Bang Phra Slingshot

Posted by thai woodcarving

Thai slingshot
photo: The Slingshot Club of Bang Phra

Bang Phra Slingshot - from Boys’ Toy to OTOP Product

Kachorn Jankapak has transformed children’s homemade slingshot to an OTOP product worth of 30-4000 Bath asiece. President of the Slingshot Club of Bang Phra district in Sri Racha, Chonburi, Kachorn started his slingshot business out of his passion for this simple toy. The slingshot competition, held once in his district where a lot of slingshot lovers gathered, inspired him to launch his own product under the band "Mai Maen" His slingshot won three stars in 2004 OTOP selection and five stars in 2006.

Kachorn’s Mai Maen slingshot come in a unique style in which a handle is carved into various forms such as an elephant, a mermaid, a gun, etc. Kachorn design his own patterns and send the product to local woodcarvers to work on it. Housewives in the community would work on  the final details and make bullets from clay.

 "Some old man in the community are amazed by the idea that we can actually sell this slingshot set at, for example, 100-500 Bath. In the old days, everyone would make their own slinhshots. Everyone would have this toy in their household. Some people think that we should not  promote this as it can be dangerous. So we have different attitudes toward this," said Kachorn.

Next to slingshots come bullet-shooting crossbows, a brainchild toy product by Somkid Kasiwit. The bullet-shooting crossbows are mixed between a bow and a slingshot. the difference is that a bullet-shooting crossbow can aim more far and with more force. While slingshot are more common to see, not many prople seem to be familiar with the crossbows since it is more difficult to make and play.

"We try to change people’s habit in which they use a singshot for animal hunting. Here, we try to promote slingshots as one kind of sports. People can come here and mingle with other and teach each other to aim their shot," said pratin Cherdchin or "Lung Dam", a member of the Slingshot club after we arrived at a shooting range of the community. besides a slingshot aficionado, Lung Dam also makes a living from making slinking handles and bullets. he earns about 3,000-4,000 Bath per month.

The forbidden rules of the Bang Phra Slingshot Club include a ban on animal shooting or a physical attack on another person, no vandalism and no glass/iron stone is allowed to be used as a bullet. A child who is below seven must be under adult supervision when practicing the shooting.

"When I was young and on a school summer break, I did not know what to do. My dad made me a slingshot and I fell in love with it. I formed a slingshot gang with my friends and played with it all day and went to bed with it. I was so happy. Now I’m no longer a child but I feel so proud that I am able to bring this old plaything back to life and make children happy. I plan to write a book on slingshot shooting techniques and promote it as sport as well."

Bang Phra Slingshot
Bang Phra Slingshot

The Thai  Slingshot Club
235/4 moo 2 Bang Phra district, Sri Racha, Chonburi Thailand
contact : Kachorn Jankapak
mr.kajorn@thaimail.com
Tel: 081 0055559

source: phasuk magazine

ตำนานเพชรรัตน์ - ศิลป์แผ่นดิน

Posted by thai woodcarving


งานไม้แกะสลัก ตำนานเพชรรัตน์

งานแกะสลักไม้ หนึ่งในงาน ช่างสิบหมู่ ซึ่งช่างแกะสลักไม้ ได้แกะลวดลายของไม้ เล่าเรื่องตำนานเพชรรัตน์
ฉากจำหลักไม้ ตั้งประกบด้วยเสาเม็ดทรงมัณฑ์บนม้าไม้ขาคู้ จำหลักลายใบเทศ พื้นฉากจำหลักไม้เรื่อง ตำนานเพชรรัตน์ ความว่าเทพยดาเจ้าทั้งหลาย อีกทั้งฤาษีสิทธิ์ และคนธรรพ์พากันขึ้นเฝ้าพระอิสวร ทูลถามบ่อเกิดแห่งเพชรรัตน์ ทั้ง 9 ประการ พระอิศวรแนะให้ไปถามพระฤาษีอังคต ผู้มีอายุยาวมาแต่ครั้งกฤดียุค พระฤาษีจึงเล่าว่า บรรดาเทพนิกร ฤาษีสิทธิ์พิทยาธรทั้งปวง ประสงค์จะอำนวยเพชรรัตน์ทั้ง 9 จึงทูลให้มเหสักข์นาม มหาพลาสูร สร้างไว้เป็นสวัสดิมงคลแห่งโลกย์ ท้าวจึงบำเพ็ญตบะอยู่ 7 วัน จนสิ้นชีพ อีก 7 วัน ร่างของท้าวเธอจึงแปรสภาพไปเป็นแก้ว 9 ชนิด คือ หัวใจเป็นเพชร และทับทิม นัยน์ตาขวาเป็นแก้วไพฑูรย์ นัยน์ตาซ้ายเป็นแก้วโกเมน ลิ้นเป็นแก้วประพาฬ น้ำเลี้ยงหัวใจเป็นแก้วจันทกานต์

