<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไม้แกะสลัก  แกะสลักไม้ สยามไม้แกะสลัก &#187; CHANG SIP MU</title>
	<atom:link href="http://www.siamwoodcarving.com/blog/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamwoodcarving.com</link>
	<description>***** ไม้แกะสลัก แกะสลักไม้ รูปแบบการทำงานของ ช่างไม้แกะสลัก งานฝีมือ หัตถกรรม ลงบนผืนไม้ได้อย่างยอดเยี่ยมโดย สยามไม้แกะสลัก-siamwoodcarving</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Jul 2010 05:24:08 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>งานช่างมุก</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/281/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/281/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2008 23:00:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[งานช่างมุก]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[
สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร
ส่วนช่างสิบหมู่

  งานช่างมุก เป็นงานประณีตศิลป์ชั้นเยี่ยมแขนงหนึ่งที่มีปรากฏการสร้างสรรค์งานแขนงนี้เพียงไม่กี่ประเทศในโลก ที่มีชื่อเสียงมากก็เป็นประเทศแถบเอเชียได้แก่ประเทศจีน , เวียดนาม , ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งมีวิธีการสร้างงานที่แตกต่างกันบ้างในขั้นตอนขบวนการผลิตของแต่ละประเทศและไม่สามารถทราบได้ว่าประเทศใดเป็นต้นแบบการสร้างงานแขนงนี้เป็นครั้งแรกของโลก สำหรับประวัติความเป็นมาของงานช่างมุกในประเทศไทยมีเช่นไรต้องศึกษาจากชิ้นผลงานที่เก่าแก่ที่สุดได้แก่บานประตูประดับมุกสมัยอยุธยาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาสมัยของสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ การสร้างสรรค์งานประเภทนี้มักนิยมสร้างเพื่อสนองต่อสถาบันพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์เพราะถือว่าเป็นงานปราณีตศิลป์อันล้ำค่าต้องใช้งบประมาณสูงและฝีมือช่างชั้นยอด ตัวอย่างชิ้นผลงานเช่น บานประตูและบานหน้าต่างประดับมุกของพระอุโบสถ,วิหาร,ปราสาท,พระราชวังเป็นต้น อีกทั้งเครื่องใช้ของพระภิกษุสงฆ์,องค์พระมหากษัตริย์และขุนนางเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ ตัวอย่างชิ้นผลงานเช่น พาน,ตะลุ่ม,พานแว่นฟ้า,หีบ,กล่องและตู้พระธรรมเป็นต้น 

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานช่างมุกไทย 


- เปลือกหอย จะต้องเป็นเปลือกหอยชนิดที่มีไฟคือมีการสะท้อนแสงออกเป็นสีรุ้งแวววาว เช่น หอยอูด(หอยมุกไฟ) , หอยนมสาว , หอยเป๋าฮื้อและหอยมุกจานเป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นหอยได้จากทะเล และมีหอยน้ำจืดบางชนิดเท่านั้นที่สามารถนำมาใช้งานได้ได้แก่หอยกาบ 
- ยางรัก และ สมุก(ถ่านจากกะลามะพร้าวบดละเอียด) ผสมกันเรียกรักสมุกใช้ทำพื้น,ประดับลายและถมพื้น 
- หุ่น คือชิ้นงานที่จะประดับมุก โดยมากสร้างขึ้นจากไม้หรือหวายโดยการสานขึ้นหุ่นหรือขึ้นรูปด้วยขบวนการช่างไม้ &#8211; โครงเลื่อยฉลุของช่างทอง,ใบเลื่อยฉลุไม้,ตะไบ,คีมปากจิ้งจก,ปากคีบ.กระดาษทรายและกาว 
- มอเตอร์หินเจียร,เครื่องขัดไฟฟ้า 
ขั้นตอนการปฏิบัติงานช่างมุก 
1. ขั้นเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ 
การเตรียมเปลือกหอย 
&#8226; การเตรียมเปลือกหอยคือการนำเปลือกหอยมาขัดเจียรเพื่อไล่หินปูนที่เกาะผิวนอกออกให้หมดให้ถึงชั้นที่ใช้งาน 
&#8226; แล้วทำการตัดแบ่งชิ้นมุกให้มีขนาดเหมาะสมแก่การใช้งาน 
&#8226; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img height="181" width="210" alt="ช่างมุก" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/02/09/chang-muk.jpg" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร<br />
ส่วนช่างสิบหมู่<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"> <span style="font-family: Tahoma;"> <strong>งานช่างมุก</strong> เป็นงานประณีตศิลป์ชั้นเยี่ยมแขนงหนึ่งที่มีปรากฏการสร้างสรรค์งานแขนงนี้เพียงไม่กี่ประเทศในโลก ที่มีชื่อเสียงมากก็เป็นประเทศแถบเอเชียได้แก่ประเทศจีน , เวียดนาม , ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งมีวิธีการสร้างงานที่แตกต่างกันบ้างในขั้นตอนขบวนการผลิตของแต่ละประเทศและไม่สามารถทราบได้ว่าประเทศใดเป็นต้นแบบการสร้างงานแขนงนี้เป็นครั้งแรกของโลก สำหรับประวัติความเป็นมาของงานช่างมุกในประเทศไทยมีเช่นไรต้องศึกษาจากชิ้นผลงานที่เก่าแก่ที่สุดได้แก่บานประตูประดับมุกสมัยอยุธยาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาสมัยของสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ การสร้างสรรค์งานประเภทนี้มักนิยมสร้างเพื่อสนองต่อสถาบันพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์เพราะถือว่าเป็นงานปราณีตศิลป์อันล้ำค่าต้องใช้งบประมาณสูงและฝีมือช่างชั้นยอด ตัวอย่างชิ้นผลงานเช่น บานประตูและบานหน้าต่างประดับมุกของพระอุโบสถ,วิหาร,ปราสาท,พระราชวังเป็นต้น อีกทั้งเครื่องใช้ของพระภิกษุสงฆ์,องค์พระมหากษัตริย์และขุนนางเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ ตัวอย่างชิ้นผลงานเช่น พาน,ตะลุ่ม,พานแว่นฟ้า,หีบ,กล่องและตู้พระธรรมเป็นต้น </p>
<p><span style="font-size: small;"></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;">วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานช่างมุกไทย </span></strong></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p></font></font><span style="font-size: small;"></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;">- เปลือกหอย จะต้องเป็นเปลือกหอยชนิดที่มีไฟคือมีการสะท้อนแสงออกเป็นสีรุ้งแวววาว เช่น หอยอูด(หอยมุกไฟ) , หอยนมสาว , หอยเป๋าฮื้อและหอยมุกจานเป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นหอยได้จากทะเล และมีหอยน้ำจืดบางชนิดเท่านั้นที่สามารถนำมาใช้งานได้ได้แก่หอยกาบ <br />
- ยางรัก และ สมุก(ถ่านจากกะลามะพร้าวบดละเอียด) ผสมกันเรียกรักสมุกใช้ทำพื้น,ประดับลายและถมพื้น <br />
- หุ่น คือชิ้นงานที่จะประดับมุก โดยมากสร้างขึ้นจากไม้หรือหวายโดยการสานขึ้นหุ่นหรือขึ้นรูปด้วยขบวนการช่างไม้ &#8211; โครงเลื่อยฉลุของช่างทอง,ใบเลื่อยฉลุไม้,ตะไบ,คีมปากจิ้งจก,ปากคีบ.กระดาษทรายและกาว <br />
- มอเตอร์หินเจียร,เครื่องขัดไฟฟ้า </p>
<p><strong>ขั้นตอนการปฏิบัติงานช่างมุก </strong></p>
<p>1. ขั้นเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ <br />
การเตรียมเปลือกหอย <br />
&bull; การเตรียมเปลือกหอยคือการนำเปลือกหอยมาขัดเจียรเพื่อไล่หินปูนที่เกาะผิวนอกออกให้หมดให้ถึงชั้นที่ใช้งาน <br />
&bull; แล้วทำการตัดแบ่งชิ้นมุกให้มีขนาดเหมาะสมแก่การใช้งาน <br />
&bull; สุดท้ายขัดแต่งชิ้นมุกให้มีความหนาบางสม่ำเสมอกันเหมาะแก่การนำไปใช้งาน การเตรียมพื้นหุ่น <br />
&bull; การขัดแต่งผิวให้ได้ระนาบ <br />
&bull; รองพื้นด้วยรักสมุกให้เรียบพอเหมาะสะดวกแก่การประดับลาย ข้อสำคัญถ้าหุ่นเป็นประเภทมีเหลี่ยมมุมมากๆเช่นตะลุ่มหรือเตียบจะต้องขัดแต่งให้เหลี่ยมมุมที่จะประดับลายเหมือนๆกันให้มีขนาดใกล้เคียงกันเพื่อสะดวกในการประดับลาย </p>
<p>2. ออกแบบลาย ควรออกแบบลายให้เหมาะสมแก่ชิ้นงานแต่ละชนิดและจะต้องเข้าใจลักษณะของลายประดับมุกคือตัวลายมุกจะต้องถูกแบ่งออกจากกันเป็นตัวๆ เนื่องจากเปลือกหอยมุกส่วนใหญ่มีความโค้งไม่สามารถนำลายชิ้นมุกที่โค้งมาวางประดับบนพื้นงานที่เป็นระนาบเรียบๆได้จำต้องแบ่งตัวลายออกเป็นชิ้นเล็กๆ สั้นๆจึงจะสามารถประดับลายได้สะดวก เมื่อได้ลวดลายที่ต้องการแล้วนำมาคัดลอกหรือถ่ายเอกสารไว้ประมาณ 3 &ndash; 4 แบบสำหรับใช้งานดังนี้ <br />
&bull; แบบที่หนึ่งเป็นแบบใช้ตรวจทานความเรียบร้อยในการประดับลายมุก <br />
&bull; แผ่นที่สองเป็นแบบสำหรับผนึกลงบนผิวชิ้นมุกเพื่อโกรกฉลุลาย <br />
&bull; แผ่นที่สาม สำหรับนำชิ้นลายมุกที่ฉลุและขัดแต่งขอบลายแล้วมาผนึกลงบนแบบด้วยกาวน้ำเพื่อรอการประดับบนพื้นงานจริง,ป้องกันการสับสนหลงลายและสูญหายเนื่องจากมีจำนวนชิ้นลายมากและขนาดเล็ก เมื่อเตรียมลายเรียบร้อยแล้วทำการผนึกลงบนผิวชิ้นมุกเพื่อโกรกฉลุลายต่อไป </p>
<p>3. โกรกฉลุลาย โดยใช้โครงเลื่อยฉลุเลื่อยลายออกเป็นตัวๆ นำชิ้นลายแต่ละตัวมาขัดแต่งขอบลายเพื่อลบคลองเลื่อยและทำให้ลายสวยงามตามที่ออกแบบไว้ด้วยตะไบขนาดต่างๆและกระดาษทราย นำลายที่ขัดแต่งขอบไปผนึกบนแบบลายที่เตรียมไว้เพื่อรอการประดับจริงบนชิ้นงาน </p>
<p>4. ประดับลาย คัดลอกลายลงบนชิ้นงานโดยวิธีลูบฝุ่นโรยลายแบบช่างลายรดน้ำ ถอดลายมุกจากแผ่นแบบทีละตัวนำมาผนึกลงบนชิ้นงานในตำแหน่งที่ถูกต้องของตัวลายโดยใช้ยางรักและรักสมุกเป็นตัวประสาน ทำการประดับลายจนครบทิ้งให้ยางรักแห้งสนิททายางรักเคลือบทับหน้าอีกชั้นเพื่อประสานลายมุกให้ติดสนิทกับพื้นชิ้นงานยิ่งขึ้นก่อนถมลาย </p>
<p>5. ถมลายด้วยรักสมุก หลังจากยางรักแห้งสนิทนำยางรักมาผสมกับสมุกให้เหนียวพอดีนำรักสมุกมาถมลงร่องระหว่างตัวลายมุกให้มีปริมาณครึ่งหนึ่งของร่องลายให้ทั่วทั้งชิ้นงานทิ้งให้แห้งสนิทดำเนินการถมรักสมุกรอบต่อไปอีกสองถึงสามชั้นตามกรรมวิธีเดิมจนเต็มร่องลายทิ้งให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนถมชั้นต่อไป (ยางรักจะแห้งสนิทใช้เวลา 5 ถึง7วันต่อครั้ง) </p>
<p>6. ขัดแต่งผิวหน้าชิ้นงาน เมื่อยางรักแห้งสนิททำการขัดแต่งผิวหน้าชิ้นงานด้วยหินกากเพชรและกระดาษทรายขนาดความหยาบต่างๆกัน ขัดจนปรากฏลายมุกใช้กระดาษทรายละเอียดขัดแต่งให้เรียบและปรากฏลายมุกอย่างครบสมบูรณ์ทั่วทั้งชิ้นงาน </p>
<p>7. ขัดมัน โดยใช้ใบตองแห้งฉีกเป็นฝอยชุบน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อยขัดถูผิวชิ้นงานพร้อมโรยผงสมุกชนิดละเอียด ขัดให้เกิดความร้อนนานๆด้วยมือผิวชิ้นงานจะค่อยๆเป็นมันขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้น้ำมันเคลือบเงา <br />
งานช่างมุกเป็นงานที่มีขั้นตอนและขบวนการผลิตที่ละเอียดอ่อนและประณีตบรรจงมาก เป็นงานศิลปกรรมที่ทรงคุณค่าคู่แผ่นดินไทยมานานแสนนาน ดังนั้นเราจึงควรสืบทอดและอนุรักษ์งานช่างแขนงนี้ไว้ให้อยู่คู่ความเป็นไทยตลอดไป <br />
</span></p>
<p></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> </span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><br />
</span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/281/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ต้นรักกับรักแท้</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/255/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/255/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Oct 2008 23:00:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[Melanorrhoea]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นรักใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[ยางรัก]]></category>
		<category><![CDATA[รัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=255</guid>
		<description><![CDATA[ต้นรัก กับรักแท้

