอกลายที่เป็นรูปโค้ง มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก (1 หุน) ถึงขนาดใหญ่( 3 นิ้ว )
สิ่วรูปตัววี (สิ่วเซาะฮ่องหรือ สิ่วฮาย) ใช้สำหรับแกะเดินลายเส้น หรือใช้แต่งลาย
(2) เหล็กปั๊มลาย หรือ เหล็กดอก ใช้สำหรับตอกลงบนผิวไม้ หรือส่วนที่เป็นพื้นภาพ เพื่อให้ได้ลวดลายตามที่ต้องการ
(3) มีด ใช้สำหรับถาก หรือเหลาไม้เพื่อตกแต่งให้ได้รูปทรงตามต้องการก่อนที่จะแกะสลัก
(4) หินลับ ใช้สำหรับลับคมมีดหรือสิ่ว เพื่อให้เกิดความคม
(5) ค้อนไม้ ทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง ไม้ชิงชัน เนื่องจากมีความคงทน สามารถควบคุมน้ำหนักในขณะตอกและช่วยยืดอายุการทำงานของสิ่ว
(6) อุปกรณ์และเครื่องใช้อื่น ได้แก่
6.1 ดินสอหรือสีเมจิก ใช้เขียนลวดลายลงบนไม้ก่อนลงมือแกะสลัก
6.2 กระดาษทราย ใช้ขัดงานแกะสลักให้มีผิวเรียบก่อนที่จะนำไปน้ำมันหรือทาสี
6.3 แปรง ใช้ปัดเศษไม้จากการแกะสลัก ทำจากก้านมะพร้าวมัดรวมกัน
ขั้นตอนการแกะสลักไม้
การแกะสลักไม้ มีขั้นตอนการทำโดยสังเขป ดังนี้
1) ขั้นเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือ ในขั้นตอนนี้ สล่าจะต้องจัดเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการแกะสลักดังที่กล่าวข้างต้นให้ พร้อมที่จะใช้งาน
2) ขั้นเตรียมไม้สำหรับแกะสลัก โดยการคัดเลือกไม้เนื้ออ่อนให้มีขนาด และมีความเหมาะสมกับรูปแบบที่ต้องการแกะสลัก
3) ขั้นออกแบบงานแกะสลัก โดยสล่าจะวาดแบบหรือลวดลาย หรือลอกลายที่ต้องการจะแกะสลักด้วยเครื่องเขียนลงบนผิวไม้เนื้ออ่อนที่ เตรียมไว้ ในกรณีที่สล่า มีความชำนาญสูงอาจจะไม่มีขั้นตอนนี้
4) ขั้นแกะสลัก ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญและเป็นขั้นตอนสุดท้ายของงานแกะสลัก โดยสล่าจะลงมือแกะสลักหรือเฉือนเนื้อไม้ส่วนที่ไม่ต้องการออก ให้มีรูปทรงตามรูปแบบหรือลวดลายที่ต้องการ และแกะสลักแต่งลายให้วิจิตรสวยงาม ในขั้นตอนนี้ อาจแบ่งเป็นขั้นตอนย่อย 2 ขั้นตอน คือ ขั้นการแกะสลักโครงสร้างคือ แกะสลักแบบหยาบ ๆ ให้มีรูปทรงตามแบบที่วาดไว้ในขั้นออกแบบงานแกะสลัก และขั้นการแต่งลาย คือ แกะสลักเพื่อแสดงรายละเอียดหรือลวดลาย

ผลงาน ไม้แกะสลัก
ที่มา : ศิลปหัตถกรรมบ้านถวาย เอกสารกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพท.เชียงใหม่ เขต 4 เอกสารลำดับที่ 38/2548
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ปราสาทสัจธรรม
source: www.sanctuaryoftruth.com
ปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา
สถาปัตยกรรมที่ล้ำค่าของคนไทย ปราสาทแห่งนี้มีสิ่งโดดเด่นแตกต่างจากปราสาททั่วไป เป็นปราสาทไม้ ที่มีการแกะสลัก ได้อย่างงดงาม เพื่อสืบสาน และฟื้นฟูภูมิปัญญาโบราณของไทย ด้วยระยะเวลาการก่อสร้าง ยาวนานกว่า 27 ปี
ปราสาทไม้สัจธรรม เกิดจากแนวคิดที่มาจากแก่นแท้แห่งความจริงของการเป็นมนุษย์ อันเกิดจาก พ่อ แม่ ดิน ฟ้า พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เพ้อฝัน แต่เป็นเรื่องสัจธรรม คำว่าปราสาทสัจธรรม บ่งบอกถึงความยิ่งใญ่ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป การเคลื่อนตัวของจักรวาล
งานแกะสลักไม้ รูปเทพ รูปเทวดา หรือลวดลายอันวิจิตรต่างๆ ไม่ได้เป็นการลอกเลียนแบบผลงานจากอดีต แต่เป็นการเนรมิตขึ้นมาใหม่ จากการผสมผสานศิลป แขนงต่างๆ จนเรียกว่า เนรมิตศิลป ชมปราสาทไม้สัจธรรม ชมโมเดลโครงสร้าง ชมโรงแกะสลักสาธิต การแกะสลักไม้
ปราสาทสัจธรรม ณ บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ เป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสยามประเทศสถาปัตยกรรมไม้แห่งนี้ ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า " วังโบราณ " บ้างก็เรียกตาม วัสดุของตัวอาคารที่สร้างด้วยไม้ว่า " ปราสาทไม้ " แต่เจ้าของความคิด และผู้ดำเนินการก่อสร้างคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เรียกอาคารแห่งนี้ว่า "ปราสาทสัจธรรม "
ปราสาทสัจธรรม คือ ศิลปสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ ซึ่งเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้ และความหมายในด้านนามธรรม ได้สะท้อนและสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนา และปรัชญาซึ่งเป็นสิ่งค้ำจุนโลก และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ปรัญชาในการมุ่งสู่ความหลุดพ้นสู่โลกหน้าในอุดมคติ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของมนุษย์ทุกรูปทุกนาม ปราสาทสัจธรรมแห่งนี้อุบัติขึ้นจากความสำนึกของคนตะวันออก ที่ว่าความเป็นมนุษย์ที่ผ่านมานับพันปีเป็นสิ่งที่จรรโลงโลกมาได้ด้วยสัจธรรมทางศาสนา และปรัชญาโดยมีศิลปะเป็นสื่อเนื้อหา และความหมายไม่ใช่เป็นสิ่งที่คิดขึ้นใหม่ด้วยความอหังการ์หากได้นำเอาสิ่งที่ดีงามที่มีอยู่ในศาสนา และปรัชญา และศิลปกรรมมาปรุงแต่งให้เหมาะสมกับกาลเทศะ