ช่างแกะสลักล้านนา -สล่า วารินทร์

Posted by สยามไม้แกะสลัก thai woodcarving

ช่างแกะสลักล้านนา
ช่างแกะสลักล้านนา -สล่า วารินทร์

เพลินใจกับไม้แกะสลัก

บางคนอาจต้องใช้เงินซื้อความสุข แต่สำหรับดิฉัน ความสุขคือการได้แกะสลักไม้

ดิฉัน เป็นคนเชียงใหม่ และเกิดในบ้านช่าง จึงคุ้นเคยกับเรื่องไม้และเห็นเป็นกิจวัตร พอโตจนเรียนปวช.ก็เลยเลือกวิชาช่างเคหภัณฑ์ (ช่างไม้) ทั้งห้องมีผู้หญิงแค่ 2 คน ส่วนที่เหลือเป็นผู้ชาย พอดีตอนนั้นอาจารย์บุญรัตน์ ณวิชัย ซึ่งเป็นครูผู้สอนเพิ่งจบเพาะช่างมาใหม่ๆก็สอนวิชาหัตถกรรมเครื่องไม้ มีดรออิ้ง มีอะไร คือสอนวิชาช่างไม้ในเชิงศิลปะ เราเรียนก็รู้สึกชอบ ประทับใจ

พอเทอมต่อมาครูก็แจกไม้ชิ้นเล็กๆให้ทุกคน แกะสลักให้ซื้อสิ่วคนละตัว แต่ดิฉันเลือกซื้อสองตัวต่างขนาดกัน เพราะอยากลองทั้งสองแบบ พอแกะก็งานออกมาค่อนข้างดี และตอนทำก็รู้สึกสนุกมากพอทำเสร็จครูก็เอาชิ้นงานของแต่ละคนมาต่อเป็นโคมไฟ ใหญ่ๆ ตอนนี้ครูยังเก็บไว้ กลับไปดูทีไรก็ยังนึกถึง และรู้ว่าชิ้นไหนของเรา แต่พอจบปวช. ก็กระเถิบไปอีกสเตป ไปเรียนทางออกแบบผลิตภัณฑ์เรียนจบก็มาทำงานด้านเครื่องมือวิทยาศาสตร์ในห้อง ปฏิบัติการซึ่งต้องใช้ความรู้ทั้งสองเรื่อง คือทั้งเรื่องเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบผลิตภัณฑ์

พอ ทำๆไปรู้สึกขัดแย้งในตัวตลอดเวลา เพราะวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเหตุผล แต่งานศิลปะเป็นเรื่องความรู้สึก ทำมา 6 ปี การงานเริ่มดี แต่ตัวเองกลับเป็นทุกข์ รู้สึกอยากทำอะไรที่รักบ้าง พอเครียดกับงานวิทยาศาสตร์มากๆ กลับบ้านก็จะชอบนั่งทำงานประดิษฐ์ เพราะสิ่งเหล่านี้เอามาใช้ในงานไม่ได้เลย ก็ไปหาเรื่องเรียนเปเปอร์มาเช่ ปั้นดิน ลงรักปิดทอง ทำเครื่องประดับศิลาภรณ์ อะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกว่าฉันยังไม่ทั้งตรงนี้ไป พยายามหาอะไรเติมให้ตัวเองตลอด แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนค้นไม่พบ

จน ได้กลับบ้านแล้วไปเยี่ยมอาจารย์บุญรัตน์ ครูก็เอางานที่เคยทำสมัยเรียนมาวาง ถามว่าจำได้มั้ย เราก็บอกจำได้ๆ และมองหาชิ้นงานของเรา พออีกวันก็กลับมาบอกครูว่าอยากเรียนแกะสลัก อยากทำอะไรที่เป็นความสุข รู้สึกงานไม้น่าจะเหมาะกับตัวเอง และเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านเหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องสืบสาน ความรู้สึกเหล่านี้มันมาพร้อมๆกัน ก็เลยบอกอาจารย์ว่าช่วยหาครูให้หน่อย