การศึกษายางรักใหญ่ เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย เรื่องงานยางรักของไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังจะสูญหายไป เนื่องจากงานลงรักปิดทองมีความเกี่ยวข้อง และมีความสำคัญต่องานช่างฝีมือของไทยโดยตรง โดยเฉพาะงานช่างประดับมุข งานช่างหัวโขน งานช่างเขียน และเครื่องเขิน

จากการศึกษาวิจัยยางรักในหลายประเทศ พบว่า ยางรักในประเทศไทยมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ในงานช่างฝีมือมากที่สุด ซึ่งพบมากในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ขณะนี้มีการปลูกน้อยลง จะเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว อีกทั้งขณะนี้คนไทยได้นำเข้าวัสดุทางเคมี จากต่างประเทศ มาใช้แทนยางรักแล้ว จึงทำให้คนเห็นความสำคัญของยางรักน้อยลง หรือบางคนแทบจะไม่รู้จักยางรักเลย ดังนั้น กรมศิลปากรจะร่วมมือกับกรมป่าไม้ พัฒนาสายพันธุ์ต้นรักใหญ่ให้มีคุณภาพ เพื่อที่จะนำผลผลิตส่งออกต่างประเทศได้ แทนการนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งจะกระตุ้น และรณรงค์ให้คนไทยหันมาปลูกต้นรักใหญ่ให้มากขึ้น
ต้นรัก  เป็นไม้ยืนต้นอยู่ในวงศ์ไม้มะม่วง (Anacardiaceae)  เป็นคนละชนิดกับต้นรัก  Calotropis gigantean linn  ซึ่งเป็นไม้พุ่มอยู่ในวงศ์  Asclepiadaceae  ออกดอกเป็นช่อกลีบดอกสีม่วงหรือขาว  ระยางรูปมงกุฎ  นำมาใช้ร้อยพวงมาลัย  ต้นรักหรือต้นไม้ในวงศ์มะม่วงมีอยู่ ๒ สกุล  ที่ใช้เจาะเก็บยางรัก คือ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ต้นรัก กับรักแท้<br />
</span></span></strong></h3>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การศึกษายางรักใหญ่</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย เรื่องงานยางรักของไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังจะสูญหายไป เนื่องจากงานลงรักปิดทองมีความเกี่ยวข้อง และมีความสำคัญต่องานช่างฝีมือของไทยโดยตรง โดยเฉพาะงานช่างประดับมุข งานช่างหัวโขน งานช่างเขียน และเครื่องเขิน<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จากการศึกษาวิจัยยางรักในหลายประเทศ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> พบว่า ยางรักในประเทศไทยมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ในงานช่างฝีมือมากที่สุด ซึ่งพบมากในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ขณะนี้มีการปลูกน้อยลง จะเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว อีกทั้งขณะนี้คนไทยได้นำเข้าวัสดุทางเคมี จากต่างประเทศ มาใช้แทนยางรักแล้ว จึงทำให้คนเห็นความสำคัญของยางรักน้อยลง หรือบางคนแทบจะไม่รู้จักยางรักเลย ดังนั้น กรมศิลปากรจะร่วมมือกับกรมป่าไม้ พัฒนาสายพันธุ์ต้นรักใหญ่ให้มีคุณภาพ เพื่อที่จะนำผลผลิตส่งออกต่างประเทศได้ แทนการนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งจะกระตุ้น และรณรงค์ให้คนไทยหันมาปลูกต้นรักใหญ่ให้มากขึ้น</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ต้นรัก</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">  เป็นไม้ยืนต้นอยู่ในวงศ์ไม้มะม่วง (Anacardiaceae)  เป็นคนละชนิดกับต้นรัก  Calotropis gigantean linn  ซึ่งเป็นไม้พุ่มอยู่ในวงศ์  Asclepiadaceae  ออกดอกเป็นช่อกลีบดอกสีม่วงหรือขาว  ระยางรูปมงกุฎ  นำมาใช้ร้อยพวงมาลัย  ต้นรักหรือต้นไม้ในวงศ์มะม่วงมีอยู่ ๒ สกุล  ที่ใช้เจาะเก็บยางรัก คือ  สกุล  Rhus  และสกุลไม้รักใหญ่ (Melanorrhoea) ต้นรักในสกุลไม้รักใหญ่  มีอยู่ด้วยกัน ๔ ชนิด คือ ต้นรักใหญ่ (Melanorrhoea ustata) รักน้ำเกลี้ยง (Melanorrhoea laccifera) รักเขา (Melanorrhoea pilosa) และรัก (Melanorrhoea glabra)</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แต่ต้นรักที่มีความสำคัญและใช้เจาะเก็บยางรัก  เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมเครื่องรักและเครื่องเขินของไทยและพม่า  คือ  ต้นรักใหญ่  การนำยางรักจากต้นรักมาใช้  ทำด้วยการกรีดหรือสับด้วยมีดที่ลำต้นรักให้เป็นรอยยาวๆ  ยางรักจะไหลออกมาตามรอยที่กรีดและสับนั้น  แล้วจึงนำภาชนะเข้ารองรับน้ำยางเป็นคราวๆ  และเก็บรวบรวมไว้ใช้งานต่อไป  ยางรักนี้บางแห่งเรียกว่า  น้ำเกลี้ยง หรือ รักน้ำเกลี้ยง  ยางรักแต่ละชนิดที่ช่างรักจะใช้ประกอบในการทำงานเครื่องรักมีอยู่หลายชนิด  ดังมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img alt="ต้นรักใหญ่" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/melanorrhoea22.jpg" /></span></span><br />
<strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><span><span lang="TH">ต้นรักใหญ่</span></span></span></span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รัก</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">  เป็นยางไม้ชนิดหนึ่ง  ซึ่งชนชาติที่อาศัยอยู่ในทวีปเอเชีย  รู้จักนำมาใช้ในการเคลือบและตกแต่งผิวของวัตถุตั้งแต่สมัยโบราณ  โดยใช้ยางรักในการเคลือบสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากวัสดุประเภทต่างๆ  เช่น  ไม้  เครื่องจักสาน  หนัง  ผ้า  โลหะ  เครื่องปั้นดินเผา  หิน  เป็นต้น  เมื่อยางรักแข็งตัวแล้วจะมีคุณสมบัติป้องกันน้ำซึม  และทนต่อสภาพของดินฟ้าอากาศ</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ต้นรัก" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/melanorrhoea4.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ต้นรัก</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ผลและดอกของต้นรักใหญ่" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/melanorrhoea32.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ผล และดอก ของต้นรักใหญ่</span></span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รักดิบ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">  คือ  ยางรักสดที่ได้จากการกรีดหรือสับจากต้นรัก  ลักษณะเป็นของเหลวสีขาวเมื่อทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง  จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้  รักดิบนี้จะต้องผ่านการกรองให้ปราศจากสิ่งสกปรกปะปน  และจะต้องได้รับการขับน้ำที่เจืออยู่ตามธรรมชาติในยางรักให้ระเหยออกตามสมควรเสียก่อน  จึงจะนำไปประกอบงานเครื่องรักได้</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         <strong>รักน้ำเกลี้ยง</strong>  คือ  รักดิบที่ผ่านการกรองและได้รับการซับน้ำเรียบร้อยแล้ว  เป็นน้ำยางรักบริสุทธิ์  จึงเรียกว่า  รักน้ำเกลี้ยง  เป็นวัสดุพื้นฐานในการประกอบงานเครื่องรักชนิดต่างๆ  เช่น  ผสมสมุก  ถมพื้น  ทาผิว</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         <strong>รักสมุก</strong>  คือ  รักน้ำเกลี้ยงผสมกับสมุก  มีลักษณะเป็นของเหลวค่อนข้างข้น  ใช้สำหรับอุดแนวทางลงพื้นและถมพื้น </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         <strong>รักเกลี่ย</strong>  คือ  รักน้ำเกลี้ยงผสมกับสมุกถ่านใบตองแห้งป่น  บางทีเรียกว่า  สมุกดิบ  ใช้เฉพาะงานงานอุดรู  ยาร่อง  ยาแนวบนพื้นก่อนทารัก  สำหรับปิดทองคำเปลว</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         <strong>รักเช็ด</strong>  คือ  รักน้ำเกลี้ยง นำมาเคี่ยวบนไฟอ่อนๆ  เพื่อไล่น้ำให้ระเหยออกมากที่สุด  จนได้เนื้อรักข้นและเหนียวจัด  สำหรับใช้แตะ ทา หรือเช็ด  ลงบนพื้นแต่บางๆ เพื่อปิดทองคำเปลว  หรือทำชักเงาผิวหน้างานเครื่องรัก</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         <strong>รักใส</strong>  คือ  รักน้ำเกลี้ยงที่ผ่านกรรมวิธีสกัดให้สีอ่อนจาง  และเนื้อโปร่งใสกว่ารักน้ำเกลี้ยง  สำหรับใช้ผสมสีต่างๆ  ให้เป็นรักสี </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         รักแต่ละชนิดดังที่กล่าวมานี้  ล้วนมีที่มาจาก <strong>รักดิบ</strong> ทั้งสิ้น  รักแต่ละชนิดจะมีคุณภาพมากหรือน้อยก็ดี  นำมาประกอบงานเครื่องรักแล้วจะได้งานที่ดี  มีความคงทนถาวรเพียงใดนั้น  ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติพื้นฐานของรักดิบ  ที่ช่างรักจะต้องรู้จักเลือกรักดิบที่มีคุณภาพดีมาใช้</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glazer5.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายรดน้ำ โดย </span><a target="_blank" href="http://www.siamwoodcarving.com/blog/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1/"><strong><span style="font-family: Tahoma;">จันทนา แจ่มทิม</span></strong></a></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ลวดลายปิดทองรดน้ำบนตู้พระธรรม " src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/lai-rod-num2.jpg" /><br />
<strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลวดลายปิดทองรดน้ำบนตู้พระธรรม  วัดเซิงหวาย  สมัยอยุธยา</span></span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สมุก</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">  เป็นวัสดุที่มีลักษณะเป็นผง  หรือป่นเป็นฝุ่น  สมุกที่ใช้ในงานเครื่องรักแบบไทยประเพณีอย่างโบราณวิธี  มีอยู่ด้วยกัน ๒ ชนิด  คือ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">-       สมุกอ่อน    สมุกชนิดนี้  ได้แก่  ผงดินสอพอง  ผงดินเหนียว  เลือดหมูก้อน  อย่างใดอย่างหนึ่ง  ผสมกับรักน้ำเกลี้ยง  ตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน  ใช้ทารองพื้นที่ต้องการ  รองพื้นบางๆ และเรียบ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         &#8211;       สมุกแข็ง  ได้แก่  ผงถ่านใบตองแห้ง  ผงถ่านหญ้าคา  ผงปูนขาว  อย่างใดอย่างหนึ่ง  ผสมกับรักน้ำเกลี้ยง  ตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน  ใช้ทารองพื้นที่ต้องการรองพื้นหนาและแข็งแรงมาก</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         <strong>ต้นรัก</strong>  มีขึ้นอยู่ทั่วไปในประเทศเวียดนาม  พม่า  ญี่ปุ่น  และประเทศไทย  ซึ่งในประเทศไทยมีมากทางภาคเหนือ เช่น ที่เชียงใหม่  เชียงราย  และทางภาคใต้ที่อำเภอไชยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ซึ่งยางรักที่ได้จากที่นี่จะมีคุณภาพดี  ส่วนในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมียางรักที่  อำเภอตระการพืชผล  จังหวัดอุบลราชธานี  แต่เป็นยางรักที่ไม่ค่อยจะมีคุณภาพนัก</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ยางรักแท้" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/yangrak2.jpg" /><br />
<strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ยางรักแท้</span></span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">วิธีการคัดเลือกยางรัก</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">         การคัดเลือกรักเป็นสิ่งสำคัญต่อการประกอบงาน  เพราะรักที่มีขายตามท้องตลาดมิใช่ว่าจะเป็นรักที่บริสุทธิ์ทั้งหมด  อาจมีส่วนอื่นผสมเพื่อเพิ่มปริมาณก็ได้  เช่น  น้ำมันดิน  น้ำมันยาง  หรือน้ำเปล่า  เวลาซี้อเพื่อที่จะได้รักที่มีคุณภาพที่ดีนั้น  อาจจะทดสอบง่ายๆ ได้ดังนี้</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">๑.    ใช้นิ้วมือแตะยางรักขยี้และดมกลิ่นของรัก  ถ้าบริสุทธิ์จะไม่มีกลิ่นน้ำมันดิน  น้ำมันสน  หรือน้ำมันยาง</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">๒.    ใช้ไม้พายจุ่มลงไปในยางรัก  แล้วยกขึ้นปล่อยให้ยางรักไหลกลับลงไปจากไม้พาย  ถ้าเป็นรักที่บริสุทธิ์จะไหลติดต่อลงเป็นเส้นเสมอกัน  ถ้าไม่บริสุทธิ์ยางรักจะไหลขาดลงเป็นตอน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">๓.    ใช้นิ้วมือแตะยางรัก  แล้วนำไปทาลงบนแผ่นกระจก  ยางรักที่มีคุณภาพดีจะทาได้เรียบเสมอกัน  ถ้าไม่บริสุทธิ์จะทาลงแผ่นกระจกแล้วไม่ค่อยเรียบ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">๔.   ถ้ายางรักแห้งเร็วกว่าปกติ  มักจะเป็นยางรักที่ถูกผสมด้วยน้ำมันสนมากเกินความต้องการ  และมีคุณสมบัติ (คุณภาพ) เลวด้วย</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">๕.   ใช้นิ้วมือแตะยางรักแล้วขยี้ดู  ถ้ามีคุณภาพดีจะมีความเหนียวกว่ายางรักที่ปนด้วยสิ่งอื่นๆ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">คัดลอกบางส่วน: เอกสารประกอบ สาขาช่างรัก  ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม  วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณ</span></span>บุรี<br />
&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/255/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/255/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลายรดน้ำ</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/241/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/241/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Oct 2008 23:00:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[glazer]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ลายรดน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=241</guid>
		<description><![CDATA[
อุปกรณ์ในงานลายรดน้ำ
น้ำยาที่ใช้เขียนลายรดน้ำมีส่วนผสมอยู่ 3 อย่าง


