โรงเรียนสอนแกะสลักไม้

Posted by thai woodcarving

โรงเรียนสอนแกะสลักไม้

รู้จักสล่า ผู้สืบสานศิลปะล้านนา

สล่า นั้นมีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยในสมัยที่จิตใจมีคุณค่ามากกว่าเงิน สล่าถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีคนนับหน้าถือตา ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ คือ งานแต่งแต้มจะเป็นสล่าที่วาดรูป งานแกะสลักซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแกะสลักไม้ งานปั้นดิน งานทอผ้า งานต้องสลุงก็คือการดุนโลหะ งานต้องกระดาษจะเป็นการตัดตุง ทำโคมในงานพิธีต่างๆ งานสานขัดคืองานจักสานประเภทต่างๆ

สำหรับสล่านั้นเมื่อมีชื่อเสียง อาทิ "สล่าแกะสลัก"หากแกะสลักไม้ได้งดงามวิจิตรตระการตา ก็จะเป็นที่ร่ำลือกระฉ่อนไปยังหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไป บางคนโด่งดังไปไกลถึงภูมิภาคอื่นๆ

โรงเรียนสล่าแกะสลักแห่งแรกของเมืองไทย

อาจารย์คำอ้าย เดชดวงตา หรือ สล่าคำอ้าย ชื่อนี้ในแวดวงสล่าต่างรู้กันดีว่านี่คือหนึ่งในยอดสล่าแห่งยุคโลกาภิวัตน์

อาจารย์คำอ้าย วัย 59 ปี นับเป็นสล่าแกะสลักที่มีฝีมือในระดับหาตัวจับยาก ซึ่งนอกจากจะทำในอาชีพที่ตนเองรัก และสร้างสรรค์ผลงานออกมามากมายและต่อเนื่อง อาจารย์คำอ้ายยังได้เปิดโรงเรียนสอนแกะสลักแห่งแรกของภาคเหนือขึ้น หรืออาจจะเรียกว่าเป็นโรงเรียนสล่าแกะสลักที่สอนกันอย่างมีแบบแผนแห่งแรกในเมืองไทยก็ว่าได้

สำหรับโรงเรียนสล่าแกะสลัก เปิดสอนเด็กรุ่นใหม่รวมถึงผู้ที่สนใจจะเรียนแกะสลักให้ได้รับความรู้กัน โดยการเปิดโรงเรียนครั้งนี้อาจารย์คำอ้ายไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เป็นธุรกิจ จะเห็นได้จากการคิดค่าบำรุงการศึกษาเพียง 2,000 บาทต่อการฝึกสอนจนสามารถแกะสลักได้ ซึ่งระยะเวลาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1 ปีขึ้นไป

ที่เรามาเปิดเป็นโรงเรียนสอนแกะสลักที่ จังหวัดเชียงใหม่นี้ จุดประสงค์ไม่ได้ต้องการกำไรเพราะคิดค่าบำรุงการศึกษาเพียงคนละ 2,000 บาทต่อการสอนจนสามารถแกะสลักได้ตามต้องการที่เราสามารถทำอย่างนี้ได้ส่วน หนึ่งเราได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรต่างๆทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งทำให้เราสามารถดำรงจุดมุ่งหมายแต่เดิมไว้ได้คือต้องการร่วมสืบทอด วัฒนธรรมและศิลปะให้คงอยู่ เพราะสมัยก่อนคิดน้อยใจถึงพ่อครูแม่ครูว่าหวงวิชา ไม่ยอมสอนให้หมด ทำให้พอถึงจุดที่เราเป็นสล่าเองและพอจะมีวิชาสามารถถ่ายทอดให้กับคนที่สนใจ ได้ ก็เลยทำ และนักเรียนที่นี่เราสอนให้ไม่รู้สึกว่าได้รับความรู้อย่างเดียว แต่ในเวลาเดียวกันต้องพร้อมจะสืบทอดงานศิลป์และสอนให้คนอื่นๆต่อไปด้วยหรือ เรียกว่าสอนให้เป็นครู


การเรียน ช่างแกะสลักไม้ แบ่งได้เป็น 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรกจะเรียนในเรื่องของการบากเหลี่ยมหรือการลบเหลี่ยม โดยจะฝึกให้ลบเหลี่ยมหรือเปลี่ยนรูปทรงของไม้ที่จะทำการแกะ อย่างเช่น การทำสี่เหลี่ยมให้เป็นวงกลม จากวงกลมทำให้เป็นหกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบสองเหลี่ยม พอเสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนการลบเหลี่ยมจากเหลี่ยมใหญ่เป็นเหลี่ยมเล็กหรือลบ ให้เป็นรูปทรงกลม
จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการทำให้ไม้เกลี้ยงเกลาและโค้งเว้าตามต้องการ เสร็จแล้วจึงเริ่มลงรายละเอียด ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้ไม้เกิดความสวยงาม เช่น ทรงนูนสูง รูปทรงสัตว์หรือคน พอได้เป็นรูปทรงที่ต้องการแล้วก็จะต้องใส่ชีวิตหรืออารมณ์ให้กับไม้แกะสลัก ชิ้นนั้น เพื่อให้เกิดความงดงามสมจริงที่สุด