ครู ก็พาไปเยี่ยมบ้านช้างนักของสล่าเพชร เห็นแล้วก็โอย…ใช่เลย เพราะงานของครูเพชรไม่ใช่ทำเพื่อขาย แต่ทุกชิ้นเป็นงานศิลปะที่ทำด้วยใจ วันนั้นก็เลยอยู่กับแกทั้งวัน ดูงานทุกชิ้น ถามทุกอย่าง สุดท้ายขอเรียน แกก็มอง คงเห็นเราเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ… แต่เอาวะ ในเมื่อมันเอ่ยปากมา ก็สอน…และแกยังไม่เคยมีผู้หญิงมาขอเรียน ตอนเรียนก็ไม่คิดว่าจะจริงจัง คิดแค่… เออเราชอบเรียนรู้พอทำไปแล้วตอนที่ได้ตอกสิ่วลงไปบนเนื้อไม้เนี่ยมันให้ความ รู้สึกเยอะมาก รู้สึกเหมือนเราได้ชนะอะไรหลายๆอย่าง อย่างน้อยก็ชนะใจตัวเองที่คิดว่าจะเริ่มทำตรงนี้

ความที่ครูเพชรเป็นสล่าที่ชอบแกะช้าง งานชิ้นแรกของเราครูก็ให้แกะเป็นช้างตัวผู้ตัวเมียคู่กัน กลัวเราท้อแกก็ให้เลือกไม้นิ่มๆที่ไม่มีเสี้ยน ก็มาสรุปเป็นไม้ชนิดนี้ (ไม้อัด) จากนั้นก็ลองลงสี งานครูส่วนหนึ่งจะย้อมมะเกลือเป็นสีธรรมชาติ เพราะครูมีงานเชิงนูนต่ำเหมือนกัน เราก็ขอว่า ขอใส่สีอื่นๆได้มั้ย เพราะมีความรู้เรื่องสีที่เคยใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ พอลองทำก็เริ่มมีสไตล์ของตัวเอง

ดิฉันแกะมา 3 ปีแล้ว ช่วงปีแรกๆทุกวันศุกร์จะขับรถจากกรุงเทพฯขึ้นเชียงใหม่ พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปขลุกอยู่บ้านช้างนักของครูเพชร ทำงานเสร็จก็ฝากไว้ที่นั่น วันจันทร์ก็ขับรถกลับมาทำงาน ทำอย่างนี้อยู่ 2-3 เดือน ครูก็ยอมแพ้ใจ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไป แม้จะไม่ถี่เหมือนเมื่อก่อน

งาน แกะสลักส่วนใหญ่ของดิฉันเป็นงานนูนต่ำ แรกๆก็แกะช้างโดยดูจากรูปถ่าย หรือแกะตามงานของอาจารย์ จนมีโอกาสได้ไปร่วมแสดงงานนิทรรศการ ศิลปะจากปลายงวง ที่ปางช้างแม่สา ซึ่งเขาคัดเลือกจากคนที่ทำศิลปะเกี่ยวกับช้าง ให้ส่งงานคนละ 1 ชิ้น ดิฉันก็เลยทำเรื่องช้างในห้วงฮัก เป็นเรื่องความรักของคนนี่ละค่ะ แต่สื่อออกมาเป็นรูปช้าง 2 ตัว ที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ความผูกพัน ความสุขสันต์ และความอบอุ่น

การร่วมนิทรรศการใน ครั้งนี้ ทำให้ต้องทำงานกับช้างจริงๆ โดยเขาจะแยกเป็นโซนศิลปะจากคน และโซนศิลปะจากช้าง แต่ช้างทำงานด้วยตัวเองไม่ได้ เราต้องร่วมมือกับเขาในการเลือกสี แปรง หรือ เลือกลายเส้น การได้ขลุกอยู่กับช้างในช่วงนั้นทำให้เกิดความประทับใจ แรกๆเขาให้ลองทำกับช้างทั้ง 6 เชือก แต่ที่ประทับใจที่สุดคือ ช้างสีดอ ตัวผู้ไม่มีงาที่ชื่อ กองคำ