1. หอระดาน เป็นก้อนหินที่มีสีเหลือง มาจากประเทศจีน ราคาค่อนข้างสูง และนำมาแปรรูปโดยบดละเอียด

2. กาวกระถิน เป็นเม็ดใส ๆ เป็นยางไม้จากต้นกระถิน โดยนำไปเคี้ยวกับน้ำร้อนมีความเหนียวคล้ายกับแป้งเปียก

3. ฝักส้มป่อย เป็นฝักคล้ายจามจุรี โดยนำไปต้มกับน้ำร้อน (15 ฝักกับน้ำ 1 ลิตร) จะได้น้ำที่มีสีชา

แล้วนำวัตถุดิบทั้ง 3 มาผสมกัน

การปิดทองใช้ทองคำเปลว 100 เปอร์เซ็นต์ปิดลงไป วิธีการปิดนั้น ทองคำเปลวจะเปลือง หรือไม่เปลืองก็ขึ้นอยู่กับฝีมือในการปิด รอยต่ออย่าให้ซ้อนกัน ต้องใช้ทักษะค่อนข้างสูง เสร็จแล้วก็ใช้นิ้วที่สะอาดแตะไปที่รอยต่อของทองคำเปลว เปลงทองบางส่วนจะติดกับนิ้วขึ้นมา ก็เอาไปแตะตรงจุดที่ไม่มีทอง แล้วใช้สำลีที่สะอาดเช็ดเบา ๆ ให้ทั่วทั้งภาพให้แผ่นทองคำเปลวติดเนียนไปกับพื้น

เมื่อทำกรรมวิธีการปิดทองเรียบร้อยแล้ว จึงนำภาพไปรดน้ำ โดยใช้น้ำธรรมดา น้ำยาหอระดานเมื่อถูกน้ำจะละลายหลุดออกมา

ใช้สำลีชุบน้ำมาแปะให้ทั่ว ๆ ค่อย ๆ ลูบให้ทั่ว ลายก็จะปรากฎให้เห็นชัดเจนขึ้น

more info งานช่างลายรดน้ำ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-1.jpg" alt="ลายรดน้ำ" /></p>
<p align="left"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อุปกรณ์ในงานลายรดน้ำ</span></span></strong></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">น้ำยาที่ใช้เขียนลายรดน้ำมีส่วนผสมอยู่ 3 อย่าง</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-2.jpg" alt="หอระดาน" /><br />
<img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-3.jpg" alt="CHANG SIP MU," /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">1. หอระดาน เป็นก้อนหินที่มีสีเหลือง มาจากประเทศจีน ราคาค่อนข้างสูง และนำมาแปรรูปโดยบดละเอียด</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-4.jpg" alt="กาวกระถิน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">2. กาวกระถิน เป็นเม็ดใส ๆ เป็นยางไม้จากต้นกระถิน โดยนำไปเคี้ยวกับน้ำร้อนมีความเหนียวคล้ายกับแป้งเปียก</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-5.jpg" alt="ผักส้มป่อย" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">3. ฝักส้มป่อย เป็นฝักคล้ายจามจุรี โดยนำไปต้มกับน้ำร้อน (15 ฝักกับน้ำ 1 ลิตร) จะได้น้ำที่มีสีชา</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-6.jpg" alt="น้ำยา ลายรดน้ำ" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แล้วนำวัตถุดิบทั้ง 3 มาผสมกัน</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-12.jpg" alt="การปิดทอง" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การปิดทองใช้ทองคำเปลว 100 เปอร์เซ็นต์ปิดลงไป วิธีการปิดนั้น ทองคำเปลวจะเปลือง หรือไม่เปลืองก็ขึ้นอยู่กับฝีมือในการปิด รอยต่ออย่าให้ซ้อนกัน ต้องใช้ทักษะค่อนข้างสูง เสร็จแล้วก็ใช้นิ้วที่สะอาดแตะไปที่รอยต่อของทองคำเปลว เปลงทองบางส่วนจะติดกับนิ้วขึ้นมา ก็เอาไปแตะตรงจุดที่ไม่มีทอง แล้วใช้สำลีที่สะอาดเช็ดเบา ๆ ให้ทั่วทั้งภาพให้แผ่นทองคำเปลวติดเนียนไปกับพื้น</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-13.jpg" alt="ลายรดน้ำ" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมื่อทำกรรมวิธีการปิดทองเรียบร้อยแล้ว จึงนำภาพไปรดน้ำ โดยใช้น้ำธรรมดา น้ำยาหอระดานเมื่อถูกน้ำจะละลายหลุดออกมา</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-14.jpg" alt="ลายรดน้ำ" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ใช้สำลีชุบน้ำมาแปะให้ทั่ว ๆ ค่อย ๆ ลูบให้ทั่ว ลายก็จะปรากฎให้เห็นชัดเจนขึ้น</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/03/31/design-15.jpg" alt="ลายรดน้ำ" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma;"><font size="2"><span style="font-size: small;">more info <a target="_blank" href="http://www.siamwoodcarving.com/blog/glazer/">งานช่างลายรดน้ำ</a></span></font></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/241/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทองคำเปลว</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/240/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/240/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 23:00:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[gold foil]]></category>
		<category><![CDATA[gold leaf]]></category>
		<category><![CDATA[goldtech]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างทำทองโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ทองคำเปลว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=240</guid>
		<description><![CDATA[
ทองคำเปลว
เผยให้เห็น ศิลปการทำทองของช่างทำทองโบราณ ที่มีความรู้อันยาวนานกว่า&#160; 100 ปี&#160;&#160; ทองคำเปลว ต้องใช้ทองคำ 99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะสามารถตีแผ่ขยายออกไปได้
ขั้นตอนการทำทองคำเปลว