หากถามว่าจบออกไปแล้วจะได้เป็นสล่าเลยรึเปล่า ตรงนี้ตอบได้เลยว่ามันแล้วแต่บุคคล เพราะอาชีพสล่ามันไม่ใช่แค่การเรียนแกะสลักหรือสามารถแกะสลักได้แล้วจะได้ เป็นสล่าหรือเรียกว่าสล่าได้เลย แต่จะต้องอาศัยระยะเวลาบวกความชำนาญในวิชาชีพและการเป็นสล่าจะต้องฝึกฝนตน เองไปพร้อมๆกับการพัฒนาฝีมือของตนเองด้วย ส่วนใหญ่อาจารย์จะแกะสลักเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นคนเมืองของตัวเอง แต่จะดัดแปลงให้มันร่วมสมัย หรือจะเป็นนามธรรมหรือการแกะรูปที่เกี่ยวกับจิตใต้สำนึกก็ชอบ

"ส่วนในอนาคตที่คิดเอาไว้อยากจะเปิดสอนแกะสลักให้กับคนต่างชาติที่สนใจจะ เรียน เพราะมองว่าการแกะสลักถือได้ว่าเป็นการสร้างงานศิลป์รูปแบบหนึ่ง และในเมื่อศิลปะไม่มีพรมแดนก็เลยไม่อยากจะปิดกั้นเชื้อชาติ อยากจะถ่ายทอดศิลปะของเราให้กับชาวต่างชาติได้รู้ว่าเมื่อก่อนเรามีอารยธรรม อย่างไร และมาถึงปัจจุบันเราสามารถรักษาอารยธรรมของเราพร้อมๆกับกาลเวลาที่เปลี่ยนไป ได้อย่างไร"อาจารย์คำอ้ายกล่าวทิ้งท้าย


โรงเรียนสอนแกะสลัก นำทีมการสอนโดยอาจารย์คำอ้าย เดชดวงตา(สล่าแห่งล้านนา) ตั้งอยู่ที่สำนักงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ถนนแก้วนวรัฐ ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทร.0-5324-9349

ปราสาทไม้สัจธรรม

Posted by thai woodcarving

ปราสาทสัจธรรม
ปราสาทสัจธรรม

source: www.sanctuaryoftruth.com

ปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา
สถาปัตยกรรมที่ล้ำค่าของคนไทย ปราสาทแห่งนี้มีสิ่งโดดเด่นแตกต่างจากปราสาททั่วไป เป็นปราสาทไม้ ที่มีการแกะสลัก ได้อย่างงดงาม เพื่อสืบสาน และฟื้นฟูภูมิปัญญาโบราณของไทย ด้วยระยะเวลาการก่อสร้าง ยาวนานกว่า 27 ปี

ปราสาทไม้สัจธรรม เกิดจากแนวคิดที่มาจากแก่นแท้แห่งความจริงของการเป็นมนุษย์ อันเกิดจาก พ่อ แม่ ดิน ฟ้า พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เพ้อฝัน แต่เป็นเรื่องสัจธรรม คำว่าปราสาทสัจธรรม บ่งบอกถึงความยิ่งใญ่ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป การเคลื่อนตัวของจักรวาล

งานแกะสลักไม้ รูปเทพ รูปเทวดา หรือลวดลายอันวิจิตรต่างๆ ไม่ได้เป็นการลอกเลียนแบบผลงานจากอดีต แต่เป็นการเนรมิตขึ้นมาใหม่ จากการผสมผสานศิลป แขนงต่างๆ จนเรียกว่า เนรมิตศิลป ชมปราสาทไม้สัจธรรม ชมโมเดลโครงสร้าง ชมโรงแกะสลักสาธิต การแกะสลักไม้

ปราสาทสัจธรรม ณ บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ เป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสยามประเทศสถาปัตยกรรมไม้แห่งนี้ ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า " วังโบราณ " บ้างก็เรียกตาม วัสดุของตัวอาคารที่สร้างด้วยไม้ว่า " ปราสาทไม้ " แต่เจ้าของความคิด และผู้ดำเนินการก่อสร้างคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เรียกอาคารแห่งนี้ว่า "ปราสาทสัจธรรม "

ปราสาทสัจธรรม คือ ศิลปสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ ซึ่งเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้ และความหมายในด้านนามธรรม ได้สะท้อนและสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนา และปรัชญาซึ่งเป็นสิ่งค้ำจุนโลก และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ปรัญชาในการมุ่งสู่ความหลุดพ้นสู่โลกหน้าในอุดมคติ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของมนุษย์ทุกรูปทุกนาม ปราสาทสัจธรรมแห่งนี้อุบัติขึ้นจากความสำนึกของคนตะวันออก ที่ว่าความเป็นมนุษย์ที่ผ่านมานับพันปีเป็นสิ่งที่จรรโลงโลกมาได้ด้วยสัจธรรมทางศาสนา และปรัชญาโดยมีศิลปะเป็นสื่อเนื้อหา และความหมายไม่ใช่เป็นสิ่งที่คิดขึ้นใหม่ด้วยความอหังการ์หากได้นำเอาสิ่งที่ดีงามที่มีอยู่ในศาสนา และปรัชญา และศิลปกรรมมาปรุงแต่งให้เหมาะสมกับกาลเทศะ