03Aug
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักบ้านหลุก
หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอปไม้แกะสลัก บ้านหลุก ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ชุมชนบ้านหลุกมีความสามารถในการแกะสลักไม้สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ ในหมู่บ้านมีการแกะสลักไม้เป็นจำนวนมาก และก็มีร้านจำหน่ายสินค้าไม้แกะสลักภายในหมู่บ้าน รวมทั้งได้นำสินค้ามาจำหน่ายโดยแยกคูหากันกว่า 20 คูหา ในลานค้าชุมชน ตำบล นาครัว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดบ้านหลุก
บ้านหลุกเป็นหมู่บ้านที่ชื่อเสียงด้านแกะสลักของจังหวัดลำปาง แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เท่ากับบ้านถวายที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำอย่างไรให้รู้จักมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการสร้างสรรค์งานระหว่างศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญหาท้องถิ่นที่มีอยู่กับ การแกะสลักไม้ มีการอนุรักษ์การแกะสลักไม้ไว้ให้อยู่กับชาวบ้านหลุก ตลอดจนให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น นอกจากนี้แล้วยังประสบปัญหาทั้งขาดแคลนวัตถุดิบ การพัฒนาฝีมือช่าง การตลาด เงินทุน และอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการปรับแก้ไขและพัฒนาศูนย์ฯแห่งนี้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการจัดเวทีสาธารณะครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หาแนวทางพัฒนาและยกระดับ ศูนย์แกะสลักไม้บ้านหลุก ให้มีศักยภาพที่จะสามารถแข่งขันได้ อันจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้ประชาชนอำเภอแม่ทะต่อไป
ผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักบ้านหลุก เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่ทำกันทั้งหมู่บ้านหลังจากว่างจากการทำนา เป็นการนำเอา ไม้จามจุรีหรือไม้ฉำฉามาแกะสลัก เป็นรูปกวาง สิงโต ม้า ดอกไม้ และอื่นๆอีกมากมาย มีทั้งจำหน่ายและส่งไปจำหน่ายต่างจังหวัด ห่างจากตัวจังหวัดลำปาง ไปยังอำเภอแม่ทะ ประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อถึงตังอำเภอจะมีป้ายบอกเลี้ยวซ้ายเข้าไปยังหมู่บ้านชื่อบ้านหลุก รถทุกชนิดสามารถเข้าไปถึง

แผนที่ ศูนย์แกะสลักไม้บ้านหลุก
01Aug
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ผลกระทบทางสุขภาพอาชีพ ไม้แกะสลัก
กรณีศึกษาบ้านถวาย ตำบลขุนคง อำเภอหางดง จังหวัด เชียงใหม่
Author: นางอุบล สิงห์แก้ว
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบทางสุขภาพใน 4 มิติ คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านวิญญาณของประชาชนจากการประกอบอาชีพ ไม้แกะสลัก บ้านถวาย ตำบล ขุนคง อำเภอ หางดง จังหวัด เชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือผู้ประกอบอาชีพ ไม้แกะสลัก จำนวน 180 คน ประชาชนทั่วไปจำนวน 60 คนโดยการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสัมภาษณ์ แนวคำถามการจัดสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบสังเกตบริบทชุมชน โดยผ่านการตรวจสอบความตรงของเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่านและนำแบบสัมภาษณ์ไปหาความเชื่อมั่น โดยแบบสัมภาษณ์ผู้ประกอบอาชีพได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 ประชาชนทั่วไป ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.77 รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการสนทนากลุ่ม และการจัดเวทีนำเสนอผลการศึกษา
- ผลกระทบทางกายด้านบวก คือการที่ได้ทำงานอยู่ในหมู่บ้านทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางไปทำงาน ผลกระทบด้านลบในกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบอาชีพ ไม้แกะสลัก ได้แก่การเจ็บป่วยในระบบกล้ามเนื้อและโครงร่าง รองลงมาได้แก่อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ การได้รับบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุจากการทำงานจำนวนมากที่สุด ได้แก่สารเคมีกระเด็นเข้าปาก เข้าตา หรือถูกผิวหนัง รองลงมาได้แก่การถูกสิ่วบาดมือ ในกลุ่มประชาชนทั่วไปได้แก่อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ รองลงมาได้แก่การเจ็บป่วยในระบบทางเดินหายใจ