อนึ่งเมื่อท้าวมหาพลาสูรสิ้นชีวิต มีพระยาพาสกินนาคราช สูบโลหิตท้าวจนแห้ง นาคนั้นถูกครุฑจับไป ระหว่างทางสำรอกเลือด เป็นแก้วนาคสวาสติ และมรกฏ น้ำลายเป็นครุฑธิการ

งานแกะสลักไม้ที่บ้านหลุก

Posted by thai woodcarving

ไม้แกะสลัก บ้านหลุก

ประเภทของการแกะสลักไม้

ปัจจุบันงานแกะสลักไม้ที่บ้านหลุกซึ่งทำด้วยมือ มีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้
1. การแกะสลักเป็นสัตว์ชนิดต่าง ๆ ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า โยส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ 4 เท้า ตัวอย่างเช่น ช้าง ม้า กระทิง เป็นต้น

การแกะสลักไม้-พืชและดอกไม้

2. การแกะสลักไม้ เป็นพืชและดอกไม้ เช่น กล้วยไม้ และดอกไม้ชนิดต่าง ๆ

การแกะสลักเป็นของใช้

3. การแกะสลักเป็นของใช้ และของประดับบ้าน เช่น ขันน้ำ พานรอง พาย รถมอเตอร์ไซด์ หัวอินเดียนแดง เป็นต้น

ขั้นตอนการแกะสลัก

การแกะสลักไม้ของชาวบ้านหลุก มีขั้นตอนโดยสรุปดังนี้

ไม้ฉำฉา

1. เลือกไม้ฉำฉา (จามจุรี) ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้น นำมาตัดเป็นท่อนตามขนาดที่ต้องการ
2. วาดรูปสัตว์ ดอกไม้ หรือของใช้ที่ต้องการแกะสลักลงบนท่อนไม้
3. ใช้เลื่อย มีด และสิ่ว ถากเพื่อขึ้นรูปตามแบบที่วาดไว้
4. นำชิ้นงานที่ขึ้นรูปแล้วไปเข้าเตาอบประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้ไม้แห้ง

ไม้แกะสลัก-ช้าง

5. นำชิ้นงานที่อบแล้วมาขัดด้วยกระดาษทรายให้ผิวเรียบ
6. ใช้สีฝุ่นทากระพี้ไม้ให้เป็นสีเดียวกันกับเนื้อไม้

ไม้แกะสลัก-ช้าง

7. ทาสีชิ้นงานด้วยสี Emulsion ตามต้องการแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
8. ลงWax ที่ชิ้นงานให้ทั่วและขัดตกแต่งอีกเล็กน้อย