รอนทอง คือตัดแผ่นให้ได้ กว้างและยาว 1 ซม.



นำทองที่ตัดแล้วมาใส่กุบ แล้วนำมาซ้อนกันประมาณ 720 ชั้น



แล้วนำมาตีโดยช่างตีทอง โดยใช้ ค้อนทองเหลือง และกบหนังวัวซึ่งจะบรรจุทองอยู่ข้างในเพื่อไม่ให้ทองเคลื่อนตัว ตีประมาณ 8 ชั่วโมง



แล้วนำทองที่ตีได้นำมาจัดให้ได้สี่เหลี่ยมโดยใช้ไม้ไผ่ตัดทอง เรียกว่า &#34;ไม้เลี๊ยะ&#34;






Click To Play

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img height="217" width="300" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/23/goldfoil1.jpg" alt="goldfoil - ทองคำเปลว" /></p>
<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ทองคำเปลว</strong></span></span></h3>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เผยให้เห็น ศิลปการทำทองของช่างทำทองโบราณ ที่มีความรู้อันยาวนานกว่า&nbsp; 100 ปี&nbsp;&nbsp; </span></span><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ทองคำเปลว</span></span></font><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> ต้องใช้ทองคำ 99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะสามารถตีแผ่ขยายออกไปได้</span></span></p>
<p align="left"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ขั้นตอนการทำ</span></span><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ทองคำเปลว</span></span></font></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รอนทอง คือตัดแผ่นให้ได้ กว้างและยาว 1 ซม.</span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/23/goldfoil2.jpg" alt="ทองคำเปลว" /></span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">นำทองที่ตัดแล้วมาใส่กุบ แล้วนำมาซ้อนกันประมาณ 720 ชั้น</span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/23/goldfoil3.jpg" alt="Goldtech-ช่างตีทอง" /></span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แล้วนำมาตีโดยช่างตีทอง โดยใช้ ค้อนทองเหลือง และกบหนังวัวซึ่งจะบรรจุทองอยู่ข้างในเพื่อไม่ให้ทองเคลื่อนตัว ตีประมาณ 8 ชั่วโมง</span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/23/goldfoil4.jpg" alt="ไม้เลี๊ยะ" /></span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แล้วนำทองที่ตีได้นำมาจัดให้ได้สี่เหลี่ยมโดยใช้ไม้ไผ่ตัดทอง เรียกว่า &quot;ไม้เลี๊ยะ&quot;</span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/23/goldfoil5.jpg" alt="gold foil" /></span></span></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"><a href="http://www.siamwoodcarving.com/video_clip/gold_foil.html"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span></a></font></p>
<p><center><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/scripts/pokkariPlayer.js"></script><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/syndication/write_player?skin=js&#038;posts_id=227823&#038;source=3&#038;autoplay=true&#038;file_type=flv&#038;player_width=480&#038;player_height=270"></script></p>
<div id="blip_movie_content_227823"><a onclick="play_blip_movie_227823(); return false;" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-GoldFoil889.flv"><img border="0" title="Click To Play" alt="" src="http://blip.tv/file/get/Siamwood-GoldFoil889.flv.jpg" /></a><br />
<a onclick="play_blip_movie_227823(); return false;" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-GoldFoil889.flv">Click To Play</a></div>
<p></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/240/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://blip.tv/file/get/Siamwood-GoldFoil889.flv" length="40918720" type="video/x-flv" />
		</item>
		<item>
		<title>ช่างหลวง ช่างเขียน</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/239/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/239/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 13:36:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[Drawing]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างเขียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=239</guid>
		<description><![CDATA[
ช่างสิบหมู่
ช่างหลวง ช่างเขียน
ในบรรดาช่างทั้งปวง ที่รวมกันเป็นช่างสิบหมู่นั้น ช่างเขียนจัดว่าเป็นตวามสำคัญเป็นพิเศษ เพราะงานของช่างเขียนเป็นแม่บทของงานทุกประเภท ช่างเขียนจะต้องฝึกฝนฝีมืออย่างหนัก นับแต่เริ่มหัดเขียนลายเบื้องต้น ที่เรียกว่า การกระทบเส้น จนถึงเขียนเป็นเส้นหนัก เรียกว่า คดให้ได้วง ตรงให้ได้เส้น เมื่อเขียนตล่องมือแล้ว


ขั้นตอนต่อไปคือ ฝึกการเขียน ภาพพื้นฐานได้แก่ ภาพกนก เป็นลายที่มีแบบฉบับเฉพาะ


ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เป็นต้นแบบให้ช่างเขียนนำไปผูกลายได้ไม่สิ้นสุด

ภาพนารี คือภาพผู้หญิง รวมถึงภาพพระ เทวดา นางฟ้า และภาพ ไพร่พล ชาวบ้าน ที่เรียกว่า ภาพกาพย์ ซึ่งต้องฝึกเขียนภาพผู้หญิงก่อน เป็นพื้นฐานก่อน จึงเขียนภาพบุคคลต่างๆ ต่อไปได้โดยง่าย


ภาพกระบี่ มิได้หมายถึง เฉพาะวานร หรือ ลิง แต่รวมถึง อมนุษย์ ทั้ง อสูรพงศ์ วานรพงษ์ ซึ่งต้องจดจำลักษณะประจำภาพให้แม่นยำ


ภาพคช คือภาพช้าง ซึ่งรวมเรียกสัตว์อื่นๆ ทั้งที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ และในจิตนาการ ถือกันว่า หากเขียนรูปช้างได้คล่องแคล่วแล้ว ก็จะเขียนภาพอื่นๆ ได้โดยง่าย


&#160;

ช่างเขียนได้สร้างสรรค์งานลงบนพื้นผิวต่างๆ ด้วยการใช้สีผสมกาวระบายลงบนพื้น ที่ลงลายเส้นไว้แล้ว บ้างก็ใช้วิธีที่เรียกว่าเขียนลายทอง บ้างก็เขียนลายรดน้ำ

&#160;
 

ภาพที่เขียนบนผืนผ้าเรียกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img height="204" width="250" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-2.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ช่างสิบหมู่<br />
ช่างหลวง ช่างเขียน</strong></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ในบรรดาช่างทั้งปวง ที่รวมกันเป็นช่างสิบหมู่นั้น ช่างเขียนจัดว่าเป็นตวามสำคัญเป็นพิเศษ เพราะงานของช่างเขียนเป็นแม่บทของงานทุกประเภท ช่างเขียนจะต้องฝึกฝนฝีมืออย่างหนัก นับแต่เริ่มหัดเขียนลายเบื้องต้น ที่เรียกว่า การกระทบเส้น จนถึงเขียนเป็นเส้นหนัก เรียกว่า คดให้ได้วง ตรงให้ได้เส้น เมื่อเขียนตล่องมือแล้ว<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-3.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ขั้นตอนต่อไปคือ ฝึกการเขียน ภาพพื้นฐานได้แก่ ภาพกนก เป็นลายที่มีแบบฉบับเฉพาะ<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-4.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เป็นต้นแบบให้ช่างเขียนนำไปผูกลายได้ไม่สิ้นสุด</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-5.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาพนารี คือภาพผู้หญิง รวมถึงภาพพระ เทวดา นางฟ้า และภาพ ไพร่พล ชาวบ้าน ที่เรียกว่า ภาพกาพย์ ซึ่งต้องฝึกเขียนภาพผู้หญิงก่อน เป็นพื้นฐานก่อน จึงเขียนภาพบุคคลต่างๆ ต่อไปได้โดยง่าย<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-6.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาพกระบี่ มิได้หมายถึง เฉพาะวานร หรือ ลิง แต่รวมถึง อมนุษย์ ทั้ง อสูรพงศ์ วานรพงษ์ ซึ่งต้องจดจำลักษณะประจำภาพให้แม่นยำ<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-7.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาพคช คือภาพช้าง ซึ่งรวมเรียกสัตว์อื่นๆ ทั้งที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ และในจิตนาการ ถือกันว่า หากเขียนรูปช้างได้คล่องแคล่วแล้ว ก็จะเขียนภาพอื่นๆ ได้โดยง่าย<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-8.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left">&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="left">ช่างเขียนได้สร้างสรรค์งานลงบนพื้นผิวต่างๆ ด้วยการใช้สีผสมกาวระบายลงบนพื้น ที่ลงลายเส้นไว้แล้ว บ้างก็ใช้วิธีที่เรียกว่าเขียนลายทอง บ้างก็เขียนลายรดน้ำ</p>
<p></span></span><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="left">&nbsp;</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-9.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาพที่เขียนบนผืนผ้าเรียกว่า ภาพพระพรต มักเป็นรูปพระพุทธเจ้า พระพุทธประวัติ<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-10.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาพที่เขียนบนพื้นกระดาษสา หรือกระดาษข่อย ที่เรียกกันว่า สมุดข่อย จัดเป็นประเภทสมุดไทย มีทั้งสมุดไทยขาว สมุดไทยดำ<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-11.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาพเขียนบนพื้นไม้ ใช้ในงาน ตบแต่งภายใน อาคาร ส่วนที่เป็นไม้ และสิ่งของเครื่องใช้<br />
</span></span></p>
<p align="center"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/09/20/chang_sip_mu-drawing-12.jpg" alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างเขียน" /></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ส่วนที่เขียนขึ้นบนผนังปูน เรียกว่าจิตรกรรมฝาผนัง เน้นส่วนที่สำคัญ ด้วยการปิดทองคำเปลว ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่า และทำให้ภาพสวยงาม เด่นชัด<br />
ช่างเขียนได้ถ่ายทอดศิลป แบบไทยประเพณี ตกทอดเป็นมรดก จวบจนปัจจุบัน</span></span></p>
<p><center><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/scripts/pokkariPlayer.js?ver=2007082501"></script><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/syndication/write_player?skin=js&#038;posts_id=387188&#038;source=3&#038;autoplay=true&#038;file_type=flv&#038;player_width=480&#038;player_height=270"></script> </span></span></p>
<div id="blip_movie_content_387188"><a href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuDrawingAndPainting206.flv" rel="enclosure" onclick="play_blip_movie_387188(); return false;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img height="270" width="480" border="0" src="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuDrawingAndPainting206.flv.jpg" alt="Video thumbnail. Click to play" title="Click to play" /></span></span></a><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span><a href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuDrawingAndPainting206.flv" rel="enclosure" onclick="play_blip_movie_387188(); return false;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">Click To Play</span></span></a></div>
<p></center></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">source : สารคดีเอกลักษณ์ไทย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Modernnone TV<br />
</span></span><font face="Tahoma"><a href="http://www.siamwoodcarving.com"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span></a></font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/239/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuDrawingAndPainting206.flv" length="10757254" type="video/x-flv" />
		</item>
		<item>
		<title>ช่างหลวง ข่างปั้น</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/236/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/236/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2008 23:00:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[ข่างปั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างปั้นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างหลวง ข่างปั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=236</guid>
		<description><![CDATA[ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างหลวง ข่างปั้น
source : Modern nineTV