- ผลกระทบทางจิตใจด้านบวก พบว่าในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ ไม้แกะสลัก มีความพึงพอใจที่ได้ประกอบอาชีพ ไม้แกะสลัก และรู้สึกมีความสุขเมื่อมีรายได้ที่สามารถใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการผลิตสินค้า และใช้จ่ายในครอบครัวอย่างเพียงพอ สำหรับในกลุ่มประชาชนทั่วไปมีความพึงพอใจที่มีการประกอบอาชีพในหมู่บ้าน เนื่องจากทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ผลกระทบด้านลบพบว่าประชาชนที่ประกอบอาชีพ ไม้แกะสลัก ส่วนใหญ่จะมีความเครียด หรือมีความทุกข์ เนื่องจากรายได้ไม่สมดุลกับรายจ่าย ภาระหนี้สิน รวมทั้งการที่มีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งคุกคามต่างๆ เช่น ฝุ่นละอองไม้ สารเคมี การทำงานด้วยท่าทางเดิมๆ ซ้ำๆ ภาวะเสียงดังจากเครื่องมือ และแสงสว่างจ้าเกินไปในขณะทำงาน สำหรับในกลุ่มประชาชนทั่วไปมีความเครียดเนื่องมาจากที่มีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งคุกคามต่างๆ เช่นฝุ่นละอองไม้ สารเคมี รวมทั้งเสียงดังจากเครื่องมือที่ผู้ประกอบอาชีพใช้ในขณะทำงาน
- ผลกระทบทางสังคมด้านบวก พบว่า ในภาพรวมความสัมพันธ์ในระดับครอบครัวชุมชน มีความสัมพันธ์กันดี ไม่ค่อยมีเรื่องขัดแย้งกัน ประชาชนให้ความร่วมมือช่วยงานหมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอ มีการรวมกลุ่มให้การช่วยเหลือกัน ผลกระทบด้านลบพบว่าการที่มีคนต่างด้าวเข้ามาทำงาน และอาศัยในหมู่บ้านมากขึ้นทำให้ประชาชนมีความวิตกว่าจะเป็นพาหะนำโรคติดต่อมา และมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน
- ผลกระทบทางสังคมทางจิตวิญญาณด้านบวก พบว่าในภาพรวมประชาชนส่วนใหญ่มีความภาคภูมิใจที่ได้ประกอบอาชีพการ แกะสลักไม้ มีการเข้าร่วมทำบุญ ประเพณีต่างๆ มีการเสียสละเพื่อช่วยงานส่วนรวมอย่างสม่ำเสมอ ผลกระทบด้านลบพบว่าวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบท ไปสู่สังคมเมืองมากขึ้น ทำให้การแข่งชันในการค้าขายและการดำรงชีวิต ในอนาคตประชาชนอาจมีความเอื้ออาทรต่อกันน้อยลง มีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น
- ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม พบว่ามีฝุ่นละออง ขยะต่างๆ รวมทั้งขยะอันตรายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดเก็บขยะภายในหมู่บ้านยังเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขต่อไป
ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนในการนำไปวางแผนในการดูแล และส่งเสริมสุขภาพ เพื่อลดภาวะเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพ ไม้แกะสลัก
อุึปกรณ์ป้องกัน
อุปกรณ์ป้องกันหู EAR PROTECTION
อุปกรณ์ป้องกันสายตา DEWALT Protector
อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละออง AO Safety Woodworker’s Respirator
01Aug
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

Health impact from wood carving occupation
Author: Mrs.Ubol Singkaew
A Case study of baan Tha-Wai, Hang Dond District, Chiang Mai Province
This descriptive study the impact on physical, mental, social and spiritual health from wood-carving occupation in Baan Tha-Wai, Khun-Kong subdistrict, Hang Dong district, Chiang Mai Province. The 180 subjects ware chosen by simple random sampling from wood carving people and 60 subjects from general people. The instruments used in this study were an interview form, guide questions for focus groups, indepth interview an observation form. The content validity was reviewed by 3 experts. Reliability of interviews formwere 0.88 for occupational people and 0.77 for general population. The method used in data collection were interviewing, indepth-interviewing, observation, focus groups and reflecting the results to the public. Data were analyzed by using descriptive statistics. The major finding were as follows.