โดย ดนัย ศรีประเสริฐ
 

ประวัติการแกะสลักไม้ของบ้านหลุก

Posted by thai woodcarving

ไม้แกะสลัก บ้านหลุก

การแกะสลักไม้บ้านหลุก

มีผู้เล่าให้ ฟังว่านายจันดี แก้วชุ่ม ซึ่งเป็นชาวบ้านนาป้อ อำเภอเมือง จังหวัดลำปางได้มาแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่บ้านหลุก ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ด้วยพื้นฐานของบรรพบุรุษที่เป็นช่าง (สล่า) อยู่แล้วได้ไปพบเห็นการแกะสลักไม้ ช้าง ม้า ขายที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายจันดีจึงได้ซื้อมาแล้วลองทำดู ปรากฏว่าสามารถทำได้เหทือนของที่ซื้อมา เพื่อนบ้านจึงเล่าขานกันไปทั่วหมู่บ้าน ต่อมามีพ่อค้าคนกลางที่ค้าขายเสื้อผ้าพื้นเมืองที่กรุงเทพได้มาเห็นและได้ขอ ซื้อช้าง ม้า ที่นายจันดีไม้แกะสลักไปขายที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่าขายดี จึงได้สั่งให้แกะสลักไม้ มากขึ้นเรื่อย ๆ
ต่อมาเพื่อนบ้าน 3-4 คน ได้ขอให้ นายจันดี ช่วยสอนแกะสลักไม้ให้ ด้วยจิตใจที่โอบอ้อมอารีของนายจันดีที่มีอยู่เดิม จึงได้ทำการสอนการแกะสลักไม้ให้เพื่อนบ้านเหล่านั้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และยังช่วยเหลือเรื่องตลาดให้ด้วย ศิษย์รุ่นแรก ได้นำความรู้ไปสอนลูกหลานบ้านหลุก ปัจจุบันหมู่บ้านหลุกเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในด้านการแกะสลักไม้ของ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง การแกะสลักไม้ของบ้านหลุกจัดเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนโดยทุกคนในครอบครัวจะ ช่วยกันทำโดยมีการแบ่งหน้าที่กันนับเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรให้การสนับสนุนและ อนุรักษ์ให้เป็นของดีคู่เมืองลำปางต่อไป จากผลงานการแกะสลักไม้ที่บ้านหลุกและความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ด้านการ แกะสลักไม้ของนายจันดี ทำให้นายจันดีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถให้ ไปสอนแกะสลักที่ศูนย์ศิลปาชีพที่บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนั้นยังได้เคยสาธิตการแกะสลักไม้ในงานฤดูหนาวและงานกาชาดจังหวัดลำปาง และมีนิตยสารหลายฉบับได้นำเรื่องการแกะสลักไม้ของนายจันดีไปลง เช่น นิตยสาร Life and Decor ปัจจุบันบ้านหลุกเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าที่สำคัญของจังหวัดลำปางด้านการ แกะสลักไม้ ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาลัยโยนกและสถาบันราชภัฏลำปาง รวมทั้งผู้สนในทั่วไป

โดย ดนัย ศรีประเสริฐ

คนในชุมชนบ้านหลุก

Posted by thai woodcarving

ถ้าวิเคราะห์ตรงไปตรงมาบ้านหลุก อดีตเป็นหมู่บ้านเดียวปัจจุบันมี 3 หมู่บ้านของตำบลนาครัว วัฒนธรรมแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกันการประกอบอาชีพของครัว เรือนก็แตกต่างกันออกไป การรวมกลุ่มจึงเป็นไปได้ยากในงานด้านแกะสลักของชุมชนมีจุดกำหนิดมาจากวัด เพราะว่าในอดีตมีเจ้าอาวาสองค์หนึ่งชื่อหลวงปู่คำปัน ท่านเป็นพระนักพัฒนามีชื่อเสียงในด้านสิ่งปลูกสร้าง เอาที่มองเห็นใกล้ตัวคนบ้านหลุกคือ สะพานข้ามน้ำจาง พระอุโบสถ วิหาร ศาสนสถานต่างๆในวัด เป็นแหล่งจุดประกายให้คนรอบๆ บริเวณวัดมารวมตัวกันศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนเพื่อช่วยกันสรร สร้างสิ่งต่างๆ ตามหลักพระพุทธศาสนาเป็นการเริ่มต้น ดังนั้นการแกะสลักไม้ที่เราเห็นในปัจจุบันเริ่มที่ชุมชนรอบๆวัดนั้นเอง ซึ่งคนยุคนั้นได้ล้มหายตายจากหมดแล้วมาถึงปัจจุบันก็มีแต่รุ่นลูกรุ่นหลาน ศิลปที่ออกมาก็มีลักษณะสมัยนิยมกระจายออกมาโดยการขยายครัวเรือนและนำ ภูมิปัญญานี้ขยายออกไปด้วย สิ่งที่จะปลุกชีวิตทำให้อาชีพการแกะสลักไม้บ้านหลุกคงอยู่และจะให้เป็นที่ รู้จักในวงกว้าง ถ้าจะให้ยั่นยืนจริงๆโดยไม่สุกเอาเผากินแล้วควรวิเคราะห์เชื่อมโยงตั้งแต่ เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของชุมชน รวมถึงการสร้างมาตรฐานขั้นพื้นฐานของสินค้าประเภทนั้นๆก่อนเพราะมีความ เลื่อมล้ำอยู่มากและควรมีงบประมาณในการฟื้นฟูอาชีพนี้ให้มากและตรงเป้าหมาย

by comments คนในชุมชนบ้านหลุก


Page 1 of 612345»...Last »