ช่างปั้น คือ ช่างที่มีฝีมือในการที่จะนำวัสดุมาสร้างสรรค์ ให้เป็นรูปทรงให้มีคุณสมบัติพร้อมทั้งความงาม คุณค่าทางศิลป และจิตใจ


ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น
การปั้นมีหลายประเภท ได้แก่ งานปั้นดินดิบ ใช้ดินเหนียว จากแหล่งธรรมชาติ มาเสริมความแข็งแรงด้วยวัสดุต่างๆ ได้แก่กระดาษฟาง กระดาษข่อย



ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น

&#160;
 
ส่วนการปั้นดินเผา ใช้ทรายละเอียด เป็นส่วนผสม


ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น

&#160;
 
&#160;เมื่องานปั้นดิน เสร้จสิ้นสมบูรณ์ หากให้มีสีสรร สวยงาม ก้เขียนระบายสี ที่พื้นผิว เช่นรูป ตุ๊กตาชาววัง



ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น

&#160;
 
หรือหากนำไปเผาให้สุก ก้จะได้สีสรร ตามธรรมชาติ ของเนื้อดิน เช่น พระพิมพ์ กระเบื้องมุงหลังคา
งานปั้นปูน ปูนที่ใช้ได้จากหินปูน เรียกว่าปูนหิน เพราะทำจากเปลือกหอยทะเล เรียกว่าปูนหอย และเนื่องจากมีลักษณะเป็นผงสีขาว จึงเรียกทั่วไปว่า ปูนขาว การนำปูนไปใช้ในงานปั้น ให้สวยงาม คงทนถาวรนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างหลวง ข่างปั้น</strong></span></span></h3>
<p><font face="Tahoma" size="2"><font face="Tahoma" size="2"><font face="Arial">source : Modern nineTV<br />
<a href="http://astore.amazon.com/siamdecor-20/002-4036995-9970429?%5Fencoding=UTF8&amp;node=112"><br />
</a></font></font></font><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ช่างปั้น</strong> คือ ช่างที่มีฝีมือในการที่จะนำวัสดุมาสร้างสรรค์ ให้เป็นรูปทรงให้มีคุณสมบัติพร้อมทั้งความงาม คุณค่าทางศิลป และจิตใจ</span></span><font face="Tahoma" size="2"><br />
</font></p>
<p align="center"><img alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/10/modelling-1.jpg" /><br />
<font face="Arial"><strong>ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น</strong></font></p>
<p align="left"><font face="Arial"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การปั้นมีหลายประเภท ได้แก่ งานปั้นดินดิบ ใช้ดินเหนียว จากแหล่งธรรมชาติ มาเสริมความแข็งแรงด้วยวัสดุต่างๆ ได้แก่กระดาษฟาง กระดาษข่อย</span></span><br />
</font></p>
<p align="center"><img alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/10/modelling-2.jpg" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center"><strong>ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น</strong></p>
<p></span></span><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ส่วนการปั้นดินเผา ใช้ทรายละเอียด เป็นส่วนผสม</span></span></p>
<p align="center"><img alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/10/modelling-3.jpg" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center"><strong>ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น</strong></p>
<p></span></span><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;เมื่องานปั้นดิน เสร้จสิ้นสมบูรณ์ หากให้มีสีสรร สวยงาม ก้เขียนระบายสี ที่พื้นผิว เช่นรูป ตุ๊กตาชาววัง</span></span><font face="Arial"><br />
</font></p>
<p align="center"><img alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/10/modelling-4.jpg" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center"><strong>ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น</strong></p>
<p></span></span><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หรือหากนำไปเผาให้สุก ก้จะได้สีสรร ตามธรรมชาติ ของเนื้อดิน เช่น พระพิมพ์ กระเบื้องมุงหลังคา<br />
งานปั้นปูน ปูนที่ใช้ได้จากหินปูน เรียกว่าปูนหิน เพราะทำจากเปลือกหอยทะเล เรียกว่าปูนหอย และเนื่องจากมีลักษณะเป็นผงสีขาว จึงเรียกทั่วไปว่า ปูนขาว การนำปูนไปใช้ในงานปั้น ให้สวยงาม คงทนถาวรนี้ ช่างปั้น ได้สืบทอดความรู้กันต่อมาว่า ต้องผสม น้ำกาวอย่างหนึ่ง น้ำมันอย่างหนึ่ง<br />
น้ำกาว ได้จากหนังสัตว์ และน้ำตาลอ้อย น้ำมันได้จาก น้ำมันพืช เรียกว่า น้ำมันตั๊งอิ้ว เมื่อนำมาผสมกับกระดาษฟาง ตำให้เข้ากันได้ ปูนตำ<br />
ภาพปูนปั้น รูปภาพต่างๆ ที่สวยงามคงทนมาจนปัจจึบัน ล้วนทำขึ้นมาจากการปั้นปูน เช่นภาพตกแต่งในหน้าบัน</span></span><font face="Arial"><font face="Arial"><font face="Arial"><font face="Arial"><br />
</font></font></font></font></p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center"><img alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/10/modelling-6.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาพ พุทธประวัติ</span></span></p>
<p align="center"><img alt="ช่างสิบหมู่ - ช่างปั้น" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/10/modelling-7.jpg" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center"><strong>ช่างสิบหมู่ &#8211; ช่างปั้น &#8211; ปั้นลักสมุก</strong></p>
<p></span></span><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>งานปั้นลักสมุก</strong> มีลักสมุก ทำมาจาก ลักน้ำเกลี้ยง ผสมสมุก น้ำมันยาง และปูนแดง ตำเข้าด้วยกันแล้วนำมาปั้นตามขั้นตอน คือปั้นให้เป็นแท่ง ตัดเป็นท่อน คลึงด้วยไม้ ตัดมาแบ่งปั้นขึ้นรูป หรือตีกับแม่พิมพ์เป็นลวดลายต่างๆ ก่อนนำไปติดกับงานปั้น แล้วจึงตกแต่งด้วยการลงลัก ปิดทองคำเปลว หรือลงสีฝุ่น ระบายสี สำเร็จเป็น เครื่องประดับศีรษะโขน ที่สวยงาม ด้วยงานของ <strong>ช่างปั้นไทย</strong></span></span></p>
<p align="left">&nbsp;</p>
<p><center><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/scripts/pokkariPlayer.js?ver=2007082501"></script><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/syndication/write_player?skin=js&#038;posts_id=423099&#038;source=3&#038;autoplay=true&#038;file_type=flv&#038;player_width=480&#038;player_height=270"></script></p>
<div id="blip_movie_content_423099"><a onclick="play_blip_movie_423099(); return false;" rel="enclosure" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuModeling307.flv"><img height="270" width="480" border="0" title="Click to play" alt="Video thumbnail. Click to play" src="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuModeling307.flv.jpg" /></a><br />
<a onclick="play_blip_movie_423099(); return false;" rel="enclosure" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuModeling307.flv">Click To Play</a></div>
<p></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/236/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuModeling307.flv" length="7946842" type="video/x-flv" />
		</item>
		<item>
		<title>ช่างสิบหมู่  ช่างสลัก</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/235/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/235/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2008 07:40:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[Thai woodcarving]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่ ช่างสลัก]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างแกะสลักไม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=235</guid>
		<description><![CDATA[ช่างสิบหมู่&#160; ช่างสลัก (แกะสลักไม้)
ช่างแกะ เป็นการทำงานของช่างแกะรูปลายทั้งไม้ โลหะ และหิน ซึ่งวิธีการทำงานแกะวัสดุแต่ละชนิดจะมีการเขียนแม่ลายที่ต้องแกะเป็นพื้นอยู่ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานช่างแกะเป็นหลักก็คือสิ่ว แต่หากเป็นการโกลนรูปขนาด ใหญ่ก็อาจใช้ขวานหรือผึ่งขึ้นโกลนลายเสียก่อน แต่สิ่งสำคัญของการแกะลายคือทรงทั้งหมดที่ต้องทำให้ได้โกลนที่ถูกส่วนก่อน หากทำไม่ได้ส่วน แม้จะแกะลายละเอียดยิบเพียงใดก็ไม่งามตานัก
More info ช่างศิลป์ไทย


งานแกะที่เราคุ้นตากันส่วนมากเป็นงานไม้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมพวกหน้าบัน บานประตู หน้าต่าง ส่วนงานโลหะนั้นมักเป็นเครื่องประดับหรือของใช้ที่มีการทำลวดลายประดับที่ ช่วยขับ ให้เกิดความแวววาว เช่น กำไล แหวน เครื่องถม หรือเครื่องคร่ำ และสำหรับงานแกะหินนั้นมักเรียกกัน ว่างานจำหลักหิน นอกนั้นอาจมีงานแกะสลักงาช้าง หรือวัสดุอื่น ๆ อีกบ้าง แต่จะไม่มากเท่าวัสดุทั้งสาม อย่างข้างต้น