- Positive impact on physial health in wood-carving people was accidental reduction from travelling to work.Negative impact on physical health were illness from musculo-skeletal systems, follow by headache and dizziness. The higest occupation accident or injury were chenmical splashed to mount, eye, or skin, follow by the injury from chisel. Negative impact on physical health in general people were headache and dizziness, follow by respiratory system.
- Positive impact on mental health in wood-carving people were satisfied with wood-carving occupation, and happy with enough income for business and family. General population were satisfied with wood-carving occupation which led to better economics. Negative impact on mental health in wood-carving people were stress and suffer when incomes less than the expenditures. They couldn’t pay their debts and risk to contact dust, chemicals, ergonormics, noise exposure and contrast or glare light. General population were also stress due to risk to contact dust, chemicals and noise exposure from instruments of wood-carving.
- Positive impact on social health were good relationship in the family and community, less conflict, usually helping with village work and setting a group for helping among group members. Negative impact on social health were anxiety due to foreign workers who migrated into the village perhaps communicable diseases carrier, high risk for unsafe life and property.
- Positive impact on spiritual health, the majority of people were very proud of wood-carving occupation, participated in cultural event, and community activities. Negative impact on spiritual health were life-style changed from rural society to urban society and high competition in business. Perhaps in the future they will be less generosity.
- Environmental impacts were increasing dust, waste and infectious waste which will lead to waste management problem in the community.
The results of this study can be used as baseline data for the related organization and stakeholders from government and non-government organization to plan for improvement of health promotion and risk reduction from wood-carving occupation.
Safety Products
24Jul
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

Sakthong Wood Carving
Wood Carving: Elephant carving is very popular in Chiang Mai, the most important city of the Northern Thailand where is the gathering of local artisans and the centre of invaluable handicrafts. "Wooden carvings" is considered one of the finest traditional handicrafts that reflect the civilized northern people’s way of life. You can find woodcarving items in many districts of Chiang Mai, Thailand. Many old craftsmen, who worked for genuine fine arts, passed away. This art form in Thailand originated from the temples where religious objects such as Buddha images and pulpits were finely carved. Royal regalia for the court and household objects used by the nobility were also decorated with carving in temple buildings, the doors, shutters, gables and triangular brackets supporting the overhanging roofs were often intricately carved with animal and plant motifs. Traditionally only a few artefacts were commissioned, and the wooden elephant was the most common everyday carved object. Genuine Teak is the common name for Tectona grandis, a large deciduous tree of the family Verbenaceae, or its wood, one of the most valuable timbers. Teak has been widely used in India for more than 2,000 years. The name teak is from the Malayan word tekka. The tree has a straight, but often buttressed stem. Due to the oil and rubber found naturally in the wood, teak has a greater ability to withstand the elements than any other wood. Teak timber is valued in warm countries principally for its extraordinary durability. The timber is practically imperishable under cover. Teakwood is well known since early/ancient times as a valuable resource due to its long life reliability and weather resistance as well as its workable qualities. Pieces of teak have been found (in India) over 200 years old and still intact. Teakwood is used for shipbuilding, fine furniture, door and window frames, wharves, bridges, cooling-tower louvers, flooring, panelling, railway cars, and Venetian blinds. An important property of teak is its extremely good dimensional stability. It is strong, of medium weight, and of average hardness. Teak also refers specifically to the wood and its characteristic colour, which ranges from olive to yellowish grey or moderate brown.
More info Sakthong Wood Carving
Room G70
Kampaeng Phet 2 Rd.