คนจะบอกกันว่ากองคำเป็น ช้างดื้อ แต่ดิฉันว่าเขาเป็นช้างอายุ 6 ขวบที่มีเสน่ห์ ไม่ดื้อแต่ซน เขาเป็นช้างที่คิดเองได้ ตัดสินใจอะไรเพิ่มเติมจากที่ควาญสั่งได้ อย่างปกติเราจะเห็นช้างสวัสดีหรือหมอบเพราะควาญสั่ง แต่เจ้ากองเนี่ย ชอบทำนอกเหนือประเด็นที่ควาญสั่ง หรืออย่างตอนเขียนรูปก็นอนเขียนอยู่ตัวเดียวในขณะที่ตัวอื่นนั่งเขียน บางตัวเกร็งมาก แต่กองคำไม่ นอนเขียนสบาย เวลาเล่นกับดิฉันเขาจะเอางวงมาสอดที่แขน และโหนตัวเราขึ้นไป สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอวางลงก็ส่งเสียงร้องดีใจ

ดิฉันจึงได้ไอเดียจากเขาเยอะมาก มีวันหนึ่งขลุกอยู่กับเขามากๆจะรู้สึกทำไมวันนี้เรามีความสุขจัง กลับมานั่งร่างงานได้ตั้ง 6 ชิ้นในคืนเดียว ปกติขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการคิดว่าจะทำอะไร เป็นช่วงที่ช้าที่สุด แต่พอคิดได้มันจะไหล แต่คืนนั้นมาพร้อมกัน 6 ชิ้น แต่เพิ่งแกะไปได้ 3 แสดงว่าเราต้องมีความประทับใจถึงสเกตซ์ออกมาได้เยอะขนาดนี้ และภาพที่ออกมาก็จะเป็นภาพช้างที่มีความสุข เป็นภาพช้างม่วน ช้างเริง (รื่นเริง) และอื่นๆ

มาระยะหลังๆเริ่มแกะรูปผู้หญิง ด้วย อย่างผู้หญิงรำดาบ ฯลฯ และบางขณะที่นั่งแกะสลักไม้จะรู้สึกสะใจเหมือนได้พิสูจน์ว่าผู้หญิงก็ทำ อย่างนี้ได้ และมีคนยอมรับชื่นชม ทั้งยังเป็นงานที่ทำให้ได้ออกกำลัง เวลาลงไม้จริงตัวจะเปียก เหงื่อออกเต็มตัว รู้สึกสบายตัว สดชื่น เมื่อก่อนต้องไปแอโรบิก เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง เวลาทำจะนิ่ง บางทีลืมเวลา พอหันมามองนาฬิกาอีกที โอ๊ยตีสาม พอ…นอนได้แล้ว มันเพลิน และดิฉันชอบไปปฏิบัติธรรม เวลาทำตรงนี้ก็จะกำหนดลมหายใจตามไปด้วย แกหนอ…แกะหนอ…เป็นการฝึกสมาธิที่ดีค่ะ

ทุกขั้นตอนของการทำงานจึงมีความสุข แค่เริ่มคิดเออ…วันนี้ฉันไปเจอเรื่องนี้มา อยากทำ นั่งร่างภาพ แค่นั่งคิดก็สุขแล้ว อย่างไปโรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา เจอน้องๆรำขันดอก ประทับใจมาก รู้สึกเด็กยุคใหม่ไม่ใช่จะถูกกลืนทั้งหมด เด็กที่นั่นยังรักบ้านเกิด มีการอนุรักษ์ เด็กวัยรุ่นมาเรียนฟ้อนรำ ถูกใจ ทึ่ง ก็ถ่ายรูปกลับมานั่งดูเลยทำออกมาเป็นงาน นั่งร่างจากรูป ปรับใส่เสื้อผ้าแบบคนเมืองเหนือ เพราะตอนมาซ้อมน้องเขาไม่ได้ใส่ ก็เอาหนังสือมาดูว่าคนเมืองเหนือเขาแต่งตัวอย่างนี้ เกล้าผมอย่างนี้ ใส่ตุ้มหูอย่างนี้ จับผสมผสานทำออกมาเป็นงานแกะเสร็จแล้วก็รู้สึกภูมิใจเหมือนได้ตอบแทนคุณแผ่น ดิน ได้สืบสานวัฒนธรรมล้านนา ได้ถ่ายทอดให้คนเห็นว่า วัฒนธรรมเก่าๆของบ้านเรามีค่า และเอามาผสมผสานให้เป็นงานสมัยใหม่ก็ได้

ตอนนี้รู้สึกเหมือนหาตัวเองเจอแล้ว รู้แล้วว่าทำงานนี้แล้วมีความสุข

source: www.warindesign.com

Related Posts

Tags: , ,

Leave a Reply