ช่างสิบหมู่ งานแกะสลักไม้ &#8211; สิ่วหน้าต่างๆ
&#160;&#160;&#160; ช่างสลัก ช่างประเภทหนึ่งใน ช่างสิบหมู่ (ช่างแกะสลัก) มีฝีมือความชำนาญในการใช้สิ่วหน้าต่างๆ สลักลวดลาย รูปภาพที่ละเอียดสวยงาม

แกะสลักไม้

แกะสลักไม้
ได้ชื่อตามลักษณะงานศิลปที่สร้างสรรค์นี้ว่า ช่างสลัก (ช่างแกะสลัก) ผลงานของช่างสลัก จำแนกตามวัสดุที่ใช้ ได้แก่ งานสลักไม้


ช่างแกะสลักไม้ แกะลวดลายตามแบบ

หุ่นโกลน
มีขั้นตอนคามลำดับ คือ ร่างแบบ บนไม้แล้ว จึงขึ้นรูปทรง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ช่างสิบหมู่&nbsp; ช่างสลัก (แกะสลักไม้)</strong></span></span></font></h3>
<p style="text-align: left;"><strong><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ช่างแกะ</span></span></font></strong><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> เป็นการทำงานของช่างแกะรูปลายทั้งไม้ โลหะ และหิน ซึ่งวิธีการทำงานแกะวัสดุแต่ละชนิดจะมีการเขียนแม่ลายที่ต้องแกะเป็นพื้นอยู่ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานช่างแกะเป็นหลักก็คือสิ่ว แต่หากเป็นการโกลนรูปขนาด ใหญ่ก็อาจใช้ขวานหรือผึ่งขึ้นโกลนลายเสียก่อน แต่สิ่งสำคัญของการแกะลายคือทรงทั้งหมดที่ต้องทำให้ได้โกลนที่ถูกส่วนก่อน หากทำไม่ได้ส่วน แม้จะแกะลายละเอียดยิบเพียงใดก็ไม่งามตานัก</span></span></font></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">More info <a href="http://www.siamwoodcarving.com/pdf/thailand-art.pdf">ช่างศิลป์ไทย</a></span></span></p>
<p style="text-align: center;"><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
<img title="งานไม้แกะสลัก" alt="งานไม้แกะสลัก" src="http://www.siamwoodcarving.com/blog/wp-content/uploads/2008/09/woodcarving.jpg" /></span></span></font></p>
<p style="text-align: left;"><font face="Tahoma" size="2"><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานแกะที่เราคุ้นตากันส่วนมากเป็นงานไม้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมพวกหน้าบัน บานประตู หน้าต่าง ส่วนงานโลหะนั้นมักเป็นเครื่องประดับหรือของใช้ที่มีการทำลวดลายประดับที่ ช่วยขับ ให้เกิดความแวววาว เช่น กำไล แหวน เครื่องถม หรือเครื่องคร่ำ และสำหรับงานแกะหินนั้นมักเรียกกัน ว่างานจำหลักหิน นอกนั้นอาจมีงานแกะสลักงาช้าง หรือวัสดุอื่น ๆ อีกบ้าง แต่จะไม่มากเท่าวัสดุทั้งสาม อย่างข้างต้น</span></span></font></font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"><font face="Tahoma" size="2"></p>
<p align="center"><strong><img alt="wood carving - Tool" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-2.jpg" /><br />
</strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ช่างสิบหมู่ งานแกะสลักไม้</strong> &#8211; สิ่วหน้าต่างๆ</span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ช่างสลัก</strong> ช่างประเภทหนึ่งใน <strong>ช่างสิบหมู่</strong> (<strong>ช่างแกะสลัก</strong>) มีฝีมือความชำนาญในการใช้สิ่วหน้าต่างๆ สลักลวดลาย รูปภาพที่ละเอียดสวยงาม</span></span></p>
<p align="center"><img alt="wood carving - แกะสลักไม้" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-3.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แกะสลักไม้</span></span><br />
<img alt="wood carving - แกะสลักไม้" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-4.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แกะสลักไม้</span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ได้ชื่อตามลักษณะงานศิลปที่สร้างสรรค์นี้ว่า <strong>ช่างสลัก</strong> (<strong>ช่างแกะสลัก</strong>) ผลงานของช่างสลัก จำแนกตามวัสดุที่ใช้ ได้แก่ <strong>งานสลักไม้</strong></span></span><strong><br />
</strong></p>
<p align="center"><strong><img alt="wood carving - แกะสลักไม้" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-5.jpg" /><br />
</strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ช่างแกะสลักไม้ แกะลวดลายตามแบบ</span></span><br />
<strong><img alt="wood carving - ไม้แกะสลัก" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-6.jpg" /><br />
</strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>หุ่นโกลน</strong></span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">มีขั้นตอนคามลำดับ คือ ร่างแบบ บนไม้แล้ว จึงขึ้นรูปทรง เลาเลา เรียกว่า <strong>หุ่นโกลน</strong></span></span><strong><br />
</strong></p>
<p align="center"><strong><img alt="wood carving - ไม้แกะสลัก" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-7.jpg" /></strong></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จากนั้นใช้สิ่ว (<strong>แกะสลัก</strong>) สลักให้เห็น ส่วนตัดที่ชัดเจน เรียกว่า การรัดรูป ได้ชิ้นไม้สลักเรียกว่าหุ่น</span></span></p>
<p align="center"><img alt="wood carving - ไม้แกะสลัก" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-8.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ขั้นตอนต่อไปคือ<strong>การสลัก</strong>ในรายละเอียดของรูปภาพ หรือลวดลาย แล้วจึงทำงานขั้นสุดท้าย คือการเก็บงาน ที่<strong>ช่างแกะสลัก</strong>ฝากไว้ซึ่งผลงาน สลักไม้ (<strong>แกะสลักไม้</strong>) ยังเป็นที่นิยมตกแต่ง เพิ่มความงามด้วยการลงรัก ปิดทอง</span></span></p>
<p align="center"><img alt="wood carving - ไม้แกะสลัก ปิดทอง" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-9.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>แกะสลักไม้ ปิดทอง</strong></span></span><strong><br />
<img alt="wood carving - ไม้แกะสลัก ประดับมุก" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-10.jpg" /><br />
</strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>แกะสลักไม้ ประดับมุก</strong></span></span><br />
<strong><img alt="wood carving - ไม้แกะสลัก" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/15/wood-carving-11.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ไม้แกะสลัก รูปเคารพ</span></span><br />
</strong></p>
<p></font></font></p>
<p><center><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/scripts/pokkariPlayer.js?ver=2007100301"></script><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/syndication/write_player?skin=js&#038;posts_id=431117&#038;source=3&#038;autoplay=true&#038;file_type=flv&#038;player_width=480&#038;player_height=270"></script></p>
<div id="blip_movie_content_431117"><font face="Tahoma" size="2"><a onclick="play_blip_movie_431117(); return false;" rel="enclosure" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuWoodCarving782.flv"><img width="480" height="270" border="0" title="Click to play" alt="Video thumbnail. Click to play" src="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuWoodCarving782.flv.jpg" /></a><br />
<a onclick="play_blip_movie_431117(); return false;" rel="enclosure" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuWoodCarving782.flv">Click To Play</a></font></div>
<p></center></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">&nbsp;</font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/235/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuWoodCarving782.flv" length="10008179" type="video/x-flv" />
		</item>
		<item>
		<title>ช่างหลวง ช่างสิบหมู่</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/181/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/181/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jul 2008 15:01:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิป]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างหลวง ช่างสิบหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=181</guid>
		<description><![CDATA[ช่างหลวง ช่างสิบหมู่
source: modernnine TV
คำว่า ช่างสิบหมู่ เลียนมาจาก ช่างสิปปะ ในภาษาบาลี และ ช่างศิลปะ ในภาษา สันสกฤต หมายถึงฝีมือในทางการช่าง ต่อมาคนไทยออกเสียงสั้น เป็นช่างศิลป์บ้าง ช่างสิป บ้าง
คำว่า สิป เขียนเป็นสิบ แล้วเติมหมู่ต่อท้าย กลายเป็น ช่างสิบหมู่ แล้วเลยเข้าใจว่า มีช่างสังกัดเพียง 10 ประเภท ซึ่งความจริงมีมากกว่านั้น 


อยุธยา

สมัยอยุธยา ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นราชธานีอยู่นานถึง 417 ปี อาคารสถาน ทั้งฝ่ายอาณาจักร แลัศาสนาจักร ในความสวยงามตระการตา ดังที่มีหลักฐาน พรรณาในเอกสารต่างๆ รวมทั้งซากโบราณสถาน และศิลปวัตถุ ที่คงเหลือเป็นประจักษ์อยู่

ช่างผู้สร้างสรรค์งานอันวิจิตรงดงามของบ้านเมืองครั้งนั้น ปรากฎทำเนียบนามอยู่ในพระอัยการนาทหารหัวเมือง มีนามบรรดาศักดิ์ สะท้อนความสันทัด จัดเจน ในงานช่างแต่ละหมู่