Chatuchak
Bangkok
10900
Telefon: +66 25222583
Fax: +66 25222583
http://www.sakthongwoodcarving.com/
E-Mail: sales@sakthongwoodcarving.com

30Jun
Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

หัตถกรรมของเชียงใหม่
source: www.learning.eduzones.com
งานแกะสลักในยุดก่อนทำขึ้น เพื่องานในสถาบัน ศาสนา และสถาบันเจ้านายเป็นส่วนใหญ่ เช่น คันทวย บานประตู หน้าบัน และโครงสร้างอื่น ๆ ของตัววิหาร หอพระไตรปิฎก หอคำ ซึ่งนอกจากจะใช้ประดับตกแต่ง แล้วยังสะท้อนวิธีคิดและโลกทัศน์ของคนร่วมสมัยอีกด้วย
เดิม แหล่งทำไม้แกะสลักของเชียงใหม่ อยู่แถบ วัวลายประตูเชียงใหม่ และชาวบ้านจากหมู่บ้านถวาย ไปฝึกฝนจนสามารถทำได้ดี จึงได้นำกลับมาทำที่บ้านถวาย ตำบลขุนคง อำเภอหางดง จนเป็นที่นิยมของคนทั่วไป
สินค้าแกะสลักมีหลายอย่าง ตั้งแต่ชิ้นเล็กอย่างเช่น ปากกา ดินสอที่ทำจากกิ่งไม้ ช้าง นก กบ ปลา และสัตว์ต่าง ๆ ดอกไม้ จนถึงไม้แกะสลักขนาดใหญ่ เช่น นางไหว้ นางรำ ช้าง ครกเก่าแกะสลัก โต๊ะ ตู้ เตียง และที่เป็นเอกลักษณ์ของไม้แกเสลักบ้านถวาย คือ พระยืนที่เลียนแบบของพม่า ครุฑซึ่งต้องใช้ฝีมือ
เชียงใหม่ มีหัตถกรรมมากมายหลายอย่าง มีทั้งที่คิดทำขึ้น เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน และงานที่ประณีตบรรจงด้วยฝีมือ เชิงช่างอย่างที่เรียกกันว่า หัตถศิลป์ เช่น งานไม้แกะสลัก ซึ่งเป็นงานที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน ตามโลกทัศน์ของสังคมนั้น ๆ โดยขึ้นอยู่ในความอุปถัมภ์ของเจ้านาย ส่วนงานหัตถกรรมของชาวบ้านนั้นสร้างขึ้นสนอง ความต้องการของชาวบ้านโดยเฉพาะ เช่น ผ้าทอ หม้อดินเผา หรือเครื่องจักรสาน เนื่องจาก เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนามาช้านาน จึงมีงานศิลปหัตถกรรมมากมาย ทั้งด้านงานศิลปและงานช่าง อีกทั้งมีช่างฝีมือจากที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก มาตั้งรกรากอยู่บริเวณรอบกำแพงเมือง งานฝีมือด้านต่าง ๆ ของเชียงใหม่จึงรุ่งเรืองและอยู่ในความอุปถัมภ์ของเจ้านายคุ้มหลวง เมื่อเจ้านายหมดอำนาจ งานช่างฝีมือก็อ่อนแอตามไปด้วย
ปัจจุบัน งานด้านหัตถกรรมของเชียงใหม่ บางแห่งยังคงสร้างขึ้นตามแบบเดิมในอดีต ส่วนใหญ่แม้ยังใช้พื้นฐานของเทคนิค และวิธีการผลิตเก่า แต่ได้ปรับเปลี่ยนและพัฒนาทั้งรูปแบบทางศิลปะ กระบวนการผลิต และการจัดการให้เข้ากับกลไกตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งงานด้านหัตถกรรมของเชียงใหม่ ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมมีอยู่หลายชนิด เช่น เครื่องเงิน เครื่องเขิน ไม้แกะสลัก ผ้าทอตีนจก ผ้าไหมสันกำแพง เครื่องปั้นดินเผา ร่ม และกระดาษสา เป็นต้น