ทำเนียบนาม ช่างสิบหมู่

หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา ในพุทธศักราศ 2310 ช่างหลวงในกรม ช่างสิบหมู่ คงสูญไปมาก เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในพุทธศักราช 2325 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ช่างหลวง ช่างสิบหมู่</strong></span></span></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">source: modernnine TV</span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
คำว่า ช่างสิบหมู่ เลียนมาจาก ช่างสิปปะ ในภาษาบาลี และ ช่างศิลปะ ในภาษา สันสกฤต หมายถึงฝีมือในทางการช่าง ต่อมาคนไทยออกเสียงสั้น เป็นช่างศิลป์บ้าง ช่างสิป บ้าง</p>
<p>คำว่า สิป เขียนเป็นสิบ แล้วเติมหมู่ต่อท้าย กลายเป็น ช่างสิบหมู่ แล้วเลยเข้าใจว่า มีช่างสังกัดเพียง 10 ประเภท ซึ่งความจริงมีมากกว่านั้น </span></span></p>
<div align="center"><img alt="Ayutthaya - อยุธยา" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/12/06/ayutthaya.jpg" /><br />
<img alt="Ayutthaya - อยุธยา" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/12/06/ayutthaya2.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อยุธยา</p>
<p></span></span></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สมัยอยุธยา ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นราชธานีอยู่นานถึง 417 ปี อาคารสถาน ทั้งฝ่ายอาณาจักร แลัศาสนาจักร ในความสวยงามตระการตา ดังที่มีหลักฐาน พรรณาในเอกสารต่างๆ รวมทั้งซากโบราณสถาน และศิลปวัตถุ ที่คงเหลือเป็นประจักษ์อยู่<br />
</span></span></div>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ช่างผู้สร้างสรรค์งานอันวิจิตรงดงามของบ้านเมืองครั้งนั้น ปรากฎทำเนียบนามอยู่ในพระอัยการนาทหารหัวเมือง มีนามบรรดาศักดิ์ สะท้อนความสันทัด จัดเจน ในงานช่างแต่ละหมู่</span></span></div>
<p><img alt="ทำเนียบนาม ช่างสิบหมู่" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/12/06/change-sip-mu-namelist.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ทำเนียบนาม ช่างสิบหมู่</p>
<p></span></span></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา ในพุทธศักราศ 2310 ช่างหลวงในกรม ช่างสิบหมู่ คงสูญไปมาก เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในพุทธศักราช 2325 ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร ให้สวยงาม ดังเช่นที่เคยมีในกรุงศรีอยุธยา<br />
</span></span></div>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">วิชาช่างครั้งกรุงเก่า ที่ร่วงโรยไปก็ได้รับการบำรุงฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในสมัยราชกาลที่ 2 ถือได้ว่าเป็นยุคทองของศิลป กรมช่างสิบหมู่ เฟื่องฟูมาก ด้วยพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นช่าง มีฝีพระหัตถ์เป็นเลิศ ทั้งงานเขียน งานปั้น และงาน แกะสลัก <br />
</span></span></div>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานของ <strong>กรมช่างสิบหมู่</strong> ปัจจุบันได้โอนมาอยู่ในหน้าที่ของ <strong>กรมศิลปากร</strong></span></span></div>
</div>
<p><center>															<script type="text/javascript" src="http://blip.tv/scripts/pokkariPlayer.js?ver=2007111701"></script><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/syndication/write_player?skin=js&#038;posts_id=527776&#038;source=3&#038;autoplay=true&#038;file_type=flv&#038;player_width=480&#038;player_height=270"></script></p>
<div id="blip_movie_content_527776"><a onclick="play_blip_movie_527776(); return false;" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuChangSipPa986.flv" rel="enclosure"><img height="270" width="480" border="0" title="Click to play" src="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuChangSipPa986.flv.jpg" alt="Video thumbnail. Click to play" /></a><br />
<a onclick="play_blip_movie_527776(); return false;" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuChangSipPa986.flv" rel="enclosure">Click To Play</a></div>
<p></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/181/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://blip.tv/file/get/Siamwood-ChangSipMuChangSipPa986.flv" length="10932697" type="video/x-flv" />
		</item>
		<item>
		<title>งานช่างลายรดน้ำ</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/143/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/143/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Jun 2008 11:00:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[งานช่างลายรดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ลายรดน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=143</guid>
		<description><![CDATA[
สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร
 ส่วนช่างสิบหมู่
  
 
ลายรดน้ำ หมายถึง ลวดลายหรือภาพรวมไปถึงภาพประกอบลายต่างๆที่ปิดด้วยทองคำเปลวบนพื้นรัก โดยลวดลายหรือภาพลายทองที่ปรากฎสำเร็จในขั้นสุดท้ายด้วยการเอาน้ำรด 
กล่าวโดยย่อ &#8220;ลายรดน้ำ&#8221; คือ ลายทองที่ล้างด้วยน้ำ ลายรดน้ำ จัดเป็นงานประณีตศิลป์ ประเภทการตกแต่งประเภทหนึ่ง 
 
 
&#160;กรรมวิธีในการสร้างลายรดน้ำ 
 

  การสร้างงานลายรดน้ำแต่ละชิ้น ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้ 
ขั้นตอนที่ 1 การออกแบบและเขียนแบบ ร่างแบบตัวภาพและลายที่จะเขียนลงบนกระดาษร่างเสียก่อน โดยร่างแต่เพียงเค้าโครงให้ได้รูปที่สวยงามถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องลงลายละเอียดให้มากจนเกินไป

&#160;

ขั้นตอนที่ 2 การทำแบบปรุ นำแบบหรือลวดลายที่ร่างไว้แล้ว ไปทำแบบปรุโดยใช้กระดาษไขปิดทับไปบนแบบที่ร่างไว้ 1 แผ่น ที่เหลือประมาณ 3-4 แผ่น วางซ้อนด้านล่างไว้แล้วยึดด้วยแม็กเย็บกระดาษกันเลื่อน ทำการปรุโดยใช้เข็มปรุ 

&#160;

ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมพื้นวัสดุ ใช้ไม้อัดขนาด 6 มม. ตัดให้ได้ขนาดกับแบบที่ร่างไว้ หรือจะใช้วัสดุอื่นใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก กระเบื้อง หรือโลหะ ฯลฯ ที่ทารักได้นำมาขัดด้วยกระดาษทรายน้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img width="300" height="429" alt="ลายรดน้ำ " src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/02/08/thai-gold.jpg" /></p>
<p><b><span style="font-family: Tahoma;">สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร</span></b><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span><b><span style="font-family: Tahoma;"> ส่วนช่างสิบหมู่</span></b></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"> <font color="#000080"> </font></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><font color="#000080"> </font></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><font color="#000080"><b><font color="#000000">ลายรดน้ำ</font></b><font color="#000000"> หมายถึง ลวดลายหรือภาพรวมไปถึงภาพประกอบลายต่างๆที่ปิดด้วยทองคำเปลวบนพื้นรัก โดยลวดลายหรือภาพลายทองที่ปรากฎสำเร็จในขั้นสุดท้ายด้วยการเอาน้ำรด <br />
กล่าวโดยย่อ &ldquo;ลายรดน้ำ&rdquo; คือ ลายทองที่ล้างด้วยน้ำ ลายรดน้ำ จัดเป็นงานประณีตศิลป์ ประเภทการตกแต่งประเภทหนึ่ง</font></font></span></span><font size="4" color="#000080"><font color="#000000"> </font></font></p>
<p><font size="4" color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"> </font></font></font></p>
<p><font size="4" color="#000080"><font size="4" face="CordiaUPC" color="#000080"><font size="4" color="#000080"> </font></font></font></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;<font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><b><font color="#000000">กรรมวิธีในการสร้างลายรดน้ำ </font></b></font></font></font></span></span><font color="#000080"><font face="CordiaUPC" color="#000080"><font color="#000080"><span style="font-family: Tahoma;"><font color="#000000"><br />
</font></span><span style="font-family: Tahoma;"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"> </font></font></font></span></font></font></font></p>
<p><span style="font-size: small;"></p>
<p><font color="#000080"><font face="CordiaUPC" color="#000080"><font color="#000080"><span style="font-family: Tahoma;"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">  การสร้างงานลายรดน้ำแต่ละชิ้น ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้ <br />
ขั้นตอนที่ 1 การออกแบบและเขียนแบบ ร่างแบบตัวภาพและลายที่จะเขียนลงบนกระดาษร่างเสียก่อน โดยร่างแต่เพียงเค้าโครงให้ได้รูปที่สวยงามถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องลงลายละเอียดให้มากจนเกินไป</font></font></font></span></font></font></font></p>
<p></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 2 การทำแบบปรุ นำแบบหรือลวดลายที่ร่างไว้แล้ว ไปทำแบบปรุโดยใช้กระดาษไขปิดทับไปบนแบบที่ร่างไว้ 1 แผ่น ที่เหลือประมาณ 3-4 แผ่น วางซ้อนด้านล่างไว้แล้วยึดด้วยแม็กเย็บกระดาษกันเลื่อน ทำการปรุโดยใช้เข็มปรุ </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมพื้นวัสดุ ใช้ไม้อัดขนาด 6 มม. ตัดให้ได้ขนาดกับแบบที่ร่างไว้ หรือจะใช้วัสดุอื่นใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก กระเบื้อง หรือโลหะ ฯลฯ ที่ทารักได้นำมาขัดด้วยกระดาษทรายน้ำ แล้วลงรักสมุก หรือ   สีโป๊วแห้งเร็วทิ้งให้แห้งแล้วขัดเรียบ </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 4 การลงรักน้ำเกลี้ยง นำพื้นที่ขัดไว้ดีแล้วไปลงรักน้ำเกลี้ยงสัก 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งต้องรอให้รักที่ลงแห้งสนิทเสียก่อน จึงขัดแล้วลงรักซ้ำลงไป ทำเช่นนี้จนครบ 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย แล้วทำการเข็ดรักชักเงาพื้น นำไปบ่มเก็บในที่ที่ไม่มีฝุ่นละออง </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 5 ล้างทำความสะอาดพื้นรัก นำพื้นรักที่เตรียมไว้ดีแล้วไปทำความสะอาดโดยใช้ดินสอพองผสมน้ำแต่น้อย ทำความสะอาดพื้นรักให้หมดคราบความสกปรกต่างๆ </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 6 ลูบฝุ่นโรยแบบ เอาแบบปรุที่เตรียมไว้มาลูบด้วยลูกประคบฝุ่นดินสอพองเผาไฟลงไปบนพื้นรักที่ล้างทำความสะอาดไว้แล้วจนปรากฎภาพหรือลายบนพื้นรัก</font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 7 เขียนด้วยน้ำยาหรดาล (ใช้สีโปสเตอร์แทนได้ แต่คุณภาพไม่เทียบเท่า) ใช้พู่กันชนิดพิเศษจุ่มลงในโกร่งน้ำยาหรดาลที่เตรียมไว้ แล้วเขียนไปตามแบบภาพหรือลายที่ปรากฎบนพื้นจนแล้วเสร็จ </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 8 การเช็ดรัก นำรักเช็ด เช็ดลงบนพื้นภาพหรือลายที่เขียนเสร็จแล้วโดยเช็ดให้ทั่วทั้งภาพ แล้วถอนออกโดยใช้สำลีถอนรักเช็ดให้เหลือน้อยที่สุด พอใช้หลังมือแตะแล้วรู้สึกได้ว่ายังมีความเหนียวอยู่ </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 9 การปิดทอง ใช้ทองคำเปลวคัด100%อย่างดีสีเดียวกันปิดทับลงไปโดยให้เกยกันประมาณ 2 มม. จนทั่วทั้งภาพ แล้วใช้มือกวดทองให้เรียบเป็นเนื้อเดียวกัน </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 10 การรดน้ำ นำภาพหรือลายที่ปิดทองเรียบร้อยแล้ว ไปล้างหรือรดด้วยน้ำสะอาดล้างน้ำยาหรดาลออกให้หมดแล้วเช็ดให้เรียบร้อยสวยงาม </font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000080"><font color="#000000">ขั้นตอนที่ 11 การซ่อมลายที่ชำรุด กรณีที่ล้างหรือรดด้วยน้ำแล้ว มีบางตอนชำรุดทองหลุดลอกออกต้องทำการเขียนซ่อมโดยทำความสะอาดบริเวณที่จะซ่อมด้วยดินสอพองผสมน้ำเสียก่อน จึงค่อยเขียนด้วยน้ำยาหรดาล ทำเช่นเดียวกับ ขั้นตอนที่ 7 เรื่อยลงมาถึงการรดน้ำก็จะได้ภาพสมบูรณ์</font></font></font></font></font></font></p>
<p></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/143/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง</title>
		<link>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/141/</link>
		<comments>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/141/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jun 2008 23:00:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[CHANG SIP MU]]></category>
		<category><![CDATA[งานจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง]]></category>
		<category><![CDATA[งานช่างเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=141</guid>
		<description><![CDATA[
เป็น clip video สั้น ๆ เบี้องหลัง การทำฉากตำนานพระนเรศวรมหาราช ทางฝั่งพม่า เห็นความโอฬารสมจริง ไม่ทราบรายละเอียด และขั้นตอนการปิดทอง และการปัดทอง แต่ก็มีวิธีการทำงานหลากหลายแบบ รวมทั้งวัสดุที่นำมาใช้ บทความวันนี้จะพูดถีง งานช่างเขียน (งานจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง) ได้รับความ เอื้อเฟื้อข้อมูลจาก
สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร
ส่วนช่างสิบหมู่

 ออกแบบและเขียนแบบ เรื่องราวที่นิยมนำมาเขียนบนฝาผนัง จะเป็นฝาผนังของโบสถ์ วิหาร พระระเบียง วิหารคด พระที่นั่ง หอพระ หอไตรหรือหลังบานประตูหน้าต่าง ล้วนแล้วแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธเป็นหลัก เป็นต้นว่า ทศชาติ นอกจากนี้ก็มีรามเกียรติ์เป็นสำคัญ เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ได้แฝงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของไทยในยุคที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยออกแบบและเขียนแบบในลักษณะที่เราเรียกว่าการมองภาพแบบตานกบิน ในการร่างแบบ ควรร่างบนกระดาษร่าง หรือกระดาษบรู๊ฟเสียก่อน 
      
ทำแบบปรุ นำแบบที่ได้ร่างไว้และปรับลายจนเรียบร้อยดีแล้ว มาทำแบบปรุโดยใช้กระดาษไข เบอร์ 
    70-75 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/141/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เป็น clip video สั้น ๆ เบี้องหลัง การทำฉากตำนานพระนเรศวรมหาราช ทางฝั่งพม่า เห็นความโอฬารสมจริง ไม่ทราบรายละเอียด และขั้นตอนการปิดทอง และการปัดทอง แต่ก็มีวิธีการทำงานหลากหลายแบบ รวมทั้งวัสดุที่นำมาใช้ บทความวันนี้จะพูดถีง งานช่างเขียน (งานจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง) ได้รับความ เอื้อเฟื้อข้อมูลจาก</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร<br />
ส่วนช่างสิบหมู่</span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> ออกแบบและเขียนแบบ เรื่องราวที่นิยมนำมาเขียนบนฝาผนัง จะเป็นฝาผนังของโบสถ์ วิหาร พระระเบียง วิหารคด พระที่นั่ง หอพระ หอไตรหรือหลังบานประตูหน้าต่าง ล้วนแล้วแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธเป็นหลัก เป็นต้นว่า ทศชาติ นอกจากนี้ก็มีรามเกียรติ์เป็นสำคัญ เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ได้แฝงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของไทยในยุคที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยออกแบบและเขียนแบบในลักษณะที่เราเรียกว่าการมองภาพแบบตานกบิน ในการร่างแบบ ควรร่างบนกระดาษร่าง หรือกระดาษบรู๊ฟเสียก่อน </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     </span></span><font size="2"> </font>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><font size="2">ทำแบบปรุ นำแบบที่ได้ร่างไว้และปรับลายจนเรียบร้อยดีแล้ว มาทำแบบปรุโดยใช้กระดาษไข เบอร์ <br />
    70-75 แกรม วางทับลงไปบนแบบที่ได้ร่างไว้แล้ววางซ้อนใต้แบบอีก 2-3 แผ่น ลงมือปรุแบบ โดยใช้เข็มปรุแบบจนแล้วเสร็จ ตรวจดูความเรียบร้อย ไม่หลงลืม โดยเช็คดูจากแผ่นกระดาษไขบนแบบร่าง ในการยึดแบบร่างกับกระดาษไข เพื่อกันไม่ให้เคลื่อนขณะปรุแบบใช้แม็กเย็บกระดาษเย็บโดยรอบแบบ เสร็จดีแล้วจึงค่อยเอาแม็กเย็บกระดาษออก </font></span></span></p>
<p><font size="2">    </font><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     </span></span></p>
</li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     </span></span><font size="2"><font face="Tahoma"> </font></font>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"> </font></font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma">    </font></font></p>
<p><font size="2">เตรียมพื้นผนัง ก่อนลงมือเขียนฝาผนังที่เป็นปูน ต้องประสะ (ชโลม) ผนังที่จะเขียนภาพหลาย ๆ ครั้ง โดยใช้น้ำใบขี้เหล็ก เมื่อผนังแห้งดีแล้ว ใช้ขมิ้นชันสดทดลองขีดบนผนังดู ถ้าเป็นสีแดงแสดงว่าผนังยังมีความเค็มต้องประสะอีก จากนั้นทดลองขีดดูถ้าเป็นสีเหลืองของขมิ้นแสดงว่าผนังนั้นหมดความเค็มแล้ว เตรียมการลงพื้นโดยใช้ดินสอพองผสมกับแป้งเปียกที่ทำจากเม็ดมะขาม (นำเม็ดมะขามไปคั่วจนเปลือกร่อนออกแล้วนำไปต้มจนเปื่อย เป็นแป้งเปียก) ทาลงบนฝาผนังให้ทั่วอย่าให้หนาเกินไปผึ่งไว้จนแห้งดีแล้ว ขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดให้เรียบ ใช้สีขาว (สีฝุ่นขาว) ทาด้วยแปรงให้ทั่วอีกครั้งหนึ่ง</font></p>
<p><font size="2">    </font></p>
<p><font size="2"> </font></p>
<p><font size="2">    </font></p>
<p><font size="2"> </font></p>
<p><font size="2">    <span style="font-family: Tahoma;">     </span></font></p>
</li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     </span></span><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"> </font></font></font></font>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"> </font></font></font></font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma">    </font></font></font></font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2">ลูบฝุ่นโรยแบบ นำแบบที่ปรุไว้เรียบร้อย ทาบลงบนฝาผนังที่ได้เตรียมพื้นไว้แล้วใช้ลูกประคบขาว-ดำ ลูบไปบนแบบปรุจนทั่ว เอาแบบปรุออก ฝาผนังจะปรากฎเป็นรอยประอันเกิดจากลูกประคบขาว-ดำ</font></font></font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2">    </font></font></font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"> </font></font></font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2">    <span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     </span></span></font></font></font></p>
</li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     </span></span><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="4" face="Times New Roman"> </font></font></font></font></font>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="4" face="Times New Roman"> </font></font></font></font></font></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="4" face="Times New Roman">    </font></font></font></font></font></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ระบายสี ให้เริ่มระบายสีที่เป็นแบล็กกราวด์ หรือองค์ประกอบของภาพเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ โขดเขา ก้อนหิน พื้นดิน น้ำ ต้นไม้ ท้องฟ้า ตลอดจนอาคารบ้านเรือน วิมาน ฯลฯ หลังจากเสร็จแล้ว จึงค่อยระบายตัวภาพ โดยใช้สีฝุ่นสีต่าง ๆ</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="4" face="Times New Roman">    </font></font></font></font></font><span style="font-family: Tahoma;"><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="4" face="Times New Roman"><br />
    </font></font></font></font></font></span><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="2"><font face="Tahoma"><font size="4" face="Times New Roman">    </font></font></font></font></font></p>
</li>
</ul>
<ul>
<li>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทายางมะเดื่อ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของภาพก็ดี ถ้ามีที่ที่จะต้องปิดทองคำเปลวให้ใช้รงทองระบายในส่วนที่จะปิดทองเสียก่อน เพื่อให้สังเกตุได้ง่ายจะได้ไม่หลงลืมและทำให้พื้นที่บริเวณที่จะปิดทองเรียบเสมอกัน จากนั้นทาด้วยยางมะเดื่อโดยทาให้ทั่วในส่วนที่จะปิดทอง พอยางมะเดื่อที่ทาไว้หมาดก็ลงมือปิดทอง (ยางมะเดื่อเป็นยางที่ได้จากต้นมะเดื่ออุทุมพร ใบจะเล็กเรียวกว่า และไม่หยาบเหมือนมะเดื่อทั่วไป)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-family: Tahoma;">     </span></p>
</li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     </span></span><font size="2"><font face="Tahoma"> </font></font>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><font size="2"><font face="Tahoma">ปิดทองคำเปลว เปิดกระดาษเปลือกทอง แล้วปิดคว่ำลงไปให้แผ่นทองปิดทับลงบนยางมะเดื่อ ระวังอย่าให้เปลือกทองที่เป็นกระดาษติดบนยาง จะทำให้ปิดทองไม่ติด พอปิดทองทั่วดีแล้วใช้นิ้วมือแตะแผ่นทอง ซ่อมในส่วนที่มีรอยให้เรียบร้อย แล้วกวดทองให้เรียบ โดยจะใช้นิ้วมือหรือสำลีคลึงให้เป็นก้อนกวดอีกที ทั้งนี้เพื่อเก็บเศษทองหรือเกสรของทองออกให้หมด </font></font></span></span></p>
<p><font size="2"><font face="Tahoma">    </font></font><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     พู่กัน </span></span></p>
</li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ตัดเส้น ใช้พู่กันขนาดเล็กตัดเส้นสีต่าง ๆ โดยทำการตัดเส้นไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ของภาพหรือตัวภาพตลอดจนลวดลายต่าง ๆ รวมทั้งที่ที่ได้ปิดทองไว้โดยในส่วนที่ปิดทองให้ใช้สีแดงชาดทั้งหมดเน้นเส้นที่เป็นเค้าโครงที่สำคัญ ๆ ด้วยสีดำ </span></span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนภาพจิตรกรรมไทย</span></span></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
<ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>    <font size="4"></p>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">พู่กัน </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แปรง </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เปลือกต้นกระดังงาไทย </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รากลำเจียก </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ดินสองเหลือง (ทำจากดินเหลืองหรือดินกิน ลักษณะเป็นดินดานที่มีเนื้อละเอียดนุ่มแต่แข็งกว่าดินสอพอง) </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลูกประคบดำและขาว </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">น้ำกาวยางมะขวิด (ยางกระถิน ARABIC GUM) </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ยางมะเดื่อ </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เข็มปรุแบบ </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สำลีอย่างดี </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ทองคำเปลว 100 % </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ใบมีด (ใช้ขูดทอง) </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สีฝุ่น สีต่าง ๆ อัตราส่วน 3 ต่อ 1 ( สี 3 ส่วน ต่อ น้ำกาว 1 ส่วน) <br />
    </span></span></li>
<p>    </font></p>
<p><font size="4">    </font></p>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwoodcarving.com/chang-sip-mu/141/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
